Kaosuaylunla Diary: PR
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PR แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PR แสดงบทความทั้งหมด
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดูแลเส้นผม ชูคอนเซ็ปต์ ความงามของเส้นผมเปล่งประกายจากภายใน

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมี่ยม ที่ส่งตรงความงาม ที่แท้จริงจากภายใน ด้วยการนำเทคโนโลยีความงามล้ำสมัยมาช่วยในการดูแลและฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะ ครอบคลุมสุขภาพผมของแต่ละบุคคลเพื่อไปสู่ความสวยงามที่ยั่งยืนจากภายในภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” (ซับลิมิค)

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” 


โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 79 ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบโจทย์ให้ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็น

กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลดูแลหนังศรีษะ


และ

กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเส้นผม




มร.เทสซึยะ คุโบะ รองประธานกรรมการ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า

“SUBLIMIC (ซับลิมิค) คือ ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่เป็นอีกหนึ่งผลงานน่าความภูมิภาคใจของชิเซโด้ ในการนำเอาเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยและผลการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับมาพัฒนาสุขภาพและความงามของเส้นผมและหนังศีรษะให้ผู้หญิงเอเชีย โดยผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ถูกสร้างขึ้นเพื่อการดูแลเส้นผมปรับสภาพเส้นผมให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก แก้ไขและปรับสมดุลของเส้นผมและหนังศีรษะที่ไม่ถึงประสงค์ ปกป้องเส้นผมจากมลภาวะ แดด กลิ่น หรือ สิ่งกระตุ้นที่ทำลายเส้นผม สู่การฟื้นฟูและบำรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้และมีประสิทธิภาพสูงสุด SUBLIMIC คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมี่ยมที่จะมาช่วยดูแลครอบคลุมทุกความต้องการของเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ สำหรับซาลอนโดยเฉพาะ เพราะชิเซโด้เชื่อว่า “ความงามนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกมอบให้กับคุณ แต่เป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง”

โดยผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ได้ทำการวิจัยและพัฒนา นำเทคโนโลยีเข้ามาสรรสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดึงความงามของเส้นผมออกมาจากภายใน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นซาลอน โซลูชั่น และส่วนที่เผ็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เองที่บ้าน เป็นวิธีการใหม่ คือ “ปฏิรูปโครงสร้างเดิมของเส้นผม” ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างทรีทเมนท์ในซาลอนและผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ที่บ้านที่มีผลิตภัณฑ์หลักๆ ประกอบด้วย แชมพูและทรีทเมนท์สำหรับซาลอน และแชมพูและทรีทเมนท์สำหรับให้ผู้ใช้งานนำมาบำรุงเส้นผมเองที่บ้าน ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ทาง SUBLIMIC ได้พัฒนาและวิจัยให้ตอบโจทย์เส้นผมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมที่อ่อนแอและถูกทำร้ายจากการทำสี, เส้นผมที่หยาบกระด้างและต้องการฟื้นฟู และ เส้นผมที่ชี้ฟู จัดทรงยาก ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลหนังศีรษะ ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีการดูแลผิวที่ทันสมัย มาคิดค้นและวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับศีรษะตามไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเอเชีย


ที่สำคัญทางชิเซโด้ ได้ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่าการทำสปาศีรษะที่มีคุณภาพสูง จะช่วยฟื้นบำรุงและดูแลหนังศีรษะได้มีคุณภาพ จึงได้มีการนำศาสตร์การนวดแบบฉบับของชิเซโด้ มาบริการลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ซึ่งปรับให้เข้ากับสภาพหนังศีรษะและความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล โดยผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะมีกลุ่ม ผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย น้ำมันนวดอโรมา ที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และกลุ่มแชมพูและทรีทเมนท์ ตามสภาพหนังศีรษะ คือ ศีรษะแห้ง, ศีรษะมัน และศีรษะมีรังแค

ด้าน คุณชัญญา ศรีธัญรัตน์ ผู้จัดการแบรนด์ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า


“ ชิเซโด้ ได้สนับสนุนสไตลิสต์ให้สร้างสรรค์ประสบการณ์ในร้านซาลอนแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้เกิดความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดกับลูกค้า ดังนั้นการสร้างซาลอนที่มีคุณภาพจึงมีค่านิยม 4 หลัก คือ

1.Salon Experience (ประสบการณ์ของซาลอน) ช่างมากประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมในการดูแลเส้นผม และหนังศีรษะ รวมถึง จิตใจ เช่นการทำทรีทเมนท์สำหรับเส้นผมที่มีประสิทธิภาพสูง, เทคนิคการสปาหนังศีรษะ ตามเอกลัษณ์ของชิเซโด้

2. Personalized Care (การดูแลตามลักษณะของเส้นผมและหนังศีรษะ) คือ ประสบการณ์ของซาลอนจะช่วยดูแลตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไปออกไป เช่นการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้า การทำสปาศีรษะด้วยกลิ่นอโรมาสุดพิเศษ

3. Technologies ที่ทางชิเซโด้ เทคโนโลยีอันล้ำสมัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชิเซโด้นำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

4 Products (ผลิตภัณฑ์) ซึ่งการพัฒนา SUBLIMIC ได้ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Shiseido ที่ตระหนักถึงผลลัพธ์ขั้นสุดและคงรักษาไว้เพื่อให้แนวคิด “การคงความสวยได้ถึง 365 วัน” เป็นไปได้จริง”

สำหรับเทคโนโลยีและวิทยาการล้ำหน้าที่ SUBLIMIC ใช้เพื่อมอบสุขภาพผมที่ดีให้แก่ผู้หญิงเอเชียได้เปล่งประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกมุ่งเน้น ‘พลังแห่งความงาม’ ของจิตใจมนุษย์ ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ประกอบไปด้วย 4 เทคโนโลยี ได้แก่ 


  1. เทคโนโลยีการปรับสภาพเส้นผม (Hair Reforming Technology) ช่วยปรับสภาพเส้นผมที่ถูก ทำร้ายทั้งบริเวณเกล็ดผม เนื้อผม รวมไปถึงรูปทรงของเส้นผมที่บิดเบี้ยว เทคโนโลนีนี้จะช่วยฟื้นบำรุงปรับรูปทรงของเส้นผมที่บิดเบี้ยวให้กลับมาเรียบ ชุ่มชื้นเป็นประกายและจัดทรงง่าย
  2. เทคโนโลยีฟื้นคืนความชุ่มชื้นด้วยตัวเอง (Self Moisturizing Technology) จากการศึกษาและวิจัยขั้นสูงของ ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ทำให้ค้นพบกลไกสำคัญของผิวหนังที่สามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ด้วยตัวเอง จึงนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสารสกัดจากพืชที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นภายในชั้นผิวหนังรวมทั้งช่วยปกป้องเส้นผมและคงความชุ่มชื้นไว้อีกด้วย เทคโนโลยีนี้ทำให้ ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนลได้รับ ‘รางวัลชนะเลิศสุดยอดเทคโนโลยี (Award Winning Technology) จากสถาบัน IFSCC
  3. เทคโนโลยีการปกป้องเส้นผม (Daily Shielding Technology) ชิเซโด้ได้ค้นพบเอกสิทธิ์เฉพาะ ช่วยให้คุณห่างไกลจากสาเหตุที่เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น มลพิษทางอากาศ โดยมีโพลิเมอร์ซึ่งมีคุณสมบัติในการปกป้อง มาช่วยป้องก้นการเกิดไฟฟ้าสถิต และช่วยให้พื้นผิวเส้นผมลื่นมากขึ้น เพื่อป้องกันการยึดติดของอนุภาคเล็ก ๆ เชน มลพิษทางอากาศ
  4. กลิ่นหอมที่ยกระดับอารมณ์ (Uplifting Aroma) จากการวิจัยโดยนำเทคโนโลยีการรับรู้ถึงสีหน้าของมนุษย์มาใช้ ทำให้ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ได้พัฒนากลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดลองมาแล้วว่าผู้ใช้มีความสุขดุจได้สุคนธบำบัด
ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพ เน้นย้ำว่า จะไม่หยุดพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตช่างซาลอนที่มีคุณภาพออกมาสู่ตลาด และสำหรับผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ที่มุ่งเน้นให้เกิดพลังให้ความงาม โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของชิเซโด้ จะช่วยเผย “พลังที่ส่งเสริมความงาม” ของผู้หญิงทุกคนออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริงเกิดจากภายใน”



ภายในงานมีการแจกตัวอย่างให้กับสื่อมวลชนและแขกให้ได้นำไปทดลองใช้ ทางเราก็ได้เป็นแชมพูและทรีตเม้นต์สูตร Aqua Intensive กับตัว Wonder Sheild มาซึ่งจะลงบทความรีวิวแยกไว้ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผลลัพท์ในครั้งหน้าให้ได้อ่านกันค่ะ



ดูโพสต์นี้บน Instagram

ได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศรีษะและเส้นผมจาก Shiseido Professional ที่นำเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของชิเซโด้ ผสานคุณค่าแห่งสุคนธบำบัดเข้ากับศาสตร์การนวดบำรุงแบบญี่ปุ่น พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” เพิ่งเปิดตัวกันสดๆร้อนๆเมื่อช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม นี่ได้ผลิตภัณฑ์มาลองด้วยเดี๋ยวใช้แล้วจะมารีวิวให้ฟังกันนะคะ รายละเอียดอีเว้นท์หาอ่านในบล็อกได้เลยจ้า #SUBLIMIC
โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

ส่วนสาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC สามารถใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ร้านซาลอนในเครือ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook Shiseido Professional Thailand

Disclaimer: This article is PR based on press release provided by brand. 
นึกถึงชีทมาสก์ หลายคนต้องนึกถึงร้านวัตสัน เพราะไม่ว่าจะเป็นมาสก์แบบไหนยี่ห้ออะไรที่วัตสันมีครบจบในที่เดียวจริงๆ และในส่วนของแบรนด์วัตสันเองก็มีมาสก์พรีเมียมในราคาย่อมเยาว์ออกมาให้เลือกใช้กันมากมายหลายสูตร ล่าสุดส่ง HA Mask น้องใหม่ ที่ผสานน้ำแร่จากเกาะ Jeju ประเทศเกาหลีใต้ เข้ากับ Hyaluronic Acid ที่เป็นตัวเทพขึ้นชื่อเรื่องการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และสารสกัดนานาชนิดออกมาเป็นมาสก์ 7 สูตรเพื่อทุกสภาพผิวให้มีผิวสวยสุขภาพดีสู้มลภาวะได้ไม่มีหมอง
data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"


เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ทางผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัว "Watsons HA Mask" มาสก์หน้าชุ่มชื้น ดูกระจ่างใส ผิวดูอิ่มน้ำ หมดกังวลปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ นำทีมโดย Customer Director ของวัตสัน ประเทศไทย คุณนวลพรรณ ชัยนาม พาน้องใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก มาแชร์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องสู้กับมลภาวะอยู่ทุกวัน รับหน้าที่ดำเนินรายการโดยพิธีกรมือหนึ่งอย่างคุณอั๋น-ภูวนาท ช่วยสร้างสีสันภายในงานที่สยามเซ็นเตอร์ได้เป็นอย่างดี


เปิดตัวหนังโฆษณาตัวใหม่ล่าสุดเรียกเสียงหัวเราะ ก่อนที่ทางทีมงานจะพาเราไปทำความรู้จักกับคุณสมบัติของ HA Mask และความพิเศษของแต่ละสูตร

นอกจากความพิเศษของส่วนผสมแล้วนั้น HA Mask ยังใช้ชีทมาสก์ที่ใช้เทคโนโลยี TENCEL นอกจากจะให้ความนุ่มนวลอ่อนโยน แนบสนิทกับผิวหน้าได้ดีเยี่ยม ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย ทุกชิ้นผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยทั้ง 7 สูตรมีรายละเอียดดังนี้

WATSONS Intensive Moisturising HA Mask with Double HA
วัตสัน อินเซนทีฟ มอยซ์เจอไรซิ่ง เอชเอ มาส์ก วิธ ดับเบิ้ล เอชเอ


ผสานการบำรุงจาก Hyaluronic Acid 2 ชนิด ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ให้ผิวแลดูสดใส อิ่มน้ำ
เหมาะกับผิวที่ขาดความชุ่มชื้นและมีริ้วรอย

WATSONS Rejuvenating HA Mask with Collagen
วัตสัน รีจูวีเนทติ้ง เอชเอ มาส์ก วิธ คอลลาเจน


ผสานคุณค่าบำรุงจาก Collagen ช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระชับ ยืดหยุ่น และเปล่งประกายมีชีวิตชีวา
เหมาะกับคนที่ปัญหาริ้วรอยต่างๆ

WATSONS Brightening HA Mask with Rice Yeast
วัตสัน ไบรท์เทนนิ่ง เอชเอ มาส์ก วิธ ไรซ์ ยีสต์


ผสานคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจาก Rice Yeast ที่ได้จากการหมักข้าว อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นแก่ผิวหน้า บำรุงให้ผิวแลดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น

WATSONS Smoothing HA Mask with Black Pearl
วัตสัน สมูทติ้ง เอชเอ มาส์ก วิธ แบล็ค เพิร์ล


ผสานคุณค่าจาก Black Pearl ช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้า รักษาความยืดหยุ่นให้ผิวแลดูกระชับ ยืดหยุ่น สัมผัสเรียบเนียน เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวขรุขระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องการฟิ้นฟูผิว ให้เรียบเนียนมากขึ้น


WATSONS Antioxidant HA Mask with Red Wine
วัตสัน แอนตี้อ็อกซิแดนท์ เอชเอ มาส์ก วิธ เรด ไวน์ 


ผสานคุณค่าจาก Polyphenols ที่สกัดจากไวน์แดง มีแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกัน และฟื้นฟูผิวหน้าที่เสื่อมสภาพจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย หรือต้องการชะลอการเกิดริ้วรอย

WATSONS Repairing HA Mask with Ginseng
วัตสัน รีแพร์ริ่ง เอชเอ มาส์ก วิธ จินเส็ง


ผสานคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจากจินเส็ง (Ginseng = โสม) สมุนไพรชั้นยอด ที่ช่วยกระตุ้น ปลุกผิวหน้าที่อ่อนล้า ให้กลับมาแลดูกระจ่างใส มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการปลุกผิวหน้าที่อ่อนล้า ใครผิวโทรมต้องลองปลุกผิวด้วยสูตรนี้


ส่วนใครที่ไม่แน่ใจว่าจะเอาสูตรไหนก่อนดี แนะนำให้ลองสูตร Snail ก่อนเลย เพราะเป็นตัวที่เห็นผลชัดว่าหน้าดูโกลว์ ผิวดูอิ่มน้ำขึ้นจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้


กลับบ้านมาก็ลองเลยค่ะ ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้คือผิวฟูข้ามคืน ไม่ใช่แค่หลังมาสก์เสร็จ แต่ใช้แทนสกินแคร์ตอนกลางคืนนอนห้องแอร์ได้เลยสบายมาก ส่วนสูตรอื่นๆจะเป็นยังไงนั้น ขอเวลาทดลองก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังกันนะ ใครที่สนใจซื้อ HA Mask ทุกสูตร บรรจุซองละ 1 แผ่น ปริมาณ 21ml ราคา 49 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขา หรือคลิกเข้าไปที่ Watsons Online ก็ได้ ช่วงนี้แอบเห็น 1 แถม 1 อยู่ด้วยนะ

ขอให้ไปลองกับตัวเองดู สกินแคร์และผลลัพธ์เป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่าลืมพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วยนะ หรือใครที่ลองแล้วได้ผลลัพธ์ยังไงแวะมาเล่าสู่กันฟังกันได้ค่ะ วันนี้ต้องขอลาไปก่อน ขอบคุณทางทีมงานและแบรนด์ที่ให้เกียรติเชิญไปร่วมงานในวันนี้ และขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามผลงานกันนะคะ พบกันใหม่โอกาสหน้า บ๊ายบาย ^^

Disclaimer: This is my personal experience with WATSONS HA Mask Event & Product. I did not purchased this item but I didn't get paid to create this blog neither.
Good Vibes Only คือร้านมัลติแบรนด์สโตร์ สินค้าแฟชั่น จับมือร่วมกับแบรนด์ La Doctress เครื่องสำอางจากธรรมชาติ จัดงาน ‘A WALK IN A CLOUD’ เอาใจสาวๆสายแฟชั่นที่รักความสวยงาม พร้อมเปิดตัว Cloud Blush Tube บิวตี้ไอเท็มสไตล์ใหม่ all in one ในซองเดียวจบ

data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงาน A WALK IN A CLOUD งานเปิดตัว Cloud Blush Tube จาก Good Vibes Only ร่วมกับ La Doctress โดยภายในงานมีการเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษจากเหล่านางแบบ The Face Thailand อาทิ เกรซ ณัฐธยาน์, ดารัณ เศรษฐิณิช, สกาย มาเรีย, ปริม กรวรรณ, เจสซี่ จัสมิน ฯลฯ ที่มาในชุดของแบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยกว่า 40 แบรนด์และมินิคอนเสิร์ตจาก ทอม Room39 


นี่เป็นครั้งแรกของการเปิดตัวบิวตี้ไอเท็มสไตล์ใหม่ Cloud Blush Tube โดย La Doctress ครีมบลัชออน ในรูปแบบหลอดซอง เนื้อนุ่ม ละมุนเหมือนเมฆ แบบ all in one ที่ใช้ได้ทั้งตา ปาก แก้ม ที่จะมาแต่งแต้มสีสันชวนฝันบนใบหน้าของคุณให้สวยราวกับอยู่ในโลกของเทพนิยาย


คุณจอย – วิลาสินี เลืองวัฒนะวนิช ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เผยว่า
จากจุดเริ่มต้นที่มีความหลงใหลในเรื่องของแฟชั่นและความงาม จึงเป็นที่มาของการออกแบบดีไซน์เสื้อผ้า ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 8 ปี ได้มองเห็นว่าการที่แบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์นึงนั้นจะเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องมาหาทำเลที่เหมาะสม และต้นทุนที่สูงอีกด้วย จึงได้ขายแต่ช่องทางออนไลน์อย่างเดียว ประกอบกับลูกค้าบางคนอยากที่จะเห็นของจริง ได้สัมผัสสินค้า เหล่านี้เป็นความต้องการของทั้งเจ้าของแบรนด์และลูกค้า จึงเกิดเป็นไอเดียอยากจะรวบรวมเอาเสื้อผ้าร้านดังที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์มารวมกันไว้ในที่ๆเดียวกัน จนได้กลายเป็นที่มาของร้าน Good Vibes Only มัลติแบรนด์สโตร์น้องใหม่ พร้อมเปิดสาขาแรก ใจกลางกรุง ณ สยามสแควร์วัน โดยได้รวมเอาบรรดาสินค้าแฟชั่นที่ได้รับการคัดสรรเน้นความยูนีคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยฝีมือของเหล่าดีไซเนอร์ไทยเจเนอเรชั่นใหม่ 38 แบรนด์ ทั้งยังได้รังสรรค์เสื้อผ้า และแฟชั่นไอเท็มในคอลเลคชั่นใหม่ต้อนรับฤดูกาล Autumn Winter 2018 ถ่ายทอดกลิ่นอายของสาววัยแรกแย้ม ด้วยดีไซน์อัดแน่นไปด้วยศิลปะที่โลดแล่นบนผืนผ้าด้วยความละเอียดอ่อน และแฝงไปด้วยความมีชีวิตชีวา เชื่อว่าจะโดนใจเหล่าแฟชันนิสต้าอย่างแน่นอน


ร้าน Good Vibes Only มัลติแบรนด์สโตร์ที่ได้รวบรวมสินค้าแฟชั่นมากมาย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ฯลฯ 38 แบรนด์ดังในออนไลน์ อาทิ Wila, Am-Mily Shoes, ARM BERRY, Axelle Atelier, bkk.tempo, BORNFOUNDWATCH, Calis, CAMELLIA, chaiphat accessories, Cherdchai Club, Enis nismua,Hensiri's, ITTI-BITTI, JANANDMAY, KAWINDA, Label 31, Lime Soda, Lissaza, LOVELY JEWELRY, moodymooky, NADYNJADYN, NaWara, OATERA JEWELRY, PaR, PATCHARIN, Piece.Loves, PINKPENNY, PRAO BANGKOK, Ri-am, Schba (ฉบา), SILA, Suitstep, Surreal Objects, the ultimate clothing, The.Only, YANICE, CALLENE' และ Ramida พร้อมเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ณ ชั้น FI3 สยามสแควร์วัน

อินสตาแกรม: instagram.com/goodvibesonly.th/
แฟนเพจ: facebook.com/goodvibesonly.th/


Cloud Blush Tube คือผลิตภัณฑ์บรัชออนรูปแบบใหม่ โดย La doctress (ลา ดอคเทรส) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ปลอดภัย บรรจุภัณฑ์สวยงาม ใช้งานง่าย มาพร้อม 4 เฉดสีให้ได้เลือกใด้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น No.1 Chiffon Rose No.2 Peach Pearl No.3 Fusion Coral และ No.4 Aurora Red ซองเดียวใช้ได้ทั่วทั้งใบหน้า แก้ม ตา ปาก ในราคาเพียงแค่ 99 บาทเท่านั้น


หาซื้อได้ที่ Website : www.ladoctress.com
Facebook : La Doctress
Instagram : @ladoctress และ @ladoctressglobal Line : @ladoctress หรือโทร 084-066-0664

เรียกได้ว่างานนี้มาครบเครื่องทั้งเรื่องแฟชั่นและเมคอัพเลยจริงๆ ส่วนรีวิวผลิตภัณฑ์หรือเสื้อผ้าหากมีโอกาสจะมาเขียนให้อ่านกันในครั้งหน้านะคะ วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายค่า ^^


Disclaimer: This is my personal experience with Good Vibes Only x La Doctress 'A WALK IN A CLOUD' Event & Product. I did not purchased this item but I didn't get paid to create this blog neither.

แรงเลอร์ จัดงาน “Wrangler Wander Ready”

เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ ที่จะเป็นเพื่อนคุณออกเดินทางเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้อย่างอิสระ พร้อมเปิดแฟล็กชิฟสโตร์ ดีไซน์ล่าสุดแห่งเดียวในโลก ที่จำลองความสวยงาม ของ “สามพันโบก” แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย

เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โซนเอเทรียม “Wrangler-แรงเลอร์” แบรนด์เครื่องแต่งกายยีนส์สัญชาติอเมริกัน โดย บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป เอาใจยีนส์เลิฟเวอร์จัดงาน “Wrangler Wander Ready” (แรงเลอร์ วันเดอร์ เรดดี้) เปิดตัวแฟชั่นรับ Fall/Winter 2018 ด้วยคอลเลคชั่นยีนส์เท่ๆ 4 สไตล์ ที่ออกแบบมาให้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับคุณไปทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือ ใส่ออกทริปท่องเที่ยว (Weekend Traveler) ทั้งยังเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

นอกจากนี้ยังมีการ เปิดแฟล็กชิฟสโตร์ ดีไซน์ล่าสุดแห่งเดียวในโลก ที่มีแรงบันดาลใจจากความสวยงามของอุทยานธรณี “สามพันโบก” แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย มาเป็นธีมการตกแต่งร้านอีกด้วย



ในงานได้รับเกียรติจาก มิสเตอร์เอ็ดวิน ยัป ฮอว์สัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป มาเป็นประธานการเปิดงาน พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ สุวรรณเดช ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป, คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์, คุณอิศเรศ จิราธิวัฒน์, ร่วมสร้างสีสันแฟชั่นโชว์โดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ซาบีน่า อจิรภา ไมซิงเกอร์ , นิววี่ ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ , ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์, ชัดเจน วิสุทธิ์ ชาวบางพรหม, อาร์ม-วรท มรรคดวงแก้ว, กัสเบล พีรกร โพธิ์ประเสริฐ , ปราง ฉัตรา และ เก๋ –ชลลดา เมฆราตรี เป็นพิธีกร



ภายในงานยังมีเหล่าดารา เซเลปบริตี้ที่เป็นยีนส์เลิฟเวอร์มาร่วมงานอย่างคับคั่ง Wrangler ได้สร้างสรรค์ยีนส์ที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ มากด้วยคุณภาพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 โดยยึดหลักในการออกแบบว่าเสื้อผ้าควรได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สวมใส่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แรงเลอร์ ได้รับความนิยมมาตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา แรงเลอร์ ได้สร้างสรรค์กางเกงยีนส์ เสื้อแจ๊คเก็ต และเสื้อเชิร์ตที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และในวันนี้ “แรงเลอร์” ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นเอาใจคนรักยีนส์ โดยผสานทั้งความเป็นแฟชั่นและนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำของแรงเลอร์ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นอเมริกันสไตล์

สำหรับไฮไลท์ของงาน “Wrangler Wander Ready” อยู่ที่แฟชั่นโชว์ 4 คอลเลคชั่นล่าสุดของ Fall Winter 2018 ที่แรงเลอร์ตั้งใจออกแบบ เพื่อตอบโจทย์ให้เหล่ายีนส์เลิฟเวอร์ ทั้งเรื่องดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เป็นเพื่อนร่วมเดินทางในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือใส่ลุยออกทริปท่องเที่ยว เพื่อค้นหาแรงบันดาลใหม่ๆ ฉีกกรอบการใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ ของคุณ ให้คุณแสดงตัวตนที่แท้จริงของคุณผ่านยีนส์แรงเลอร์ ยกตัวอย่างเช่น เพิ่มประสบการณ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเป็นยีนส์สุดเจ๋ง ที่มีคุณสมบัติในการกันละอองน้ำ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับนักเดินทาง ไม่ต้องกังวลว่าจะเปียก สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี เพราะการเดินทาง....ไม่มีที่สิ้นสุด “Wrangler” เพื่อนแท้ที่จะร่วมตะลุยไปกับทุกทริปการเดินทางของคุณ

โดย แฟชั่นโชว์ “ Wander Ready” Collection Fall Winter 2018 มี 4 Set



  • กลุ่มแรก Play : Stay True แฟชั่นที่คอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Retro sport (เรโทร สปอตท์) ที่มีความเป็นสีสัน และ สนุกสนาน และยังเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็น Modern และ Authentic Western เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยรูปแบบของเสื้อผ้ามีความสดใส และมีความเป็นแฟชั่น เพื่อให้แฟนแรงเลอร์และกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นได้แสดงออกถึงความโดดเด่นและความไม่ซ้ำใคร และได้แสดงตัวตนผ่านแฟชั่นย้อนยุคที่ดูสดใส 
  • กลุ่มที่ 2 Outdoor : Stay Dry สำหรับแฟนแรงเลอร์ และยีนส์เลิฟเวอร์ที่หลงใหลการท่องเที่ยวอย่างเต็มเปี่ยม หรือรักในการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงวันหยุด Wrangler ก็พร้อมที่จะไปกับทุกกิจกรรม โดยเสื้อผ้ากลุ่ม Denim Performance ได้ออกแบบมาให้เหมาะกับการผจญภัย โดยไม่ละทิ้งความเป็นแฟชั่น ทั้งยังเพิ่มความคล่องตัว ด้วยดีไซน์ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานการผสมผสานนวัตกรรมผ้ากันละอองน้ำ (Water Repellent Technology) ทำให้กางเกงยีนส์ตัวเก่งของคุณแห้งง่าย และสวมใส่สบาย Wrangler ยังนำนวัตกรรมผ้ากันละอองน้ำ มาใช้กับแจ๊คเก็ต เสื้อยืด เสื้อเชิร์ต และ หมวกอีกด้วย นอกจากสามารถกันละอองน้ำได้แล้ว Stay Dry ยังสามารถระบายความชื้นได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกกิจกกรรม Outdoor ของคุณสนุกได้มากขึ้น #มันได้ไม่กลัวเปียก 
  • กลุ่มที่ 3 Shape Keeper เป็น Must-Have ไอเท็ม ที่ออกแบบมาเอาใจยีนส์เลิฟเวอร์สาวๆ ที่ต้องการเสริมความโดดเด่นให้สัดส่วน ทำให้มีรูปร่างดูดีเมื่อสวมใส่กางเกงยีนส์แรงเลอร์ ในคอลเลคชั่นนี้ได้ออกแบบรุ่นย่อยออกมาถึง 3 รุ่นตามนวัตกรรมการตัดเย็บเพื่อตอบโจท์ยีนส์เลิฟเวอร์สาวๆ อย่างรุ่น Contouring จะช่วยทำให้ดูมีสะโพก Elongating ใส่แล้วดูขาเรียวยาว และรุ่น Sliming ที่ใส่แล้วจะยิ่งดูผอมเพรียว ดูหุ่นดี
สาวๆคนไหนที่ต้องการเสริมความั่นใจให้กับตัวเอง ห้ามพลาดทดลองใส่ Wrangler Shape keeper Fall-Winter 2018 และยังนำคอลเลคชั่นพิเศษที่กำลังจะวางจำหน่ายปลายปี 2018 ออกมาโชว์โฉมให้ชมล่วงหน้า เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่าง Vans X Wrangler โดยการนำเอกลักษณ์ของยีนส์ Wrangler ผสมผสานกับความโดดเด่นของลายตารางหมากรุก Checkerboard สุดโด่งดังจาก Vans ซึ่ง Collaboration Collection นี้มาพร้อมกับกางเกงยีนส์ทรง Cowboy ของ Wrangler เสื้อแจ๊คเก็ต กระโปรงยีนส์ และกระเป๋าสะพายหลัง ถือเป็น Collaboration Collection ที่ยีนส์เลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดที่จะเป็นเจ้าของ 


นอกจากนี้ “แรงเลอร์” ยังได้เปิดตัว Flag Ship Store โฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าแห่งแรกแห่งเดียวในโลก หรือ Wrangler Customized Store ที่ทาง แรงเลอร์จะนำเอกลักษณ์ ของแต่ละประเทศมาป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบร้าน และสร้างความแปลกใหม่ให้กับร้าน โดยครั้งนี้ได้จำลองประติมากรรมชิ้นเอกของธรรมชาติมาไว้ที่ร้าน โดยได้แรงบันดาลใจการตกแต่งมาจากความสวยงามตระการตาของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในไทย อุทยานธรณี "สามพันโบก" จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็น แกรนด์แคนยอนที่สวยแปลกตาอันดับต้นของเมืองไทย โดย สามพันโบก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่รักในการผจญภัย ชอบค้นพบสิ่งใหม่ ซึ่งตรงกับภาพลักษณ์ ของแรงเลอร์ ทั้งนี้ Flag Ship Store ที่ Central World ชั้น 3 จะพาทุกคนไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ช๊อปปิ้งรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การเดินในห้างสรรพสินค้า แต่จะเป็นการได้สัมผัสถึงการเดินทางแบบ Open Road Trip แบบ แรงเลอร์ และ ยังได้สัมผัสสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของแรงเลอร์ที่นี้เป็นที่แรก เชิญพบกับWrangler Customized Store แห่งเดียวในโลก และ สัมผัส Collection Fall Winter 2018 : Stay Dry, Shape Keeper, Stay True, Vans x Wrangler ได้แล้ววันนี้ที่ Wrangler Shop ทุกสาขาและเคาน์เตอร์ Wrangler ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

#WranglerThailand #WranglerTH #WranglerJeans #FallWinter2018 #WanderReady #WranglerCustomizeStore #มันได้ไม่กลัวเปียก

Disclaimer: This is PR post made from press release.
data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
#MellowNaturals คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลปรนนิบัติผิวคุณภาพพรีเมียม ก่อตั้งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยไร้สารเคมีอันตราย หรือสารสังเคราะห์อื่นๆที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง และอาจตกค้างในร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพระยะยาว เช่น Parabens, Alchohol, SLS/SLES, Mineral Oil, PEGs, Phenoxyethanol, Phthalates, Silicone เป็นต้น


data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"

Event เปิดตัว MELLOW Naturals

ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสวย ปลอดภัย สุขภาพดี... ด้วยคุณค่าวัตถุดิบและส่วนผสมจากธรรมชาติ



ทางแบรนด์มุ่งเน้นใช้คุณประโยชน์จากวัตถุดิบธรรมชาติจากภูมิภาคเอเชีย ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อมาพัฒนาเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวและสุขภาพ สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริง


Event นี้ได้รับเชิญจากทางออนเบบี้และ Made With Love Consultant ซึ่งเป็นงาน Exclusive จัดให้กับแบรนด์ Mellow Naturals ที่ร้าน Lady L Garden ผลิตภัณฑ์ตัวเด่นของ Mellow Naturals ก็คือ Face serum และ Face oil ที่มีถึง 4 สูตร ให้เลือกตามสภาพและปัญหาผิวของเรา


Vit C Natural Glow Face Serum (90% Natural) 15ml ราคา 890 บาท

เซรั่มวิตามินซีสูตรอ่อนโยน สูตรเฉพาะของ Mellow Naturals ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ สูงถึง 90% ไม่ระคายเคืองผิว ผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือนจุดด่างดำ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
สารสกัดวิตามินซีที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักในเซรั่มตัวนี้ คือ

💧Magnesium Ascorbyl Phosphate หรือเรียกสั้นๆว่า MAP มีคุณสมบัติเหมือนวิตามินซี มีความเสถียรสูงมากใช้ได้ดีกับเซรั่ม water-based ทำให้เนื้อเซรั่มไม่เหนียวเหนอะหนะ MAP สามารถทำงานได้ดีแม้ในค่า PH ที่ต่ำ ทำให้ความเป็นกรดของเซรั่มตัวนี้ต่ำมาก จึงไม่กัดผิว ต่างจากสารสกัด Vitamin C ทั่วไปในท้องตลาด ที่เรียกว่า L-Ascorbic Acid (LAA) ซึ่งสารสกัดตัวนี้จะแรงกว่าและเข้มข้นกว่า แต่ทำงานได้ดีในสภาวะ PH สูงจึงมีความเป็นกรดสูง และมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวสูงกว่ามาก ในแง่ของผลลัพธ์นั้น LAA อาจจะเห็นผลได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่า แต่ถ้าเทียบกันในระยะยาวและในเรื่องความอ่อนโยนและความปลอดภัยต่อสุขภาพผิว แม้ผิวที่แพ้ง่าย MAP เป็นสารสกัดที่อ่อนโยนกว่า ให้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกับผิวมากกว่าในระยะยาว

💧Niacinamide (Vitamin B3) อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดการอักเสบต่างๆ และช่วยให้ MAP ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น

🍊Tangerine Peel Extract อุดมด้วยวิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระ

Clarifying Serum with Sophora Root (95% Natural) 15ml ราคา 950 บาท

ด้วยสารสกัดจากขู่เซิงและเปลือกสน ช่วยปรับสมดุลความมันของผิวหน้า ลดการอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และช่วยยับยั้งการอักเสบต่างๆได้เป็นอย่างดี

ตัวนี้ทางแบรนด์ไฮไลท์มาเลย แนะนำมากๆสำหรับคนผิวแพ้ง่าย และคนที่มีปัญหาเรื่องสิว เนื้อเซรั่มซึมง่ายมาก เนียนไปกับผิว เบาบางไม่เหนอะหนะ ส่วนผสมที่สำคัญนอกจาก Sophora Root (สารสกัดจาก ขู่เซิง) และ สารสกัดจากเปลือกสนที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลความมันและฆ่าเชื้อลดการอักเสบต่างๆของผิวหนังแล้ว ยังมีส่วนผสมของ Salicylic Acid ทำหน้าที่ช่วยกำจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี สิ้วเสี้ยนต่างๆจะหลุดง่ายขึ้นด้วย เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสมและผิวมันเหมาะมากๆ


Botanical Concentrated Face Serum - Oil Based (100% Natural) 15ml ราคา 820 บาท

เซรั่มเนื้อออยล์บำรุงผิวหน้า ใช้สารสกัดนาโนเทคโนโลยีเพื่อให้ซึมง่าย คัดสรรพืชสมุนไพรและผลไม้รวมกว่า 7 ชนิด เน้นบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ปรับผิวให้กระจ่างใส และช่วยกระชับรูขุมขน

แบรนด์เล่าให้ฟังว่าเซรั่มเบสออยล์ตัวนี้ มีความพิเศษอยู่ตรงที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ที่ผ่านกรรมวิธีการสกัดด้วยนาโนเทคโนโลยี ทำให้โมเลกุลเล็กซึมผ่านชั้นผิวได้ง่ายและล้ำลึก และยังมีสารสกัดจากพืชสมุนไพรในตะกูล Curcuma อีกถึง4 ชนิด + มะเฟือง ทว่า คุณสมบัติหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของน้ำมันมะพร้าวนั่นก็คือ จะเกิดการแข็งตัวในอากาศที่หนาว หรืออุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณภูมิห้อง ทำให้ต้องมีการ วอร์มออยล์ก่อนใช้ โดยการนำเอาขวดเซรั่มนี้ ไปแช่ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 30-45วินาที เพื่อให้เซรั่มกลับสู่สภาพออยล์ตามเดิมค่ะ แนะนำมากสำหรับคนที่มีเวลาให้กับการดูแลผิว หรือไว้ใช้ในตอนกลางคืนสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นนะคะ ตื่นเช้ามาหน้าจะอิ่มน้ำ เต่งตึงค่ะ

Hydration Drops - Argan, Rosehip and Strawberry Face Oil (100% Natural) 15ml ราคา 820 บาท

เฟสออยล์ผสานคุณค่ามหัศจรรย์ของน้ำมันอาร์แกน น้ำมันโรสฮิป และน้ำมันเมล็ดสตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง บำรุงฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้งกร้าน และเติมน้ำให้ผิวสุขภาพดีมีน้ำมีนวล

ผลิตภัณฑ์ช่วยเติมน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ให้ผิวมีน้ำมีนวล แข็งแรง และต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ สาเหตุของผิวหมองคล้ำและริ้วรอยได้อย่างดี

💧Organic Argan Oil (น้ำมันอาร์แกนออแกนิค) อุดมไปด้วยวิตามิน A, E, Omega-6 และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ช่วยในการบำรุงฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้งกร้าน หรือขาดความชุ่มชื่นให้กลับมาสุขภาพดีมีน้ำมีนวล 
💧Rosehip Oil (น้ำมันโรสฮิป) ที่มีวิตามิน A และ C สูง ช่วยบำรุงและปรับเม็ดสีผิวให้สม่ำเสมอ ให้ผิวที่ดูหมองคล้ำดูสดใสขึ้น และยังช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนของผิวหนังได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ 
💧Strawberry Seed Oil (น้ำมันจากเมล็ดสตรอเบอร์รี่) อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามิน C, กรดโฟลิค, Salicylic Acid, และ Omega-3 ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและลดเลือนริ้วรอยต่างๆบนผิวหน้า



นอกจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว อีกอย่างที่เซอร์ไพร์สมากๆ คือ Jade Roller หรือ ลูกกลิ้งหยก

หยกเป็นหินธรรมชาติที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในตำนานการปรณนิบัติผิวของคนชั้นสูงในประเทศจีนที่จะใช้หินหยกในการนวดหน้าและเพื่อเป็นการกระตุ้นการหมุนเวียนใต้ชั้นผิว หินหยกแท้ที่ Mellow Naturals เลือกนำมาใช้ในอุปกรณ์ชิ้นนี้ เป็นหินหยกคุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม และแน่นอนเป็นหินหยกธรรมชาติ 100% ทำให้แต่ละชิ้นจะมีสีและลายที่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของอุปกรณ์นี้  คือเปิดกล่องมาเราจะได้ลายหินแบบไหนต้องมาลุ้นกัน จะไม่มีชิ้นไหนเหมือนกันแน่นอนเพราะลายมาจากหยกธรรมชาติ ซึ่งทางแบรนด์การันตีว่าทุกชิ้นคุณภาพพรีเมี่ยมเหมือนกันหมดแน่นอน

ประโยชน์ของลูกกลิ้งหยก

  • ช่วยการหมุนเวียนของเลือดภายใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแข็งแรง เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงอย่างทั่วถึง ผิวสุขภาพดีมีเลือดฝาด
  • ช่วยให้ผิวหน้ากระชับ ป้องกันและลดเรือนริ้วรอยต่างๆ เมื่อกลิ้งตามเส้นผิวและใช้เป็นประจำ
  • กระชับรูขุมขน หินหยกโดยธรรมชาติ จะมีความเย็นในตัวแม้ในอากาศร้อน ยิ่งถ้าเราเอาลูกกลิ้งหยกนี้ไปแช่ตู่เย็นซัก 5-10 นาที ก่อนใช้ ความเย็นจะช่วยในการกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี
  • ทำให้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ โดยเฉพาะกลุ่ม เฟสออยล์และเซรั่ม ซึมเข้าผิวได้ดี และล้ำลึกยิ่งขึ้น
นึกภาพตามง่ายๆเหมือนเวลาที่เราค่อยๆนวดน้ำมันลงบนผิว ทางแบรนด์แนะนำให้ลองค่อยๆปรับให้ลูกกล้ิงหยกเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนในการดูแลผิว ทุกๆเช้าเย็นโดยใช้กลิ้งหลังจากที่เราลงเซรั่มหรือเฟสออยล์ อาจจะครั้งละ 5 นาที ทำไปเรื่อยๆ ในระยะยาวจะสามารถเห็นผลได้จริง ปกติแล้วหลักการจากธรรมชาติคือไม่มีสิ่งไหนเห็นผลข้ามคืน แต่ว่าในระยะยาวผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ามากๆ

ใครที่สนใจตอนนี้ทางแบรนด์มีผลิตภัณฑ์แบบครบเซทในราคา 1,550 บาท



เป็นเซ็ทรวม สินค้า Must Have ประกอบไปด้วย: 
  • เซรั่มหรือเฟสออยล์ (เลือกได้ตามความชอบ)
  • ลูกกลิ้งหยก Natural Jade Roller 
  • ลิปแคร์บำรุงริมฝีปาก Pomegranate Lip Care
แถมกระเป๋าผ้า ไว้พกพาใส่สกินแคร์หรือเครื่องสำอางอีก 1 ใบ หรือถ้าสนใจแค่สกินแคร์ตอนนี้มีโปรโมชั่นเปิดตัวลดพิเศษ 30% เซรั่มและเฟสออยล์ทั้ง 4 สูตร (เฉพาะช่องทาง ออนไลน์)
▶️ LINE: @MellowNaturals ( https://line.me/R/ti/p/%40mellownaturals
▶️ FB: MellowNaturals ( m.me/mellownaturals
▶️ Shopee: http://bit.ly/MN-Shopee 
▶️ Worldwide shipping: www.mellownaturals.com 

มีหน้าร้านวางจำหน่ายแล้วที่ : Ecotopia, Siam Discovery ชั้น 4


ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์และสาวออนเบบี้มากๆเลยนะคะที่ชวนให้มาร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ ส่วนรีวิวผลิตภัณฑ์ถ้ามีโอกาสจะมาอัพเดทให้ฟังกันอย่างแน่นอนค่ะ ฝากติดตามกันด้วยน้า

Disclaimer: This is PR post with no budget involves, however I did received products from Mellow Naturals as a gift, all information here are from my own 100% experiences with this event.


ได้มีโอกาสไปร่วมงานกับแบรนด์ Paula's Choice Skincare ซึ่งมีคุณพอลล่า - Paula Begoun เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งปัจจุบันเธออายุ 65 ปีแล้วค่ะ แต่ยังกระฉับกระเฉงและดูสุขภาพดีอยู่เลย โดยเฉพาะผิวหน้าที่ยังดูสดใสเปล่งปลั่ง (แต่ตัวเธอก็ยอมรับนะว่าผ่านมือหมอมาเหมือนกันแต่ไม่ได้บอกว่าทำอะไรบ้าง 555) งานนี้เธอชวนแขกผู้ร่วมงานทุกคนมาฟัง "ความลับทางการตลาด" ของสกินแคร์ที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ และที่สำคัญ เธอเน้นอ้างอิงจากงานวิจัยนะ ไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ซึ่งคุณพอลล่าบอกว่าเธอชอบมากกับการ 'Myth Busting - ทำลายความเชื่อผิดๆ' ที่ยังคงอยู่ในวงการบิวตี้ในทุกวันนี้ จะมีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

(ภาพจาก Official Facebook Page: Paula's Choice Thailand)

1. เลิกใช้ครีมแบบกระปุก:
ครีมแบบกระปุกใช้ดีเฉพาะครั้งแรกๆ แต่พอนานๆไปเริ่มไม่เห็นผล สาเหตุเพราะส่วนผสมในกระปุกนั้นทำปฏิกิริยากับอากาศและแบคทีเรียทุกครั้งที่เปิดฝาออกมาใช้ ส่วนผสมที่ดีกับผิวจึงค่อยๆสลายไปเหลือแต่เนื้อครีมที่ไม่ค่อยได้ประโยชน์...

2. สกินแคร์ที่แต่งกลิ่นด้วย Essential Oil เป็นสิ่งที่ควรเลี่ยง:
เพราะน้ำมันหอมระเหยแต่งกลิ่นส่วนใหญ่เมื่อสัมผัสกับผิว มีโอกาสทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ถ้าไปนวดตามสปาแบบนานๆครั้ง (นวดตัว นวดหน้า - ลองขอบริการนวดน้ำมันแบบไม่แต่งกลิ่นจะปลอดภัยกับผิวมากที่สุด) ยังไม่ทำร้ายผิวมากเท่าไหร่ แต่การใช้เป็นประจำทุกเช้าเย็นจะยิ่งทำให้ผิวอ่อนแอแพ้ง่ายยิ่งขึ้น

3. แสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากจะทำร้ายผิว ยังทำร้ายสายตาด้วย:
มีผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าได้จริง และเราสามารถป้องกันดวงตาจากการถูกทำร้ายสามารถทำได้โดยการปรับหน้าจออุปกรณ์ที่ใช้อยู่ให้เป็น Warm Light-แสงสีเหลืองส้ม จะช่วยถนอมสายตาได้มากกว่า (บนมือถือไอโฟนอยู่ใน Display and Brightness เลือก Night Shift "On" ได้เลยค่ะ)

4. การทาครีมไม่ได้จำเป็นจะต้องทาขึ้นหรอทาลง ทาแบบไหนก็ทาไปเถอะ:
เป็นความเชื่อแบบผิดๆว่าถ้าทาครีมด้วยการนวดท่านั้นท่านี้ผิวจะดีขึ้น แต่จริงๆไม่เลย ยิ่งผิวเสียดสีกับนิ้วมือมากเท่าไหร่อีลาสตินจะยิ่งเสื่อมไปไวขึ้น ระวังหน้าเหี่ยวเร็ว และที่สำคัญ การนวดไม่ได้ทำให้ครีมซึมง่าย ซึมไว เพราะโมเลกุลของสกินแคร์มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการนวด เพราะงั้นมันจะซึมได้เท่าที่ผิวเราไหว แม้ว่าจะนวดหรือไม่นวดตอนทาครีมก็ตาม จบปึ้ง

5. ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใดๆก็ตามที่บอกว่าช่วยดีทอกซ์ผิว มันเป็นไปไม่ได้:
การ Detox มันคือการชำระสารพิษในร่างการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่อยู่ข้างในลำไส้กับตับ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้ช่วย Detox ผิว เป็นแค่คำเคลมทางการตลาดล้วนๆ ผิวเราไม่สามารถดีทอกซ์ได้แต่สามารถทำความสะอาดได้เฉยๆจ้า

6. ทุกคนไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้มอยสซ์เจอร์ไรเซอร์:
จริงอยู่ว่า Moisturizer ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว แต่ไม่ใช่ทุกคนจะจำเป็นต้องใช้ เพราะสภาพผิวของบางคนชุ่มชื้นพออยู่แล้ว การอัดเพิ่มไม่ได้ช่วยให้สภาพผิวดีขึ้นแต่อย่างใด ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอีกมากมายที่มีส่วนผสมของการบำรุงที่ไม่ใช่สารให้ความชุ่มชื้น Active Ingredient ดีๆไม่ได้จำเป็นจะต้องมาในรูปของโลชั่นหรือครีมหนักๆ ให้สังเกตว่าผิวต้องการอะไรแล้วบำรุงให้ถูกจุดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ดีกว่าการอัดมอยสซ์เจอร์ไรเซอร์

7. AHA และ BHA ไม่ได้ทำให้ผิวบางอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ:
แค่มีคำว่า Acid อยู่ในส่วนประกอบไม่ได้หมายความว่าป็นกรดที่ทำร้ายผิวหนังเสมอไป ยิ่งเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ AHA กับ BHA มีผลลัพธ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปทำร้ายผิวชั้นในของเราได้

8. การใช้แปรงล้างหน้าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแต่เป็นการจ่ายราคาแพงเพื่อผลที่ดีกว่านิดหน่อย:
คุณพอลล่าบอกว่าถ้ามีเงินก็ใช้ไปเถอะ แต่ถ้าอยากหาวิธีที่ได้ผลเหมือนกันในราคาที่ถูกกว่ามากๆ ก็แค่ล้างหน้ารอบนึงก่อน ส่วนอีกรอบใช้ผ้าสำหรับล้างหน้า (Facial Cloth) ถูวนให้ทั่ว ก็ได้รับความสะอาดในระดับที่เท่ากันแต่จ่ายน้อยกว่าเยอะ

9. ในตอนกลางวันยังไงก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี SPF:
ถึงไม่ได้ออกไปไหนแต่ UV มีอยู่ในทุกๆที่ แสงแดดให้ความสว่างได้ถึงไหน แสงยูวีก็มาถึงเราได้เหมือนกันมันผ่านมาทางหน้าต่างและอยู่กับเราตลอดเวลา ถ้าผิวไม่ได้รับการป้องกันตรงนี้ก็จะยังสุ่มเสี่ยงกับการเจอผิวแก่ก่อนวัยตามมาด้วยปัญหาฝ้ากระจาก UVA และ UVB ได้เหมือนกัน

10. ถ้าสกินแคร์ที่มีอยู่ทารอบดวงตาได้ไม่ระคายเคือง อายครีมก็ไม่จำเป็น:
เพราะสกินแคร์จะทาส่วนไหนก็ได้ และสกินแคร์ในตอนกลางวันที่ดีก็ควรจะมีสารกันแดดอยู่ด้วย อยากใช้อายครีมต้องเลือกทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนกันนะ อยากประหยัดก็เลือกสกินแคร์ที่ทารอบดวงตาได้ง่ายสุด ลองดู

11. การแช่เย็นสกินแคร์ หรือพยายามกระชับผิวด้วยความเย็นจากน้ำแข็ง น้ำเย็น ควรเลิก:
อุณหภูมิที่ดีที่สุดคืออุณหภูมิปกติ ไม่ใช่เย็นๆสลับอุ่นตามที่เชื่อกันว่าไอน้ำจะเปิดรูขุมขน และน้ำแข็งจะกระชับรูขุมขน ซึ่งไม่เป็นความจริง แถมยังทำให้อีลาสตินบนผิวถูกทำลายไวขึ้นด้วย

12. สกินแคร์ที่ช่วยสลายเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มได้ถาวรนั้นไม่มีอยู่จริง

13. เลือกใช้สกินแคร์ให้ตรงกับปัญหาผิวที่มี ไม่จำเป็นต้องใช้ให้ครบทุกสเตปของการบำรุงก็ได้ถ้าผิวเราไม่ได้มีปัญหาขนาดนั้น

14. Sheet Mask ก็คือสกินแคร์ประเภทนึง ใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ แต่ที่แน่ๆทุกครั้งที่ใช้จะเปลืองเวลาและทรัพยากร

15. สเปรย์น้ำแร่เฉยๆที่เอาไว้ฉีดหน้าระหว่างวันไม่ได้ดีกับผิว:
ทำให้หายร้อนได้ก็จริงแต่น้ำมันจะไปสลายสารกันแดดบนผิวเราแล้วก็ไม่ได้ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้นแต่อย่างใด เพราะสุดท้ายน้ำก็ระเหยไปในที่สุด เผลอๆยังจะเอาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติบนผิวสลายไปด้วย

16. กันแดดควรลงเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบำรุงผิว จากนั้นค่อยไปเติมสารกันแดดเพิ่มในขั้นตอนแต่งหน้าอื่นๆ

17. สกินแคร์จะซึมลงผิวได้ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับไซส์ของโมเลกุล ดังนั้นการรอให้ซึมไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายมันจะซึมได้เท่าที่ผิวรับได้ ทาๆไปเถอะ อย่าไปเสียเวลากับมันมาก เดี๋ยวมันซึมเอง ถ้าไม่อยากหนักหน้าก็ให้ไล่จากความเข้มข้นน้อยสุด (แบบน้ำ) ไปจยถึงความเข้มข้นมากสุด (แบบครีมหรือบาล์ม)

จบงานมีการถ่ายภาพร่วมกันกับคุณพอลล่า แถมยังได้รับ Gift Bag เป็นผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้ด้วย



ใครที่เป็นผู้ติดตามของ Kaosuaylunla ก็จะมีโอกาสลุ้นรับผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เก๋ๆอย่างนี้กันอยู่เรื่อยๆ ยังไงก็ฝากกดติดตามไว้ในทุกช่องทางด้วยนะคะ



Giveaway! ให้แฟนๆของ Paula’s Choice 1 รางวัล เป็นกิฟเว้าเชอร์ 500 บาท 1 ใบ และสกินแคร์ไซส์ทดลอง 2 ชิ้นในภาพ Clinical 1% Retinal Treatment สำหรับทุกสภาพผิว และ Resist Antioxidant Serum สำหรับผิวปกติถึงผิวแห้ง กติกาง่ายๆแค่แวะมาคอมเม้นใต้ภาพนี้ในไอจี @kaosuaylunla บอกเราว่าจะเอาเว้าเชอร์ไปซื้ออะไร ประกาศผล 25 กันยานี้ เดี๋ยว DM ไปหา แล้วเธอจะได้เอาไปใช้ช้อปปิ้งตอนเงินเดือนออกกัน 😘💋
โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า วันนี้ไปก่อน บ๊ายบายค่า ^^


Disclaimer: This is PR post with no budget involves, all information here are from my own 100% experiences with this event.
ครั้งแรกกับการได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ VIVO รุ่นใหม่ล่าสุด V11 และ V11i เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่อย่างมากค่ะคุณขา ด้วยความที่เนื้อหาของเราส่วนมากจะหนักไปทางบิวตี้กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันทั่วๆไป เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสมางานสายเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ วันนี้เลยอยากบันทึกไว้เป็นความทรงจำเผื่อครั้งหน้าได้รับโอกาสไปงานแนวๆนี้เพิ่มเติมจะได้เตรียมพร้อมได้มากกว่าเดิม 


เกี่ยวกับงานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ VIVO V11 และ V11i


Vivo เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Vivo V11, V11i ในประเทศไทย สุดยอดเทคโนโลยี AI ต่อยอดความสำเร็จของซีรี่ส์ V ที่มีกล้องอัจฉริยะที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ กล้องหลังสองตัว 12 + 5 เมกะพิกเซล และมีกล้องหน้า 25 เมกะพิกเซล ที่มีจุดรับภาพถึง 24 ล้านจุดเพื่อถ่ายทอดความเหมือนจริงและมีเทคโนโลยี Dual-Pixel Autofocus ระดับกล้อง DSLR สามารถล็อกโฟกัสได้ในเวลาเพียง 0.03 วินาที
(เครื่องเฉดสี Starry Night)

เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกภายใต้ซีรี่ส์ V ที่มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Vivo ด้านความปลอดภัย โดยไม่ทิ้งความล้ำสมัยของดีไซน์ V11 ขนาดหน้าจอ 6.41 นิ้ว สัดส่วนจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 91.27% และ V11i ขนาดหน้าจอ 6.3 นิ้ว ที่มีสัดส่วนจอแสดงผลที่ 90.4% กรอบด้านข้างบางเฉียบเพียง 1.76 มิลลิเมตร V11 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการโพรเซสเซอร์ Snapdragon 660AIE และ 6GB RAM + 128 ROM และ V11i ที่มาพร้อมกับ Mediatek Helio P60 4GB RAM + 128ROM และยังมี Funtouch OS 4.5 ดีไซน์ที่ล้ำสมัย จอ Halo FullViewTM พร้อมรังสรรค์ 2 สีใหม่ ไล่เฉดสี ด้วยแรงบันดาลใจจากความลึกลับแห่งจักรวาล Starry Night และ Nebula ตัวเครื่องโค้งมนสามมิติและไร้รอยต่อ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ไม่สะดุด

(เครื่องเฉดสี Nebula)

ราคาเปิดตัวที่ 13,999 บาท (V11) และ 9,999 บาท (V11i)


เอาจริงๆเพิ่งเคยมีโอกาสได้มาฟังคอนเซปท์และการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในฐานะสื่อครั้งแรก สายเทคโนโลยีจ๋าๆเค้าคงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ส่วนเราก็เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ เค้าเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการให้ทุกคนได้รับรู้พร้อมๆกันในงานนี้เป็นที่แรก ตอนเปิดสไลด์ราคามีเสียงปรบมือเกรียวกราวด้วยนะ อะเราก็ปรบมือบ้าง เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามอะโนะ พอจบ Session บนเวทีก็มีเปิดโซนให้เข้าไปลองจับเครื่องเล่นกันดู ซึ่งตรงนี้บอกเลยว่าถ้าจะไปงานสายเทคโนโลยีแล้วอยากได้ภาพเครื่องสวยๆด้วยมือเรา ควรพกผ้าไมโครไฟเบอร์ติดตัวไปด้วย (ฮาา) เครื่องที่ทุกคนจับมันจะมีรอยนิ้วมืออยู่แล้ว ยิ่งกล้องใครถ่ายชัดก็จะเห็นรอยนิ้วมือชัดเลยจ้า


จากนั้นก็จะมีเลี้ยงอาหารเป็นบุฟเฟต์ของทางโรงแรม พร้อมกับวงดนตรีมาเล่นให้ฟังสดๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเล่นอีกเพียบเลยด้วย นับว่าเป็นประสบการณ์สนุกๆที่ได้รับจากทาง VIVO ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่ให้โอกาสมาสัมผัสประสบการณ์ Exclusive แบบนี้ด้วยนะคะ




#throwbackyesterday กับงานเปิดตัว Vivo V11​ / Vivo V11i Launch Event เมื่อวานนี้มีแขกรับเชิญสุดพิเศษ​ พี่บี​ น้ำทิพย์​ @beenamthipofficial โชว์จากพี่แก้ม​ The​ star ​กับแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายมาร่วมงานพร้อมเปิดตัวราคา Vivo V11 อยู่ที่ 13,999 บาท / Vivo V11i ราคา 9,999 บาท ถ้าอยากได้รุ่นที่ Bambam GOT7 ใช้ต้อง V11 เท่านั้นนะซิส พร้อมวางขาย 16 กันยา 2561 ทั่วประเทศจ้า #VivoV11 #VivoV11LaunchEvent #VivoV11xBAMBAMGOT7 #InDisplayFingerprintScanning #AICamera
A post shared by Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) on


ใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ VIVO V11 หรือ V11i สามารถหาซื้อได้พร้อมกันทั่วประเทศไทยในวันที่ 16 กันยายน 2561 นี้ค่ะ ส่วนใครที่อยากได้ Special Gift สุด Exclusive ที่มีน้องแบมแบม GOT7 มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ด้วยแล้วล่ะก็ ต้องพรีออเดอร์กันให้ไวช่วง 8-15 กันยายนนี้เท่านั้นน้า


ติดตามข่าวสารอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจของทาง VIVO Thailand ใครได้ลองใช้แล้วชอบหรืออยากมาแชร์อะไรเพิ่มเติม แวะมาคอมเม้นเล่าให้ฟังกันที่นี่ได้เลยค่ะ

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า บ๊ายบายค่า ^^