ทำไมเราถึงควรสนับสนุนแคมเปญ Nobody Left Outside #UNHCR | Kaosuaylunla Diary

ทำไมเราถึงควรสนับสนุนแคมเปญ Nobody Left Outside #UNHCR

ถ้าไม่มีแคมเปญนี้ เราคงไม่รู้ ว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่บนโลก เพราะมันไกลตัวเรามากๆ แต่สะเทือนใจเรามากเช่นกัน
หลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นภาพ เด็ก สตรี ผู้สูงวัย ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามทั่วโลก โดยเฉพาะเด็ก ที่พ่อแม่ ถูกฆ่าตายจากสงคราม ซึ่ง ณ วันนี้ มีคนกว่า 2ล้านคน ที่ไม่มีบ้านจะอยู่ เพราะสงคราม 
-คัดส่วนหนึ่งมาจากสเตตัสของพี่ปี่ กดอ่านเต็มๆด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ-


โดยโครงการนี้จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกอย่าง UNHCR โดยปัจจุบัน UNHCR ประเทศไทย ได้จัดงานขึ้นเพื่อรวบรวมสื่อในการกระจายข่าวการเข้าร่วมแคมเปญ "Nobody Left Outside" อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา


พวกเราสามารถช่วยบริจากผ่านระบบออนไลน์ได้ง่ายๆที่ลิงค์นี้
หรือเข้าไปอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ www.unhcr.or.th
โดยจำนวนสามารถสมทบเป็นแบบรายเดือน เริ่มต้นที่เดือนละ 500 บาท เพื่อมอบชุดช่วยชีวิต 1 ชุดทุกเดือนเช่นผ้าห่ม พร้อม อุปกรณ์ประกอบอาหาร ถังน้ำ และกระติกน้ำ แก่เด็ก ครอบครัวผู้ลี้ภัย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 700 บาท ต่อเดือนเพื่อมอบ เต้นท์ครอบครัวเพื่อให้ความปลอดภัยและเป็นบ้านชั่วคราวแก่ผู้ลี้ภัยจากทุกสงครามและเหตุรุนแรงทั่วโลกให้พวกเขาได้รู้สึกถึงความปลอดภัยอีกครั้ง หรือจะเป็นแบบครั้งเดียวก็ได้ มีให้ชำระเงินทั้งแบบบัตรเครดิต/เดบิต/Rabbit หรือ Line Pay ช่วยให้การสร้างกุศลของเรานั้นสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ยุ่งยาก 

หรือถ้าหากใครไม่มีกำลังเงิน ก็สามารถช่วยกันแชร์บทความนี้ออกไปเพื่อไปให้ถึงคนอื่นๆที่เค้ามีกำลังทรัพย์มากพอ เท่านี้ก็เป็นการสร้างกุศลได้ง่ายๆแล้วค่ะ


มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกนี้กันนะคะ
#NobodyLeftOutside #SansiriSocialChange

ข่าว:

UNHCR เปิดตัวแคมเปญ Nobody Left Outside
ระดมทุนมอบที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลก 


29 กันยายน 2559 (กรุงเทพฯ) – สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รายงานสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เข้าขั้นวิกฤติ จากจำนวนผู้ที่ถูกบังคับให้ผลัดถิ่นเนื่องจากสงคราม ความรุนแรง การประหัตประหาร และการทารุณกรรม เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 65 ล้านคนทั่วโลก และด้วยงบประมาณที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถจัดหาที่พักพิงที่เพียงพอแก่ผู้ลี้ภัยได้ UNHCR ประเทศไทย จึงเข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Nobody Left Outside” หรือภายใต้ชื่อภาษาไทย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” มีวัตถุประสงค์เชิญชวนทุกภาคส่วนของสังคมไทยร่วมระดมทุนเพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนแก่ ผู้ลี้ภัยจำนวน 2 ล้านคน ใน 12 ประเทศทั่วโลก อาทิ อัฟกานิสถาน จอร์แดน เลบานอน และรวันดา โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 3 ปี

ในประเทศไทย การเปิดตัวแคมเปญ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” ได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่มีชื่อเสียง

ได้แก่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว. วชิรเมธี) รวมถึงองค์กรเอกชนที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น ข่าว 3 มิติและครอบครัวข่าว และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนกิจกรรมระดมทุนเพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยตลอดระยะเวลาดำเนินการของแคมเปญ

นางสาวรูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNHCR) กล่าวว่า “ที่พักพิง ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ที่พักชั่วคราว หรือบ้าน คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ลี้ภัยในการมีชีวิตรอด เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ อันมีสาเหตุมาจากความรุนแรงและการประหัตประหาร อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่ต้องดิ้นรนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงอันตราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และอนาคตของพวกเขา”

แคมเปญ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” ได้รับเกียรติจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว. วชิรเมธี) ในการร่วมเผยแพร่คำสอนซึ่งสอดคล้องกับหลักการของแคมเปญ โดย พระมหาวุฒิชัย กล่าวว่า “ความเมตตา และกรุณา คือ แก่นของพุทธศาสนา และยังถือเป็นค่านิยมที่สำคัญของคนไทย เราเชื่อว่า ความสามัคคีกันของมนุษยชาติ คือวิถีอันถ่องแท้ในการสร้างความสงบสุขและสันติภาพ และในฐานะที่เราเป็นผู้ที่นับถือศาสนา พวกเราทุกคนจึงมีหน้าที่ ที่จะต้องช่วยเหลือรวมถึงให้ที่พักพิงแก่ผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ เชื้อชาติ และศาสนา”

ข่าว 3 มิติและครอบครัวข่าว จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนแคมเปญ และร่วมเดินทางไปบันทึกภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัย รวมถึงรายงานข่าวการดำเนินงานของ UNHCR ณ ประเทศเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียสูงสุดในโลกเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ลี้ภัยต่อจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ โดย คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้สนับสนุนแคมเปญ และผู้อำนวยการผลิต ได้เล่าถึงประสบการณ์ในเลบานอน ว่า “ผมมีโอกาสได้เห็นถึงความยากลำบากของ UNHCR ในการจัดหาที่พักพิงให้แก่ผู้ลี้ภัย ซึ่งด้วยจำนวนผู้ลี้ภัยที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ UNHCR จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญให้แก่กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายมากที่สุด นั้นก็คือ ผู้หญิง และ เด็ก” คุณกิตติ เสริมว่า “ในฐานะสื่อ เรามีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยความยากลำบากของผู้ลี้ภัย และเรายังหวังว่าภาพเหตุการณ์จริงเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนให้แก่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้”

คุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรภาคเอกชนผู้ให้การสนับสนุนแคมเปญกล่าวถึงโครงการว่า “ที่พักพิงคือความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต เราเชื่อเสมอว่า การให้ที่พักพิง ก็เปรียบเสมือนการให้ชีวิต โดยหากเราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เราจำเป็นต้องเน้นย้ำถึงองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้ ซึ่งสำหรับผู้ลี้ภัย ที่พักพิงนั้นไม่เพียงแต่จะมอบความปลอดภัย หากแต่ยังมอบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนให้แก่พวกเขาอีกด้วย” แคมเปญ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนระดับโลก เพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนให้แก่ผู้ลี้ภัยจำนวน 2 ล้านคน ใน 12 ประเทศภายในสิ้นปี 2561 โดยคาดว่างบประมาณสำหรับดำเนินการเพื่อจัดหาที่พักพิงทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 25,340 ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณของ UNHCR ในตอนนี้มีเพียง 5,530 ล้านบาท ไม่เพียงต่อการดำเนินการ โดยในขณะนี้ยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายล้านคนที่ยังไม่มีที่พักพิง และรอคอยความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ เด็ก และผู้หญิงที่เป็นกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด

ร่วมสนับสนุนโครงการ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” หรือ “Nobody Left Outside” ได้ที่เว็บไซต์ www.unhcr.or.th

0 comments:

โพสต์ความคิดเห็น

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?