Kaosuaylunla Diary
Update
Newest Posts

Holiday collection ของคีลส์กับมาอีกครั้ง!

ส่งตรงจากมหานครนิวยอร์คให้แฟนๆ Kiehl’s ได้กรี๊ดกันรอบนี้กับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์คีลส์และศิลปิน Illustrator ชื่อดังระดับโลก Maïté Franchi (ไมเต้ ฟรองซี) มาออกแบบลวดลาย Limited Edition ลงบนผลิตภัณฑ์ รุ่นขายดี ที่สาวกคีลส์ต้องเลิฟ

ลวดลายกราฟิกที่ใช้ตกแต่งร้านคีลส์และผลิตภัณฑ์ในช่วงเทศกาลปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากร้านขายยาแห่งแรกของคีลส์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสายที่ 13 ตัดกับ 3rd Avenue เมือง New York สหรัฐอเมริกา โดยปีนี้ทางแบรนด์คีลส์ภูมิใจเปิดตัวต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขแบบ "กรีน" (Green) ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยมีมา มุ่งเน้นด้านการส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ใช้กล่องของขวัญที่รีไซเคิลได้ รวมไปถึงการออกแบบ Advent Calendar ที่ทำมาจากกระดาษรีไซเคิลล้วนๆ ไม่มีส่วนผสมของพลาสติกเลย นำมาจำหน่ายแบบลิมิเตทสุดๆเพียง 80 ชุดในไทยเท่านั้น

นอกจากนี้แฟนๆของแบรนด์คีลส์ยังจะได้เอ็นจอยกับผลิตภัณฑ์ขายดีที่มาในลวดลายลิมิเตทอิดิชั่น ความพิเศษของปีนี้คือเพิ่มตัว Clearly Corrective Dark Spot Solution เซรั่ม whitening ขายดีอันดับ 1 ในไทย 3 ปีซ้อน เข้ามาในชุดผลิตภัณฑ์เทศกาลเป็นครั้งแรก 

Holiday collection ของคีลส์ Kiehl's x Maïté Franchi ประจำปี 2020 ประกอบไปด้วย

Clearly Corrective Dark Spot Solution ขนาด 50 ml. ราคา 3,550 บาท

เซรั่ม whitening ขายดีอันดับ 1 ในไทย 3 ปีซ้อน Kiehl's Dark Spot Serum มี Acitivaed C ประกอบไปด้วย สารสกัดจากไวท์เบิร์ช (White Birch) ดอกโบตั๋น (Peony) ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำใหม่ๆ และป้องกันการเปลี่ยนสีของเม็ดสีผิวเมื่อใช้เป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ปราศจากซิลิโคน ปราศจากสารกันเสีย ปราศจากน้ำหอม ปราศจากสี ปราศจากเทคโนโลยีกระจายแสง (Optical Diffuser)


Calendula Herbal-Extract Toner ขนาด 250 ml ราคา 1,500 บาท

(เครดิตภาพจากงานอีเว้นแบรนด์คีลส์เมื่อวันที่ 26 พย 2563)

โทนเนอร์อันดับ 1 ในไทย เป็นโทนเนอร์สูตรไร้แอลกอฮอล์ อุดมไปด้วยสารสกัดจากดอกคาเลนดูล่า ช่วยปลอบประโลมและปรับสภาพให้ผิวนุ่มและมีความรู้สึกผ่อนคลายหลังใช้ 


Ultra Facial Cream ขนาด 50 ml ราคา 1,400 บาท

(เครดิตภาพจากงานอีเว้นแบรนด์คีลส์เมื่อวันที่ 26 พย 2563)

มอยซ์เจอร์ไรเซอร์อันดับ 1 สมอบการบำรุงที่ผิวแห้งต้องการตลอดทั้งวันโดยดูดซับความชุ่มชื้นจากอากาศเพื่อความชุ่มชื้นของผิวที่ได้สมดุลและความสบายผิวอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับด้านการเสริมความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมงด้วยเนื้อครีมบำรุงที่บางเบาและไม่มันเยิ้มจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน 


Kiehl's Creme de Corps Whipped Body Butter ขนาด 250 ml ราคา 1,450 บาท

ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษยอดนิยม เนื้อครีมนุ่มลื่น สำหรับผิวแห้งมาก ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษยอดนิยมที่เป็นหนึ่งใน Kiehl's customer's favorite ซึ่งKiehl'sได้เลือกใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุดเพื่อให้ผิวดูสวย นุ่ม ชุ่มชื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวที่แห้งมาก


Kiehl's Midnight Recovery Concentrate ขนาด 50 ml ราคา 2,400 บาท

(เครดิตภาพจากงานอีเว้นแบรนด์คีลส์เมื่อวันที่ 26 พย 2563)

เซรั่มกลางคืนสูตรเข้มข้น ช่วยบำรุงและเสริมความแข็งแรงให้ผิวในเวลากลางคืน พลังจากธรรมชาติช่วยปรับให้ผิวดูสดใสขึ้นในตอนเช้า ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 99.8% บำรุงและสร้างเกราะป้องกันผิวพรรณ ช่วยลดริ้วรอย มีความอ่อนเบาและซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ทันที เซรั่มกลางคืนจึงช่วยบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดีในชั่วข้ามคืน ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งประกายสดใสในเช้าวันรุ่งขึ้น


Kiehl's Butterstick Lip Treatment SPF 30 ขนาด 4 กรัม ราคา 800 บาท

ลิปบาล์มสูตรใหม่พร้อมสารกันแดด SPF30 เป็นบาล์มที่ช่วยให้ริมฝีปากเนียนลื่นและชุ่มชื้นสุดๆ ประกอบด้วยน้ำมันมะพร้าวซึ่งมอบการบำรุง และเลมอนบัตเตอร์ (lemon butter) ที่อุดมด้วยแอนตี้ออกซิแดนท์ รวมถึงสารกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 30 และมีขอบเขตการป้องกันครอบคลุมรังสียูวีเอและยูวีบี รูปแบบแท่งและบรรจุภัณฑ์ที่ให้สัมผัสนุ่มมือดูเรียบง่ายและใช้สะดวก ทาลื่น มอบความชุ่มชื่นสูงสุด 12 ชั่วโมง


Collection พิเศษสุดคิ้วท์ เหมาะสำหรับเป็นของขวัญในเทศกาลคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นจัดมาอีกหลายชุดให้เลือกช้อป #รักใครให้คีลส์ นะคะ ❤ 


รายละเอียดโปรโมชั่น

งานนี้คีลส์แจกเก่ง! FREE! Holiday Limited Edition Sticker สำหรับทุกออร์เดอร์ และ Kiehl’s Tote Bag Limited Edition เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ชิ้นใดก็ได้ มูลค่าครบ 6,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 63 ที่ร้านคีลส์ทุกสาขา หรือช็อปออนไลน์ได้ที่ www.kiehls.co.th 


สุดพิเศษ! Feel the Joy, Care with Kiehl's เสิร์ฟความสุขให้ผิวสุขภาพดี แฮปปี้ต้อนรับปีใหม่! 

พิเศษด้วยส่วนลด 10% ทุกรายการ และรับชุดของขวัญมูลค่ารวมสูงสุดถึง 8,850 บาท!! ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ลานอีเวนท์ Zone C ชั้น 1  📆 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 63 – 2 ธ.ค. 63 เท่านั้น

#รักใครให้คีลส์ #KiehlsThailand

เคล็ดลับในการเลือกกระเป๋าเป้ให้ลูกสะพายไปโรงเรียนเป็นอีกเรื่องนึงที่อยากหยิบมาแชร์กันค่ะ เพราะทุกวันนี้เด็กๆมักเลือกกระเป๋าจากความสวยงามเป็นหลัก แต่ไม่ได้ดูถึงปัจจัยด้าน "ความปลอดภัย" ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการซัพพอร์ตสรีระที่เหมาะสมของเด็กๆในแต่ละวัย หรือฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสม ทุกคนน่าจะเคยเห็นภาพเด็กที่สะพายกระเป๋าตุงๆเพราะหนังสือหนักๆกันใช่ไหมคะ? ถ้าเป็นลูกของเราล่ะ? จะเลือกกระเป๋าแบบไหนที่ช่วยเซฟสุขภาพลูกแถมยังเหมาะสมกับบริบทปัจจุบันได้ด้วย วันนี้จะมารีวิวเป้เพื่อสุขภาพพร้อมแชร์เคล็ดลับไปพร้อมๆกันค่ะ  ตามมาอ่านกันได้เลย

ทำไมถึงควรเลือกกระเป๋าเป้ให้เด็กๆ?



หลายโรงเรียนไม่อนุญาตให้เด็กๆเก็บหนังสือไว้ใต้โต๊ะ ใน 1 วันเด็กไทยเราต้องเรียนมากกว่า 11 คาบเลยทีเดียว การแบกหนังสือเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากเป็นไปได้ การเลือกกระเป๋าเป้นั้นจะช่วยแบ่งน้ำหนักที่ร่างกายจะต้องแบกรับได้อย่างสมดุลมากกว่าการใช้กระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าถือที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก

เมื่อไม่นานมานี้เราได้ลองเปลี่ยนเป้เดิมของลูกเป็นของแบรนด์ Bangkok Backpackum อ่านว่า บางกอก แบ็คแพ็คกั้ม (คำมาจาก Backpack ที่แปลว่าเป้สะพายหลัง + Umbrella ที่แปลว่าร่ม) ซึ่งเป็นเป้ที่มีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพของลูกอย่างแท้จริง แถมเหมาะกับบริบทเมืองไทยในช่วงหน้าฝนนี้เอามากๆ มันต่างจากเป้ธรรมดายังไงวันนี้เอารีวิวมาฝากกันค่ะ

รีวิวเป้เพื่อสุขภาพลูก Bangkok Backpackum

ในเซทกระเป๋า 1 ชุดประกอบไปด้วย

  1. กระเป๋าเป้พร้อมล้อลาก 1 ใบ
  2. หน้ากากอนามัยกันฝุ่น PM 2.5 และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโคควิด
  3. Badge เข็มกลัด ซีรีส์ Born to be จำนวน 2 ชิ้น (ติดอยู่หน้ากระเป๋า)
  4. ปากกาเมจิกเขียนความฝัน (ไว้เขียนตกแต่ง Badge บนกระเป๋า)
  5. ร่มสีเหลือง 1 คันด้านในมีเคลือบกัน UV ด้วย

ทั้งหมดนี้วางจำหน่ายในราคา 1,800 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมในการสั่งซื้อ

Website : https://rayforgood.com/
facebook : https://business.facebook.com/raybrandandproduct
LINE ID : @bml0849q
Lazada /  Shopee 

ในเว็บของแบรนด์มีให้ข้อมูลด้วยนะว่าเค้าจะแบ่งผลกำไร 10% ในทุกผลิตภัณฑ์ ให้กับโครงการเพื่อสังคมที่ดีและน่าสนใจในประเทศไทย คือซื้อของอุดหนุนคนไทยแล้วได้คืนกำไรให้สังคมอีกด้วย

เป้ของ Bangkok Backpackum คือนวัตกรรมสินค้าของบริษัท rayforgood ที่คิดขึ้นโดยคนไทย 100% แบบยังไม่เคยเห็นที่ไหนทำมาก่อน เป็นเป้ที่สามารถใส่ประกอบร่มได้ในตัวไม่จำเป็นต้องใช้มือถือร่ม

(ประกอบร่างง่ายๆ)

(ที่จับร่มสามารถหมุนถอดเข้าออกเพื่อประกอบยึดเข้ากับกระเป๋า)

(ยึดแล้วมั่นคงไม่ง่อกแง่ก ไม่ต้องใช้มือประคองเลย)

(สะพายแล้วชิวมาก ไม่หนัก ไม่ติดหัวด้วยครับ)

สามารถหยิบขึ้นสะพายหลังแล้วช่วยบังได้ทั้งแดดและฝน ลดความเสี่ยงไม่ให้เด็กๆป่วยไข้ แถมสะพายได้ยาวแบบไม่ต้องกังวลว่าจะเจ็บหลัง ดีต่อสุขภาพเพราะมีการเสริมซัพพอร์ตบุเพิ่มด้านหลังและบริเวณสายสะพายให้หนาและแข็งแรงกว่าเป้ทั่วไป วัสดุกันน้ำได้ไม่ต้องกลัวว่าฝนจะสาดแล้วทำให้ข้าวของข้างในเสียหาย ตัวร่มสามารถถอดเข้าออกได้ จะถือธรรมดาหรือเลือกประกอบกับกระเป๋าก็ใช้งานได้ตามความต้องการ เด็กๆถ้าไม่อยากสะพายกระเป๋าจะถือแบบล้อลากแล้วกางร่มก็ได้เช่นกัน

 ทดลองใช้เป้ร่มอันนี้ข้อดีที่รู้สึกได้เลยคือมันจุของได้เยอะมากกกกกก มีทั้งหมด 2 ช่องหลัก โดยช่องใหญ่ข้างในสามารถแบ่งของได้อย่างเป็นสัดส่วน


(ช่องนี้ใหญ่มากกกก จุของได้เยอะจริงๆ)

มีซองด้านข้างๆที่ใส่กระติกน้ำหรือจะเสียบร่มไว้ก็สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก สายสะพายบุมาหนาใช้ได้ สัมผัสได้ว่าไม่ทำให้ไหล่กับหลังของลูกเป็นรอยแน่นอน

(ช่องด้านข้างหยิบใช้งานสะดวกมากครับ)

อีกอย่างคือมันใช้สะพายเพื่อป้องกันตัวเองในบริบทปัจจุบัน กับการ Social Distancing = รักษาระยะห่างจากคนรอบข้างได้แค่หยิบมาสะพาย เพราะตัวร่มที่กางออกนั้นนอกจากจะกันแดดกันฝนได้ครอบคลุมแล้ว ยังจะเป็นตัวช่วยรักษาระยะห่างไม่ให้คนเดินเข้ามาใกล้ตัวผู้ใช้งานมากจนเกินไป เป็นประโยชน์ใช้สอยอีกรูปแบบหนึ่งที่จะปกป้องสุขภาพของลูกๆได้มากขึ้นด้วย


(กางแล้วคลุมหมดเลยทั้งกระเป๋ากับตัวลูกหายห่วงทั้งแดดทั้งฝน)

จริงๆส่วนตัวคุณแม่มองว่าอายุที่เหมาะกับเป้นี้คือ 8 ขวบ + 

เพราะการใช้งานนั้นเด็กๆจะต้องสามารถรู้จักการประกอบร่วมพับเข้าออกได้ด้วยตัวเองก่อน แต่สำหรับบ้านเราที่ลูกกำลังเข้าวัยประถม การลงทุนกับกระเป๋าอยากให้ได้ใช้ยาวๆ ถ้าเราเลือกวัสดุดีๆจะไม่ต้องเปลี่ยนกระเป๋าบ่อยๆ พิจารณาแล้วว่าในราคานี้เราจะได้ใช้ยาวๆ 3-6 ปีแน่นอน (เปลี่ยนอีกทีตอนขึ้นมัธยม หรือเผลอๆอาจจะยังไม่พังเลยก็เป็นได้) นอกเหนือจากการสะพายไปโรงเรียนจะเอาไว้แบกใส่ของไปทริปครอบครัวก็เหมาะ เพราะจุของได้เยอะแถมฟังก์ชั่นเหมาะกับการให้ลูกแพคของเอาไปเที่ยวได้ด้วย หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้ข้อมูลกับคนที่กำลังหาข้อมูลเลือกซื้อกระเป๋าให้เด็กๆได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายค่า


ใครที่มีปัญหาแพ้ยุง น้ำเหลืองไม่ดี เข้าหน้าฝนทีจะต้องรีบวิ่งหาสารพัดสินค้ากันยุงมาตุนไว้ แต่บ้านไหนที่มีเด็กเล็กจะต้องใส่ใจกับของที่เลือกใช้มากเป็นพิเศษ เพราะผิวของเด็กๆบอบบาง จะจุดควันไล่ยุง หรือใช้เคมีแรงๆไม่ได้เลยเพราะจะเป็นอันตรายกับเด็กๆ

วันนี้จะมาแนะนำแบรนด์ Monkey Pony ที่เป็นแบรนด์ไทย ส่งผลิตภัณฑ์กันยุงออแกนิกมาให้เด็กเล็กใช้ได้สบายๆเพราะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเน้นๆ หยิบมารีวิวให้อ่าน 2 ชิ้นด้วยกัน เป็นยากันยุงแบบออยล์ กับ แบบสเปรย์ ปราศจาคสารเคมี 100% ทำจากส่วนประกอบคุณภาพระดับ Food Grade ทั้งหมด สามารถทาบริเวณหน้าได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงบริเวณดวตา  มั่นใจได้เลยแม้เด็กๆจะเผลอทาแล้วมีเข้าปากก็ไม่อันตราย ปราศจากสารอันตรายอย่าง Alcohol , Paraben, DEET, Fragrance, ไม่มีการทดสอบในสัตว์ ทำจากส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคสามารถใช้กับผิวได้ตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไป 


รีวิวยากันยุงเด็กธรรมชาติ Monkey Pony



1.สเปรย์กันยุงออแกนิกมังกี้โพนี่ MonkeyPony Mosquito Repellent Normal Saline Spray
มีวางจำหน่าย 2 ขนาด คือ 60 ml ราคา 179 บาท และ 150 ml ราคา 389 บาท



มีให้เลือก 5 สูตร คือ 1. ORIGINAL หอมละมุน ขวดสีฟ้า 2. GERANIUM หอมหวาน ขวดสีชมพู 3. LAVENDER หอมผ่อนคลาย ขวดสีม่วง 4. ORANGE หอมสดใส ขวดสีส้ม 5. LEMON หอมสดชื่น ขวดสีเหลือง ซึ่งเป็นสูตรที่เลือกซื้อมารีวิววันนี้ค่ะ


ส่วนผสมในสเปรย์กันยุงสูตร LEMON ขวดสีเหลือง:
  • น้ำเกลือ Normal Saline
  • น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil)
  • เลมอน(Lemon)
  • มะกรูด(Bergamot)
  • ยูคาลิปตัส(eucalyptus)
  • ตะไคร้(Citronella)

วิธีใช้

ฉีดพ่นบนเสื้อผ้าหรือผิวหนังโดยระวังไม่ให้เข้าตาหรือปาก



เลือกมาเป็นขวด 60 ml ขนาดกำลังดีพกพาง่าย ชอบตรงที่ละอองฟุ้งแบบฉีดไม่กี่ทีก็ทั่วถึง สามารถฉีดลงเสื้อผ้าหรือร่างกายตรงๆก็ได้ ด้วยความที่เบสเป็นน้ำเกลือ Normal Saline มันเลยไม่เหนียว แถมยังมีน้ำมันมะพร้าวด้วยเลยได้ฟีลทั้งกันยุงกับบำรุงไปด้วยในตัว ประมาณว่ายิ่งฉีดยิ่งผิวดี กลิ่นหอมสดชื่นแบบน้ำมะนาวเลม่อนไม่ได้ฉุนจมูกเป็นกลิ่นซอฟท์ๆดีมากกก เอาไปให้ลูกชายคนโตวัย 7 ขวบลอง เค้าชอบแบบสเปรย์มากฉีดเองได้แล้วแต่ต้องคอยกำกับไม่ให้ฉีดเข้าหน้าตัวเอง 


(น้องสาวคือเห็นพี่ทำอะไรก็จะทำตามด้วยไปหมดเลยค่ะ)

2. ยากันยุงเด็ก MonkeyPony แบบ ออยล์ 3in1: Mosquito Repellent for Kids

วางจำหน่าย ขนาด 30 ml ราคา 179 บาท 


มีให้เลือก 5 สูตร คือ 1. ORIGINAL หอมละมุน ขวดสีฟ้า 2. GERANIUM หอมหวาน ขวดสีชมพู 3. LAVENDER หอมผ่อนคลาย ขวดสีม่วง 4. LEMON หอมสดชื่น ขวดสีเหลือง 5. ORANGE หอมสดใส ขวดสีส้ม เป็นสูตรที่เลือกซื้อมารีวิววันนี้ค่ะ

ส่วนผสมในยากันยุงแบบออยล์สูตร Orange :
  • น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil)
  • ส้ม(Orange)
  • ยูคาลิปตัส(eucalyptus)
  • ตะไคร้(Citronella)


วิธีใช้

หยดบนเสื้อผ้าเพื่อให้ได้กลิ่นติดทนยาวนานได้ถึง 6 ชั่วโมงหรือลูบบนผิวหนังโดยระวังไม่ให้เข้าตาหรือปาก สามารถช่วยบรรเทาอาการคัน ลดอาการอักเสบจากยุงกัดโดยไม่ทิ้งรอยดำได้ด้วย รวม 3 คุณสมบัติทั้งกันยุง บำรุง และบรรเทาอาการคันไว้ในขวดเดียว



ขวดบรรจุเป็นแบบแบนๆ หัวหยด พกพาง่าย ขนาดเล็กกว่าแบบเปรย์มาก ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตัวนี้ไม่เหนียวแต่จะมีลักษณะแบบออยล์ที่มีความมันๆนิดนึงตอนทา แต่พอซึมแล้วไม่เมือก ไม่เยิ้ม ใช้แล้วบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ด้วย กลิ่นส้มหวานๆไม่แสบจมูก เวลาใช้จะหยดลงผิวตรงๆหรือลบที่มือก่อนทาบริเวณต่างๆของร่างกายก็ได้ หรือจะหยดลงเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความติดทนของกลิ่นก็ได้เช่นกัน


ในกรณีที่มีลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือนแนะนำให้ซื้อแบบออยล์เพราะสามารถหยดใส่เสื้อผ้าหรือของใช้แทนเพื่อให้ผลลัพธ์แบบเดียวกันในการไล่ยุงค่ะ ไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะด้วยเพราะตรงจุกดีไซน์มาเป็นการเจาะรูเล็กๆ ถ้าไม่เขย่าจะไม่ไหลเลอะเทอะค่ะ


หลังจากทดลองใช้มาสักระยะรู้สึกว่าใช้ได้นานมากๆ ชอบตรงที่เป็นยากันยุงเด็กจากธรรมชาติและออร์แกนิค เข้มข้น ไม่ผสมน้ำ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกันยุง แก้คัน บำรุงผิว ขวดเดียวอยู่เลย คุ้มมากๆ มีตัวเลือกให้หลายกลิ่นด้วย ที่สำคัญ ออยล์กันยุงกับสเปรย์กันยุงจากมังกี้โพนี่ (Monkey Pony) ทุกสูตรปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่างๆ อาทิเช่น DEET Free / Alcohol Free  / Paraben Free  / Synthetic Fragrance Free มั่นใจได้ว่าใช้กับเด็กๆได้แน่นอน 

ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์

สำหรับสถานที่จัดจำหน่ายอื่นๆ สามารถหาซื้อได้ตาม ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำ อาทิ สหภัณฑ์นมผง ,  NG Store, Brown Bunny, Baby First, Kids Corner, Kiddy Store ฯลฯ และ พบกันเร็วๆนี้ที่ Robinson แผนกสินค้าเด็ก

หากใครสนใจลองไปหามาใช้กันดูได้เลยนะคะ ใครใช้กลิ่นไหนอย่าลืมแวะมาเล่าให้ฟังบ้างน้า ชอบมากที่มีให้เลือกหลายหลาย จะได้ไม่เบื่อกัน นี่ว่าหมดแล้วจะลองเปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆดูค่ะ วันนี้คงลากันไปเท่านี้ ไว้โอกาสหน้าพบกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย



Disclaimer: รีวิวนี้ไม่ได้รับค่าจ้างใดๆในการเขียนบทความ เป็นการรับผลิตภัณฑ์มารีวิวตามข้อกำหนดของ th.revu.net ค่ะ
ชาวนินเทนโด้ทั่วไปต้องรู้จัก Amiibo กันอยู่แล้วแหละเนอะ วันนี้จะมาชวนทำความรู้จักว่าอะมิโบ้มันคืออะไร? ใช้งานยังไง? มีแบบไหนบ้าง? โดยวันนี้จะเจาะไปที่ซีรีส์ในเกม Animal Crossing สืบเนื่องจากความฮิตของภาค New Horizons มาในจังหวะที่สินค้าขาดตลาด ของปลอมเกลื่อนทั่ว บอกไว้ตรงนี้เลยว่าการซื้อหรือจำหน่ายของปลอมนั้นผิดลิขสิทธิ์และหากถูกตรวจเจอโดยนินเทนโด้จะโดนแบน โดนบล็อก อันนี้ถ้าใครอยากไปทางสายมืดอย่าลืมว่ามีความเสี่ยงที่ต้องแบกรับไว้ด้วยเช่นกันนะคะ



Amiibo ของแท้ถ้าไม่สามารถใช้งานได้ทางทีมงานนินเทนโด้จะสามารถตรวจสอบได้จากเลข Serial Number และร้านที่เป็น Official Distributor จะสามารถรับเคลมให้เราได้ในกรณีที่มันสแกนไม่ติด แต่ ในไทยเราไม่มี Official Distributor ใดๆที่เป็นสินค้า Amiibo ค่ะ ขนาดตัวเครื่องยังเป็นแบบ Regional ที่ต้องส่งเคลมต่างประเทศเลย (เอาง่ายๆ E-Shop ถ้าใช้บัญชีตั้งค่าประเทศไทยจะไม่รองรับอะไรเลย ซึมมม)

Amiibo ออกมาช่วงเครื่อง Nintendo Wii (โปรดสังเกตการใช้ตัว ii เหมือนเป็นเทรดมาร์กการตลาดกลายๆ) ลักษณะเป็นตุ๊กตาฟิกเกอร์ที่ตรงฐานรูปวงกลมฝังชิพ NFC เอาไว้ ซึ่งบนเครื่องเกมรุ่นถัดๆมาอย่าง Nintendo DS, WiiU และ Nintendo Switch มีชิ้นส่วนที่สามารถอ่านโค้ด NFC ตัวนี้ได้ สแกนแล้วจะได้ของพิเศษต่างๆในเกม กฎปกติของการสแกนคือ 1 วัน 1 บัญชี จะสแกนได้ 1 ครั้ง ถ้าจะสแกนอีกครั้งต้องรอวันใหม่ แต่สกแกนได้เรื่อยๆ ขายต่อเพื่อนหรือให้เพื่อนยืมสแกน ก็ใช้สแกนได้ไม่มีปัญหาอะไร เรารู้จัก Amiibo จากเกมเซลด้า Zelda : Breath of the wild ซึ่งเป็นวงการของสะสมที่สินค้าค่อนข้างลิมิเต็ท แต่ละล็อทเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะฮอทหรือมันจะแป้ก ตัวไหนฮอทๆแต่ผลิตน้อยจะถูกขายแบบมือ 2 ในราคาที่สูงกว่ามือ 1 ค่ะ ราคา retail ตัวนึงอยู่ที่ 3-6 ร้อย แต่พอมีคนเอามา re-sell ราคาพุ่งไปเป็นตัวละสองพันอัพก็เคยเจอมาแล้ว...


กลับมาที่เกม Animal Crossing : New Horizons เราจะใช้ Amiibo ได้ตอนที่ Harvey เจ้าหมาโบโฮหูตูบแวะมาชวนเราไปถ่ายรูปที่เกาะของเค้า ที่เกาะ Harv's Island ในเมนูชวนเพื่อนบ้านถ่ายรูปเราสามารถแตะ Amiibo ในเกม Animal Crossing เพื่อเอาน้องๆทั้งเกาะมาวางจัดฉากถ่ายรูปด้วยได้



ซึ่งจะมีตัวพิเศษบางตัวที่ชวนมาไม่ได้เช่นบรรดาตัวละครที่เป็นของ Sanrio ในภาคเก่า จะมาแค่โปสเตอร์ให้เราซื้อมาตกแต่ง แต่ไม่มีตัวละครโผล่มาให้ถ่ายรูปด้วยค่ะ

Amiibo ใช้ได้อีกทีหลังจากอัพเกรด Resident Service ในเกมเรียบร้อยแล้ว ที่ตู้ ATM จะมีเมนู Invite a Camper โผล่ขึ้นมา เมนูนี้แหละคือเมนู "ชวนเพื่อนบ้าน" จาก Amiibo แต่เราจะชวนได้แค่เพื่อนบ้านนะคะ ไม่สามารถชวน NPC ได้ ตุ๊กตา Amiibo ทั้งหมดจะเป็น NPC มีพวก อะมิโบ้การ์ดเท่านั้นที่เป็นเพื่อนบ้าน (ในตอนนี้ ในอนาคตไม่รู้สินะ) 



Tips ในการใช้ Amiibo Cards ชวนเพื่อนบ้านเข้าเกาะ

  1. ใน 1 วัน ชวนได้ 1 ตัวเท่านั้น
  2. ถึงแคมป์จะไม่ว่างก็กดใช้อะมิโบ้ชวนได้ มันจะเตะตัวเก่าออกให้อัตโนมัติ
  3. ชวนมาแล้วจะต้องทำเควส "ครบ 3 ครั้ง" คือชวนตัวเดิมครบ 3 วันน่ะถึงจะตกลงมาอยู่ด้วยกัน
  4. เควสคือการคราฟท์ของ ถ้าเราคราฟไม่ได้น้องจะให้ใบ DIY มาเรียน 
  5. ส่งของเสร็จจะมีให้กดชวน แต่ 2 วันแรกน้องจะเล่นตัวไม่ยอมตอบตกลง
  6. ถ้าหาของคราฟไม่ได้ (บางทีน้องเอาของแพงที่ต้องใช้ Gold Nugget) วันนั้นจะไม่นับ
  7. ชวนมาแต่ไม่ส่งเควสหรือลืมเข้าไปคุยมันก็ไม่นับนะ
  8. วันที่ 3 ส่งเควสเสร็จน้องจะตอบตกลง แม้จะมีบ้านเต็มครบ 10 หลังแล้วก็ชวนได้
  9. ถ้ายังวางบ้านไม่ครบ 10 หลังน้องจะบอกว่าไม่มีที่ให้อยู่ รีบไปเอาบ้านวาง ก็จะชวนได้เลย
  10. การใช้อะมิโบ้เราสามารเตะตัวไหนออกจากเกาะก็ได้ มีให้เลือกดีดออก
Note: Amiibo จะไม่เหมือนการที่เพื่อนบ้านมาแคมป์เอง แบบนั้นจะแรนด้อมคนในเกาะออก แต่ถ้าเราใช้อะมิโบ้ เราเลือกคนในเกาะออกได้ คนที่เราดีดจะ "เก็บของทันที" ถ้าเราอยากยกให้คนอื่นก็รีบเปิดให้เพื่อนมาชวนค่ะ ทดลองแล้วเพื่อนสามารถชวนได้ทุกตัวถ้าฝั่งเพื่อนมีบ้านว่าง

บทสนทนาน้องจะพูดประมาณว่าบ้านเต็ม แต่เค้าจะไปเจรจากับคนบนเกาะ แล้วให้เราเลือกว่าอยากให้ไปคุยกับตัวไหน ตรงนี้คือ 100% ว่าคนเก่าจะออก และตัวใหม่จะย้ายเข้าในวันมะรืนค่ะ (วันรุ่นขึ้นจะเป็น Plot ว่างๆขึ้นป้าย SOLD ก่อน)



วันนี้เรามีรีวิวหนังสือบทสรุปเกม Animal Crossing : New Horizons บนเครื่อง Nintendo Switch จากสำนักพิมพ์ FUTUREPRESS มาให้อ่านกันค่ะ ไม่ไหวแล้ว ออกน้ำออกทะเลไปไหนแล้วก็ไม่รู้บล็อกนี้ รีวิวมันทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ (ฮาา) แต่เราเชื่อว่าหลายๆคนต้องเจอแบบเราบ้างแหละ คือร้านรับพรีหนังสือในไทยโดนผลกระทบโควิด แคนเซิลการจัดส่งกันเป็นว่าเล่น เราไปเจอเว็บ bookdepository ตามคำแนะนำของกลุ่มเพื่อนที่เล่นเกมนี้ด้วยกัน เลยได้มีโอกาสเอามาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันวันนี้ว่ามันคุ้มมั๊ย สั่งยังไง ได้อะไรบ้าง บทสรุปมีเนื้อหาอัพเดทล่าสุดด้วยไหม? อยากรู้อะไรลอง ตามมาอ่านรีวิวทางนี้ก่อนได้เลยจ้า


รีวิวบทสรุป Animal Crossing : New Horizons จาก FUTUREPRESS

เล่มนี้เป็นงาน OFFICIAL COMPANION GUIDE คือผู้จัดทำได้ลิขสิทธิ์มาอย่างถูกต้องค่ะ

ราคาที่เราซื้อมา 871 บาท จำนวน 432 หน้า

ตัวเล่มหนังสือเป็น Paperback ปกอ่อน แต่กระดาษดี พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ไม่ใช่ปกแข็งแบบหนังสือไกด์บุคเกมเล่มก่อนๆที่เราเก็บ ตีเป็น USD ก็ประมาณ 30USD ซึ่งมันก็ไม่แพงนะ พวกหนังสือไม่มีภาษีนำเข้าด้วยเพราะไม่เข้าข่ายเรียกเก็บ เว็บนี้ส่งฟรีตรงถึงบ้านไปเลยจ้า

วันที่กดพรีจากเว็บ : 26 March 2020
วันที่ลอทแรกพร้อมส่ง (มีเมลแจ้ง) : 14 April 2020
วันที่ถึงบ้าน :  27 April 2020

ในกล่องจะมีที่คั่นหนังสือของ bookdepository จำนวน 1 อัน แล้วในเล่มก็มีที่คั่นของ Animal Crossing อีก 2 อัน แรนด้อมลาย เดาว่าอันนึงเป็น Tom Nook แล้วอีกตัวที่เป็น NPC จะแรนด้อม ทางเราได้เป็นลาย Mable มาค่ะ ด้านหลังที่คั่นมีสารบัญสั้นๆ กับข้อมูลสั้นๆไว้ให้เราด้วย แล้วก็มี QR Code ไว้เช็ค Calendar กิจกรรมในเกมแต่ตัวสำนักพิมพ์เค้าแจ้งว่ายังไม่พร้อมให้ดาวน์โหลด อันนี้ก็รอวนไป



ข้อเสียของการสั่งจาก bookdepository คือนางไม่มีเลขแทรกกิ้งให้เราอะ ก็จะมีแค่อีเมลคอนเฟิร์มออเดอร์ตอนตัดเงิน กับอีเมลแจ้งว่าของส่งแล้วน้า ปกติควรจะมีแทรกกิ้งให้นิดนึงอะเนอะ นโยบายเว็บก็บอกว่าให้รอจนเกินวันที่ระบุค่อยติดต่อมา ระยะเวลาจัดส่งมาต่างประเทศแจ้งไว้อยู่ที่ 10-20 วัน ของเราถือว่ายังอยู่ในระยะเวลาที่เค้าแจ้งไว้ ก็ถือว่ายังดี


หนังสือมีรอยยับนิดนึง สำหรับเราก็ปวดใจแหละเป็นคนชอบเก็บสภาพ mint condition (ไร้ตำหนิ) แต่มันเลือกไม่ได้อะ เค้าไม่มีห่อบับเบิ้ล มาเป็นแพคเกจกระดาษลังแบบนี้ แกะแล้วก็เป็นหนังสือซีลพลาสติก จบ ไม่มีกันกระแทกอะไรใดๆ คงคิดว่ากล่องพอดีขนาดนี้แน่นหนาพอแต่เปล่าเลยค่ะแม่ มุมมันยับบบบ


น้อยนิดแต่มหาศาลสำหรับเราอะนะโอเค ยุบหนอพองหนอ เรามาดูเนื้อหาในเล่มกันดีกว่าค่ะ


ต้องบอกว่าข้อมูลละเอียดครบถ้วน (ก่อนแพทช์อัพเดท) แบบแน่นๆ เน้นๆ มีทุกอย่างที่เราอยากจะรู้ แต่เค้าบอกว่าเนื่องจากมันเป็นเกมออนไลน์ที่มีแพทช์อัพเดทตลอดเวลาดังนั้นเนื้อหาหลายๆอย่างจะไม่ได้ใส่เพิ่มเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น กระต่ายอีสเตอร์ , ตัวละครใหม่จิ้งจอก Jolly Redd กับสลอธขายพุ่มไม้ , Museum ส่วนขยายที่รองรับงานศิลป์ ตรงนี้ไม่มีข้อมูลในเล่มค่ะ


เค้าก็ระบุชัดเจนว่า data ในเล่มหนังสือไกด์บุค "มีโอกาสที่จะกลายเป็นข้อมูลเก่า" ส่วนอัพเดทใหม่ๆทางสำนักพิมพ์เพิ่งประกาศว่าเค้าจะจัดทำ PDF แจกเสริมเมื่อพร้อม ใครที่ซื้อแล้วก็อย่าลืมเข้าไปติดตาม FUTUREPRESS ที่เป็นสำนักพิมพ์ของไกด์บุคเล่มนี้ด้วยน้า


สำนักพิมพ์นี้คนละเจ้ากับทาง Official ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ License คนละตัวกัน เจ้านี้เค้าได้ลิขสิทธิ์ทำเวอร์ชั่นโซนอุโรปกับอเมริกา เพราะฉะนั้นใครที่เข้าใจว่าจะเป็นแบบแปลญี่ปุ่นเป๊ะๆ เราขอฟันธงว่ามันไม่เหมือนแน่นอน ทางเว็บสำนักพิมพ์ไม่มีระบุภาษาในโซนเอเชียใดๆ ใครที่อยากได้แบบแปลญี่ปุ่นอาจจะต้องรอลุ้นให้สำนักพิมพ์ในไทยซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเอานะ (คิดว่ายาก ด้วยเศรษฐกิจปัจจุบัน เหอะๆ)

หน้านี้บอกตาราง DIY ของแต่ละฤดู เพราะเหตุนี้เกาะเหนือเลยได้ใบคราฟไม่เหมือนเกาะใต้ แต่สุดท้ายฤดูมันจะเวียนมาครบรอบอยู่ดี เพราะงั้นเล่นเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบนะเพื่อนๆ

รีวิวเนื้อหาในเล่ม

แน่นอนว่าเรายังอ่านไม่หมด (สี่ร้อยกว่าหน้า จะบ้าเหรอ ใจเย็น) ถ้าอ่านหมดจะหาเวลามาอัพเดทบทความนี้เพิ่มเติมให้อ่านกัน ที่แน่ๆคือมันคุ้มมากเพราะมีตารางทุกอย่างที่เราเซฟๆกันผ่านเนท ไม่ว่าจะป็นตารางการเกิดของปลา แมลง เงื่อนไขการออกมา ลักษณะเงา ฯลฯ มันปังมากอะกิ๊บบบบ (ใครไม่ได้ชื่อกิ๊บก็ผ่านไปนะ อรรถรสเฉยๆ)

หัวข้อที่น่าสนใจมีข้อมูลค่อนข้างครบ การเจอของแต่ละตัวละคร NPC สภาพอากาศ ฤดูต่างๆ ปลา แมลง ดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์ ใบคราฟ รายการวอลเปเปอร์ พื้น ข้อมูลเพื่อนบ้านทั้ง 391 ตัว พร้อมภาพประกอบสวยๆ


ส่วนข้อมูลเพื่อนบ้านมีครบ ทั้งวันเกิด สีประจำตัว นิสัย ภาพตัวอย่างห้อง สิ่งที่ไม่มีคือ... เพศ !!! เกมนี้หลายตัวเดาเพศยากมากแม่ เห็นแมนๆอ้าวเป็นสาวซะงั้น เสียใจที่ไม่มีข้อมูลนี้ แงงง


แต่ที่มีก็โอเคแล้วนะ เหมือนเป็นไบเบิ้ล 391 ตัวให้เราเอาไว้ดูก่อนตัดสินใจรับน้องเข้าบ้าน เสียดายอีกอย่างคือน่าจะมี compatible guide ว่าใครแมทช์กับใคร จะได้เอาไว้วางแพลนจัดงานแต่งในแพทช์อัพเดท แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าตอนทำอัพเดทมันยังไม่มาอะเนอะ

รายละเอียดตารางจับปลา-แมลง



ข้อมูลหลายอย่างจะมีรวมเป็นตารางมาให้ ส่วนตัวนี่ว่าตารางในเนทดูง่ายกว่า (ฮาา) แต่อันนี้เค้าทำมาแบบละเอียดเพื่อให้เราเช็คข้อมูลได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเกาะเหนือ ใต้ เวลาที่ออก ขนาดเงาปลาต่างๆ


ตัวอย่างการอ่านข้อมูลปลา:
1. Function : บอกว่าถ้าวางเป็นเฟอร์นิเจอร์จะเป็นยังไงบ้าง
2. Layout : สามารถวางแบบไหนได้บ้าง (ตัวอย่างคือวางบนโต๊ะหรือวางบนพื้นก็ได้ บางตัววางได้แต่บนพื้น)
3. Water Type : น้ำที่ปลาอาศัย มี 3 แบบคือบ่อ แม่น้ำ และทะเล
4. Unlock : อันนี้พิเศษมากๆ คือต้องจับปลากี่ตัวถึงจะเกิด ตัวอย่างคือหลังจับปลาครบ 20 ตัวถึงจะเกิดจ้า
5. Vision : สายตาน้องปลาค่ะ บางตัวสายตาสั้นยาวไม่เท่ากัน
6. Catch : ความยากง่ายในการจับ 1 คือยากสุด
7. Size : ขนาดเงาปลาในน้ำ
8. สีของปลา
9. ขนากปลาเวลาวางบนพื้น ตัวนี้คือ 1 ช่อง
10. ราคาขายปกติที่ร้าน Nook

สรุปคือมันละอียดมากแม่ ทีนี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมบางตัวออกยากออกเย็น มันต้องปลดล็อกด้วยการจับปลา/แมลง อื่นๆให้ครบจำนวนก่อนถึงจะเริ่มเกิด เช่น คูลาแค้นนนน ปลาโบราณที่ออกเฉพาะตอนฝนตก อันนั้นคือ Unlock 100 เราต้องจับปลาอื่นๆให้ครบ 100 ตัวก่อนนางถึงจะเกิดจ้า ทีนี้ก็ไม่ต้องเปลืองเหยื่อเนาะ จับให้ถึงเป้าก่อนค่อยโปรยจะได้ไม่เสียอารมณ์ (สูงสุดหมดไปเกือบห้าสิบถุง เป็นท้ออ)

ต่อไปคือหัวข้อที่ชาวสวนเฝ้ารอ การบรีดดอกไม้!!!

ตารางรายละเอียดดอกไม้



ในเกม Animal Crossing : New Horizons นี้มีดอกไม้พื้นฐานอยู่ด้วยกัน 8 ชนิด ทุกคนจะมีดอกไม้ประจำเกาะ คือขึ้นอยู่แล้วตามธรรมชาติ แล้วก็สามารถบินไปเกาะร้าง ซื้อจากร้านนุกมาบรีดเพิ่มได้ สีมันจะวนๆอยู่ 3 สีคือ แดง เหลือง ขาว แต่ถ้าราอยากได้สีแปลกๆ เราจะต้องผสมกันเอง ซึ่งไกด์ในเนทก็มีหลายหลายสำนักมาก แต่สุดท้ายจากข้อมูลที่ถูก Data Mining ก็เผยออกมาว่ามันใช้หลักเมนเดล!!! มันเป็นระบบพันธุกรรมดอกไม้ อธิบายง่ายๆก็ตามตารางด้านล่างนี้ที่มาจากเนท


มันมีเปอร์เซนต์กำกับอยู่นะ ว่าจะออกสีไฮบริดมีมากน้อยขนาดไหน และใน Official Guide ก็ให้มาละเอียดกว่านั้นไปอีกค่ะแม๊ คือมาเป็นตารางแบบนี้เลยจ้า


สรุปง่ายๆได้ว่า ปลูกไปเถอะ เดี๋ยววันนึงมันก็ผสมกันเอง ผ่าม!!!! มีสีพิเศษอย่างกุหลาบทองเท่านั้นที่จะเกิดจากกุหลาบดำ + บัวรดน้ำสีทอง ดอกอื่นๆไม่ได้มีเอฟเฟกต์อะไรจ้า

แต่ถ้าชวนเพื่อนมารดน้ำมีเอฟเฟกต์นะ



อันนี้ยืมรูปมาจากเนท ในไกด์บุคไม่ได้มีเขียนไว้ แต่ชาวเนททดสอบกันแล้วพบว่าจริงค่ะ เพื่อนมารดน้ำซ้ำที่เดิม 5 คน ขึ้นไป จะมีประกายรูปพระจันทร์สีทองด้วย!!


ชาวสวนจะพึ่งแต่ฝนอย่างเดียวไม่ได้นาจา ต้องมีเพื่อนด้วย เกมนี้มันเน้นออนไลน์จริงๆสิพับผ่า เล่นคนเดียวหงอยแย่กว่าจะออกดอกแต่ละที ปู่นินทำการตลาดมาให้คนสมัคร Subscribe บริการออนไลน์ชัวร์ป้าบๆๆๆ


สรุป

ในแง่ของราคาเราว่ามันคุ้มมากๆ มีเล่มเดียวจบไม่ต้องไปเถียงกับใคร อยากรู้อะไรก็เปิดเลย แต่ความละเอียดของพวกรายการเฟอร์นิเจอร์จะไม่เป๊ะเท่าของญี่ปุ่นที่มีสีของคราฟหลายๆแบบให้ดู อันนี้จะแค่มีสัญลักษณ์กำกับว่าคัสต้อมได้หรือไม่ได้ ถ้าอยากรู้ว่าคัสต้อมแล้วเป็นยังไงก็ต้องพึ่งเนทหรือลองกดคัสต้อมเองอยู่ดี

หลายๆอย่างในนี้เป็นข้อมูลก่อนที่ตัวเกมจะออกมาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นหลังอัพเดทก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมมาโดยที่เราไม่รู้ อย่าลืมติดตามช่องทางออฟฟิเชียลของเกมเอาไว้อัพเดทข่าวสารกันนะคะ ภาษาไทยถึงจะยังไม่มีออฟฟิเชียลก็จริงแต่เรามี Community คนไทยใจดีที่ขยันหาข้อมูลมาแชร์กันเยอะแยะ ลองเสิชหากันดูได้ค่ะ สุดท้าย ขอให้ทุกคนเล่นเกมกันอย่างมีความสุข หวังว่ารีวิวหนังสือไกด์บุคเล่มนี้จะมีประโยชน์กับคนอ่านบ้างไม่มากก็น้อย

ใครอยากติดตาม Thread ที่แชร์ทิปส์เกมนี้ ไปที่ทวิตเตอร์ @kaosuaylunla ได้เลย เราอัพคลิป + ภาพจากเกมอยู่เรื่อยๆค่ะ



ไว้มีโอกาสมาเล่นด้วยกันน้า วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายจ้า