Kaosuaylunla Diary
Update
Newest Posts

รีวิวหนัง : “US หลอน ลวง เรา” แบบที่ไม่มีการสปอยล์

data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
(photo source ภาพจาก posttoday)

แนวหนัง: Horror / Thriller
สตูดิโอ United International Pictures
นักแสดง: เอลิซาเบธ มอส, ลูพีตา นียองโง, วินสตัน ดยุก
ความยาว: 116 นาที
เข้าฉาย: 28 มีนาคม 2562

ภาพยนตร์เรื่อง Us หลอน ลวง เรา จะดำเนินเรื่องในยุคปัจจุบัน โดยบอกเล่าเรื่องราวของ Adelaide และ Gabe Wilson (รับบทโดย Lupita Nyong’o และ Winston Duke ที่เคยเล่นคู่กันในหนังเรื่อง Black Panther) เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในวันหยุดพักร้อนของพวกเขา ก็ได้พาลูกๆทั้งสองกลับไปเยี่ยมชายหาดบ้านเกิดในวัยเด็กของ Adelaide ที่เมืองตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งหลังจากในตอนกลางวันที่พวกเขาได้มีช่วงเวลาที่สนุกสนานกันบนชายหาดร่วมกับครอบครัว Tyler (นำแสดงโดย Elisabeth Moss และ Tim Heidecker) Adelaide ก็เริ่มรู้สึกหลอนกับความทรงจำวัยเด็ก และมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความหวาดระแวงว่าจะมีบางอย่างร้ายๆเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ เมื่อตะวันตกดิน ฟ้ามืดลงในตอนค่ำ Wilson ก็ได้เห็นคน 4 คนยืนจับมือกันอยู่อย่างเงียบๆ บนถนนหน้าบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่.... และทั้ง 4 คนนั้นหน้าตาก็เหมือนกับพวกเขา "พวกเขาเป็นใคร?" "พวกเขาคือเรา (Us)"



เมื่อวานผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง “Us หลอน ลวง เรา” หนังสยองขวัญที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในช่วงต้นปี 2562 นี้ โดยสาเหตุหลักที่ไปดูคือชอบหนังแนวนี้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว (กลัวนะแต่ก็ชอบดู คือเป็นบ้า 555) และยังเป็นแฟนตัวยงของผู้กำกับ จอร์แดน พีเล่ ที่เคยกำกับเรื่อง Get Out ไว้อย่างไม่มีที่ติในปี 2560 เมื่อวานผู้เขียนจึงเดินเข้าไปในโรงหนังด้วยความคาดหวังค่อนข้างมากจากผลงานเรื่องที่สองของผู้กำกับคนโปรด

โดยส่วนตัวแล้ว ให้คะแนน 8/10 โดยจะขอเริ่มวิจารณ์ที่เนื้อเรื่องและบทก่อน

ในตัวบทนั้นเป็นเรื่องที่ผิดหวังพอสมควร เพราะมีหลายฉากที่มันไม่ค่อยสมเหตุสมผล หรือบางอันไม่มีความจำเป็นต้องเอามาใส่เลยก็ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนคิดบทมาโป๊ะๆไปให้ไม่มีช่องโหว่ จนบางครั้งรู้สึกสะดุด ส่วนในด้านเนื้อเรื่อง อันนี้ให้ผ่าน เพราะเป็นแนวของหนังที่ถูกใจ และดีกรีความหลอนก็ค่อนข้างจะมากอยู่ โดยเฉพาะตอนที่ฆาตกรสี่คนปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกันนี่ถึงกับขนลุกเลยทีเดียว นอกจากนั้นถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้น โดยเฉพาะแฟนหนังตัวจริงของพีเล และเข้าใจสไตล์การถ่ายทอดความคิดของเขาผ่านหนังที่กำกับ มาคิดกันในเชิงวิเคราะห์ หนังเรื่องนี้สามารถสะท้อนปัญหาทางสังคมในประเทศอเมริกาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ถ่ายทอดผ่านครอบครัวนางเอกที่เป็นเหมือนคนชั้นสูง และฆาตรกรหน้าเหมือนที่เป็นเหมือนคนชั้นล่าง หรือจะเป็นเรื่องการเหยียดผิว ซึ่งใครที่กำลังจะไปดูอยากฝากให้เป็นการบ้าน

โดยสังเกตุฉากหนึ่งที่มีคนเอเชียร่วมอยู่ อยากให้ลองนั่งวิเคราะห์ดูกันว่าพีเล่ต้องการที่จะสื่ออะไร สิ่งที่ประทับใจที่จะต้องชมอีกอย่างหนึ่งคือ นักแสดงนำ โดยเฉพาะนางเอก ลูพิตา ยองโก ที่มีการแสดงออกทางสีหน้าและสายตาที่ยอดเยี่ยม เป็นตัวละครที่ละสายตาไม่ได้เลยตลอดทั้งเรื่อง เรียกว่าเป็นคนแบกหนังเอาไว้ก็ไม่ผิดเท่าไหร่ และนอกจากนักแสดงแล้ว สิ่งที่ต้องออกปากชมอีกอย่างคือ เพลงประกอบที่เลือกมาได้เหมาะสมดีงามมาก

โดยรวมๆแล้ว ก็อยากจะสรุปว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบหนังสยองขวัญ และชอบการเล่าเรื่อง การสอดแทรกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ชวนให้คิดของพีเล่ ก็น่าจะถูกใจมากทีเดียว แต่อย่างเพื่อนที่อิชั้นลากไปดูด้วย ซึ่งไม่ใช่แฟนของหนังแนวหลอนแบบนี้ ก็นั่งเล่นมือถือเช็คเว็ป เว็บพนันบอล ไม่ผ่านเอเย่นต์ รออยู่ด้านนอก ใช่ค่ะแอบแทรกลิงค์ให้สปอนฯ นิดนึง ไม่ว่ากันเนอะ อิอิ

สุดท้ายนี้ผู้เขียนหวังว่ารีวิววันนี้คงจะมีส่วนในการตัดสินใจ ในการดูหนังของคุณไม่มากก็น้อย ถ้าวันหลังมีโอกาสจะมารีวิวอีกนะ
สกินแคร์น้องใหม่ ฮันนา - HAN:AH เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ First Care Serum ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังทำความสะอาดผิวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆมีประสิทธิภาพในการบำรุงซึมลึกลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ภาพลักษณ์แบรนด์ดูดีมีความน่าเชื่อถือ ลองแล้วรู้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตั้งใจทำจริงๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อส่งต่อผลลัพธ์ดีๆให้กับผู้บริโภค



พูดถึงสกินแคร์พรีเมียมเกาหลีเค้าเตอร์แบรนด์ต่างๆ สิ่งนึงที่เห็นตรงกันคือ ราคาจะค่อนข้างสูง คือหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น แถมการจะใช้ครบทั้งไลน์การบำรุงแต่ละทีอาจจะต้องหมดหลายหมื่น (บางคนหมดเป็นแสน ...แสนสาหัส) แน่นอนว่าผิวหน้าที่ดีมันคือการลงทุนที่หลายๆคนยอมจ่าย แต่ก็มีอีกหลายคนที่จ่ายหมดไม่ไหว ต้อง "เลือก" เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด หลังจากได้ทดลองสกินแคร์ตัวนี้มาสักระยะ วันนี้เราเลยอยากจะมารีวิวสกินแคร์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนอีกตัวนึงให้อ่าน ไว้เก็บเป็นข้อมูลไปพิจารณากันดูนะคะ

รีวิวฮันนา HAN:AH First Care Serum 




ปริมาณสุทธิ 80ml
ผลิตที่เกาหลี Made in Korea (ผลิตโดย NowCos ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับ History of Whoo และแบรนด์ดังอีกมากมาย)
ราคาปกติ 2190 บาท พิเศษช่วงโปรโมชั่นเปิดตัวเหลือเพียงราคาขวดละ 1290 บาท
ผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือตั้งครรภ์อยู่ก็ใช้ได้ ไม่มีพาราเบน สเตียรอยด์ สารอันตรายต้องห้ามต่างๆ

แพคเกจเป็นขวดหัวปั๊ม ไม่ใช่ขวดพลาสติก มีน้ำหนัก และไม่ควรทำตก หรือเอาไปฟาดหัวใคร คือเรายังไม่ได้ลองทำตกเอง แต่อย่าลองเลย เดี๋ยวแตก ลักษณะก้นขวดเป็นวงรีที่ทางแบรนด์สั่งผลิตพิเศษเพื่อให้สามารถเก็บเนื้อเซรั่มได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด


ฮันนา สกินแคร์เป็นเฟิร์สเซรั่มไทยร่วมทุนกับชาวเกาหลีผู้คิดสูตรให้แบรนด์ดังมากมาย มาร่วมกันคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมาให้ชาวไทยได้ใช้กันในราคาคุ้มค่ากับปริมาณที่เยอะจุใจ ปกติเซรั่มและครีมตามท้องตลาดปริมาณจะอยู่ที่ 30-50ml แต่เซรั่มขวดนี้มีปริมาณมากถึง 80ml ใช้งานเพียงครั้งละ 1-2 ปั๊ม เท่ากับว่าขวดนึงใช้งานได้ยาวๆ เกิน 1-2 เดือนแน่นอน ได้รับเลขที่ใบจดแจ้งเพื่อจัดจำหน่ายในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 


ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ กว่า 70% ของขวด ประกอบไปด้วยน้ำสมุนไพรเข้มข้น แมคมุนดง (Ophiopogon Japonica Root Extract) ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเสียสมดุล ผิวไม่แข็งแรง สูญเสียปราการตามธรรมชาติของผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว กระตุ้นให้กลับมาฟื้นฟูซ่อมแซมตนเองอีกครั้ง ให้ผลลัพธ์ผิวอ่อนเยาว์กว่าวัยในระยะยาว เซรั่มเฟิร์สแคร์จากแบรนด์ฮันนาใช้ส่วนผสมจากโสมถึง3ชนิด ผ่านกรรมวิธีการหมักบ่มพิถีพิถันถึง 24 เดือน ตามตำราแพทย์แผนตะวันออก "ดงอึยโบกัม" อันโด่งดังตั้งแต่สมัยคุณหมอฮอจุนในแดจังกึม ด้วยส่วนผสมสมุนไพร "ชองจีจองวอลดัน" สมุนไพรล้ำค่าของเกาหลี 12 ชนิด

วิธีใช้งานฮันนา สกินแคร์ First Care Serum:


ลงฮันนาเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงหลังทำความสะอาดผิวหน้า
คือก่อนลงอิมัลชั่น ครีมเซรั่มต่างๆ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆทำงานลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น หรือใช้ทาจุดที่เกิดการแพ้อักเสบ ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายก็ช่วยบรรเทาอาการได้เช่นเดียวกัน


เนื้อสกินแคร์:

Texture ของสกินแคร์ฮันนาเฟิร์สเซรั่มไม่เหนียวเลย มีความเหลวคล้ายน้ำแต่เข้มข้นกว่า และมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ไม่ฉุน ซึมไว ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเอาไว้บนผิวแต่ยังคงให้ความชุ่มชื้น

( HAN:AH First Care Serum Texture)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้สกินแคร์:

ทางแบรนด์ให้ข้อมูลว่า สามารถช่วยฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย บรรเทาอาการผดผื่น สิวผด สิวอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรงกระจ่างใสขึ้น สีผิวไม่ดรอปหลังทาสกินแคร์สามารถแต่งหน้าต่อได้ไม่เป็นคราบ ไม่ทำให้หน้าหมองคล้ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ บอบบางอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง


หลังทดลองใช้เองไปประมาณ 2 สัปดาห์ เทียบกับสภาพผิวเมื่อเดือนก่อน เห็นชัดว่าจุดรอยด่างดำจางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ริ้วรอยช้ำใต้ตาดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ความมันลดลง สภาพผิวเราคือเป็นภูมิแพ้ผิวหนังรอบดวงตา ริมฝีปาก และคอ จะระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ สกินแคร์ตัวนี้ไม่ได้ทำให้ผิวเราแพ้ แต่การแพ้สกินแคร์เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพื่อนๆควรทดสอบการแพ้ด้วยตัวเองโดยป้ายที่หลังใบหูหรือท่อนแขนดูอาการให้ครบ 24 ชม ก่อนทดลองใช้งานลงบนผิวหน้านะคะ




โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

แน่นอนว่าเราไม่ได้ใช้สกินแคร์ตัวนี้ตัวเดียว การดูแลผิวของเราช่วงนี้ใช้สกินแคร์เกาหลีล้วนๆตามที่เคยโพสอัพเดทไปในไอจี เนื่องจากช่วงนี้เข้าหน้าร้อน การทาครีมหนักๆมันทำให้รู้สึกเหนียวหน้า เราเลยเลือกใช้สกินแคร์เนื้อน้ำเป็นหลัก ส่วนครีมใช้เป็นเซรั่มเนื้อเข้มข้นทดทนก็เพียงพอแล้วสำหรับสภาพผิวของเรา 

ขณะนี้สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ตามร้านออนไลน์ดังๆ หรือเพจหลัก HnnahOfficial หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมโดยการเสิช HAN:AH First Care Serum ได้เลยจ้า

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลรีวิวผลิตภัณฑอยู่บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบายค่า
ถ้าเบื่อการทานอาหารบุฟเฟต์แบบจำเจเดิมๆ มาลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นริมแม่น้ำเจ้าพระยากันดูบ้าง บอกเลยว่าจะพบความสุนทรีย์ที่หาไม่ได้ในเมือง ไม่ว่าจะวิวแม่น้ำทอดยาวสุดลูกหูลูกตาไปจนถึงบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนจะโรแมนติก ทั้งหมดนี้สามารถพบได้ที่ห้องอาหาร เดอะเทอเรส แอท 72 (The Terrace@72) ของโรงแรมแม่น้ำ ที่ปัจจุบันบริหารงานในชื่อ Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside


แนะนำบุฟเฟต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ห้องอาหาร The Terrace@72


การเดินทางมาที่นี่ถือว่าสะดวกมาก ไม่ว่าจะมาด้วยรถโดยสารส่วนบุคคลหรือขนส่งสาธารณะ โดยโลเคชั่นของทางโรงแรมไม่ห่างจากจุดลงทางด่วนมากนักลงทางด่วนถนนจันทน์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีถึงโรงแรม และบริเวณหน้าโรงแรมนั้นมีที่จอดรถค่อนข้างเหลือเฟือไม่ต้องห่วงเลยว่าจะเต็ม


ซึ่งหากมาทางขนส่งสาธารณะแนะนำรถไฟฟ้า ลงที่ BTSสถานีสะพานตากสิน ออกมาตรงประตูที่พาไปยังท่าเรือ จะมีเรือ Shuttle Boat ของทางโรงแรมรามาดาเข้ามาไปรับส่งแขกของโรงแรม โดยมีกำหนดการออกเรือทุกๆ 30 นาที ให้รอตรงโป๊ะ เพราะว่าเรือไม่สามารถจอดรอแขกได้นาน


(หน้าตาเรือ Shuttle Boat ของโรงแรม Ramada Plaza)

เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 6.00 – 22.00 น.
บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 น.-14.30 น. ท่านละ 790++ บาท (930 บาทถ้วน)
บุฟเฟ่ต์มื้อเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-22.00 น. ท่านละ 1400++ บาท (1,648 บาทถ้วน)
**เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ทานฟรี**
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-688-1000 ต่อ 80118, The Terrace@72
ความพิเศษของที่นี่นอกจากจะมีไลน์บุฟเฟต์สุดแสนอลังการ ซึ่งราคานี้รวมทั้งของหวานกับช่วงโปรโมชั่นจะรวมเครื่องดื่มให้ด้วย จะเป็นน้ำเปล่าหรือซอฟท์ดริ้งค์น้ำอัดลมต่างๆก็สั่งได้เลย มาเป็นกระป๋องด้วยนะ แถมบรรดาครอบครัวที่มีลูกเล็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ทานฟรีไปเลย ซึ่งบุฟเฟ่ต์อื่นๆที่เคยเจอมาส่วนมากเด็กจะต้องจ่ายครึ่งราคาหรือไม่ก็ต้องอายุต่ำกว่า 6 ขวบถึงจะได้สิทธิ์ทานฟรีนะเออ 
data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"

ไลน์อาหารที่นี่มีความหลากหลายและทำออกมาได้ดี ใครมีเพื่อนเรื่องมาก มีปัญหาจะนัดทานข้าวกันทั้งทีมีความลำบาก คนนี้ไม่ทานหมู คนนี้แพ้ซีฟู้ด คนนี้กินมังฯ ขอให้นัดเจอทุกคนได้ที่นี่ค่ะ เค้ามีรายการอาหารจากครัวตะวันตกและตะวันออก โซนอาหารเอเชียก็แน่นมาก ไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาครบ แถมอาหารสไตล์ยุโรปก็มี แต่ละเมนูคือมีการควบคุมดูแลคุณภาพและความอร่อยโดยทีมพ่อครัวผู้เชี่ยวชาญ อันไหนควรแซ่บก็จะแซ่บไปเลย อันไหนต้องการความสด ก็จะสดได้ที่ ลงอาหารแต่ละทีตู้มๆไม่มีกั๊ก

ความแตกต่างของบุฟเฟต์มื้อกลางวันและมื้อเย็น


บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน เวลา 11.30 น.-14.30 น. ราคาที่ละ 790++ บาท (930 บาทถ้วน)
ให้บริการอาหารที่แยกเป็นโซนอย่างชัดเจน เช่น มุมสลัดผักสด ซูชิและมากิหน้าต่างๆ มุมอาหารไทย มุมอาหารอินเดีย และยุโรป มีการสับเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ตลอดจนมุมก๋วยเตี๋ยวที่พ่อครัวพร้อมปรุงให้ทานแบบร้อนๆ รวมทั้งซุป ขนมปัง ไปจนถึงเมนูปิดท้ายอย่างผลไม้สด ขนมหวานและไอศครีม

บุฟเฟ่ต์มื้อเย็น เวลา 18.00 น.-22.00 น. ราคาที่ละ 1400++ บาท (1,648 บาทถ้วน)
เสริมทัพจากปกติด้วยมุมซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง กั้ง หอยนางรม ไปจนถึงมุมบาร์บีคิวหรือสเต็กที่มีเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้เลือกทานมากมาย อาทิ เนื้อแกะ เนื้อวัวชั้นดี กุ้งกุลา แซลมอน ปลากะพง และอื่นๆ ส่วนที่ห้ามพลาดอีกมุมคือเมนูตามสั่ง ที่พ่อครัวได้เตรียมวัตถุดิบที่เลือกสรรมาอย่างดี สำหรับปรุงให้ทานกันแบบสดใหม่จานต่อจาน เมนูได้แก่ ยำต่างๆ ต้มยำและผัดไทย หรือจะเลือกทานในแบบผัดกับซอสต่างๆ ในสไตล์จีนก็เลือกได้

แชร์ประสบการณ์ดินเนอร์ที่ห้องอาหาร เดอะเทอเรส แอท 72 (The Terrace@72)


แน่นอนค่ะว่าบทความนี้ไปในฐานะ Editorial ก็ได้มีการเตรียมตัวไปสำรวจสถานที่ก่อนเวลาเริ่มทานบุฟเฟต์ จากนั้นก็มีการได้พูดคุยกับทีมงานและได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมรวมไปถึงประวัติของห้องอาหารมาเล่าสู่กันฟัง คือโรงแรมนี้เมื่อก่อนชื่อว่าโรงแรมแม่น้ำ อยู่มานานแล้วนะ เป็นโลเกชั่นจัดงานหมั้นงานแต่งยอดนิยมแห่งนึงในย่านนั้นเลยทีเดียว (ลองกลับบ้านไปถามญาติผู้ใหญ่อายุ 60+ จะมีคนรู้จักและเคยมางานแต่งหรืองานหมั้นที่นี่กันอย่างน้อยคนละ 2-3 ครั้ง นี่คือเรื่องจริง พีคมาก) การตกแต่งจะเป็นสไตล์ไทยๆ มีงานไม้ งานแกะสลัก ยิ่งอยู่ริมแม่น้ำยิ่งได้บรรยากาศความเป็นไทย เป็นเมืองริมแม่น้ำอะไรแบบนี้ จะบอกว่า Out Door คือเลิศมากกก คือที่สุดดด กลางวันแสงเริ่ดถ่ายรูปสวยมากๆ

Note for readers:
ภาพถ่ายจะมีจากคุณพ่อที่ปกติถ่ายรูปลง Shutter Stock ขาย (ลงในนี้จะมีลายน้ำที่มุมภาพ) และจากผู้เขียนที่ใช้ Mirrorless สลับกับ iPhone7+ ในการผลิตผลงานรีวิวชิ้นนี้ค่ะ


(เผื่อใครมาตอนกลางวัน แดดดี Background สวย ดูผิวมีออร่าปิ๊งๆ)


หรือจะเป็นมื้อเย็นนั่งทานไปพอท้องเริ่มตึงก็ชวนเพื่อนไปถ่ายรูปคั่นเวลากันได้ค่ะ วิวแม่น้ำยิ่งตอนพระอาทิตย์ตกดินมองเห็นจากด้านที่นั่งทานบุฟเฟต์พอดี คือฟินมาก วิวหายากสุดๆ 




มารีวิวบุฟเฟต์ริมแม่น้ำทั้งทีจะพูดถึงแต่วิวเดี๋ยวก็หาว่าขายวิวริมแม่น้ำอย่างเดียว ไม่นะคะ จะบอกว่าอาหารเค้าก็ไม่ธรรมดา

(ซูชิซาชิมิรวม)

(เป็ดผัดกระเพรากรอบ)

(เวอร์จิเนียแฮมซอสผลไม้)

(กุ้งทอดกระเทียม)

(กั้งทอดกระเทียม)



ในความบุฟเฟต์ที่น่าจะถูกใจหลายๆคนคือมีปลาดิบอยู่ด้วย ใครชอบทานปลาดิบซูชิมากิทั้งหลายแวะมาหยิบไปทานได้ไม่อั้น

(เนื้ออบ - Roasted Beef Tenderloin)

(ซุ้มเนื้อผัดซอสต่างๆ รวมไปถึงไก่สะเต๊ะ หมูสะเต๊ะ)

สายเนื้อสายสเต็กมีหมดทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อไก่และเนื้อปลา ไปจนถึงซีฟู้ดแบบชอบทานสดๆอย่างหอยนางรมมีให้ตักไม่อั้น กุ้ง กั้ง ปลากะพง แซลมอน แบบย่าง แบบสลัด แบบผัดเนย มาครบ คุณภาพอาหารสดดีพอๆกับอาหารที่ปรุงไว้แล้ว หรือจะเลือกปรุงใหม่ๆก็ได้เหมือนกัน

(บุฟเฟต์หอยนางรมไม่อั้น)

(หอยแมลงภู่เอย ปูเอย บุฟเฟต์ไม่อั้นเช่นกันจ้า)


ใครสายผักก็มีให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งผักย่าง สลัดผักสด หรือจะเดินไปสั่งต้มยำผัก เอาเห็ดอย่างเดียว ที่นี่เค้าก็มีให้บริการนะเออ 

(ผักย่างรวม)

(มันอบโรสแมรี่)

(ซุ้มยำต่างๆ ตักแล้วยื่นให้พนักงานพร้อมบัตรโต๊ะ)

วิธีสั่งอาหารจานร้อนแบบปรุงสดๆคือทุกโต๊ะจะมีแก้วที่ใส่บัตรหน้าตาแบบนี้

ให้เอาไปยื่นที่ซุ้มปรุงอาหารจุดต่างๆแล้วระบุได้เลยว่าจะเอาอะไร เดี๋ยวเค้าเดินมาเสริฟให้ที่โต๊ะ แล้วก็เอาบัตรมาคืน เดินวนไปสั่งอย่างอื่นต่อได้ ชิมกันไปทุกโซนจนกว่าจะอิ่มได้เลยจ้า

ส่วนของหวานคือจัดเต็มสุดๆ



มีทั้งช็อกโกแลตฟองดูว์ ไอศกรีมหลากรส ไปจนถึงเค้กและทาร์ตต่างๆ ขนมไทยก็มี คือละลานตามากๆ 

สรุปแล้ว

ที่ห้องอาหาร The Terrace@72 เป็นอีกหนึ่งในสถานที่แนะนำเลยว่าเป็นบุฟเฟต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันควรค่าแก่การนัดพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงมากๆ และด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่มีความโรแมนติกจะมาเดทแบสองต่อสองก็เหมาะ มาทานเป็นครอบครัวในโอกาศพิเศษต่างๆก็ได้ ที่ห้องอาหารมีบริเวณให้เลือกนั่งค่อนข้างเยอะ และด้วยความยาวของบริเวณท่าน้ำ เราสามารถเลือกนั่งได้สบายๆ ขนาดวันไปรับประทานมีทัวร์ลงเป็นร้อยๆคนก็ไม่ได้รู้สึกแออัดหรือเบียดเสียดแต่อย่างใด บริการค่อนข้างไว พนักงานมีจำนวนมากพอบริการให้ได้อย่างทั่วถึง มีดนตรีสดให้ฟังช่วงหัวค่ำด้วย

รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี ลองไปหลายเมนูไม่เจออันไหนที่รู้สึกว่าแย่ เมนูที่โหวตกันบนโต๊ะแล้วว่าอร่อยก็จะมีกุ้งและกั้งผัดเนย ต้มยำ หอยนางรม ยำต่างๆ หมูสะเต๊ะน้ำจิ้มก็เด็ดทำถึง เมนูผักอร่อยทุกอย่าง เวลาทานไอศกรีมให้เดินไปหยิบผลไม้ที่เสียบอยู่ไปเคลือบช็อกโกแลตฟองดูว์แล้วมาทานคู่กันคือฟินมาก เรียกได้ว่าไม่ผิดหวัง ถือว่าคุ้มค่ากับราคา บริการและบรรยากาศที่ได้ 

สุดท้ายแจกโปรโมชั่นสำหรับนักอ่านที่ติดตามกันมาจนถึงบรรทัดนี้

  • Promotion ประจำเดือนกุมภาพันธ์ - มิถุนายน 2019
    • ฟรีโฟลว์ซอฟดริ้งค์ไม่อั้น รวมในราคาบุฟเฟ่ต์แล้ว
    • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ทานฟรี (จากปกติ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ทานฟรี)

สำหรับรีวิวนี้ผู้เขียนก็หวังว่าจะได้ให้รายละเอียดครบถ้วน คงจะเป็นประโยชน์กับคนอ่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ส่วนใครมีคำถามสงสัยอะไรแวะมาคอมเม้นกันได้เลยนะ ยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติมจ้า แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า บ๊ายบาย ^^

Disclaimer: I did not paid for this service, got sponsored for free meals and travel expense
,all opinion here is 100% from my own voice.



สายเที่ยวที่กำลังรอโปรโมชั่นภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 50 ซึ่งงานจะจัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น. – 21.00 น. นี้ เรามีโปรโมชั่นสุด Exclusive มาบอกต่อ โดยเป็นโปรโมชั่นของ
เดอะนาคาไอแลนด์ อะลักซ์ชัวรี่คอเลคชั่น รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต

The Naka Island A Luxury Collection Resort & Spa Phuket

การันตีความดีงามด้วยรางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับดีเยี่ยม จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาสถานประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว



data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
สำหรับใครทีวางแผนอยากมาพักผ่อนในวิลล่าสุดหรูบนเกาะส่วนตัวนอกชายฝั่งภูเก็ต ใช้เวลาเพียง 25 นาทีจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต 5 นาทีโดยเรือสปีดโบ้ทส่วนตัวถึงเกาะนาคาใหญ่ ตั้งอยู่ภายในสวนมะพร้าวที่เขียวชอุ่มติดชายหาดที่สวยงามด้วยทิวทัศน์อันงดงามของทะเลอันดามันสีเขียวมรกตและอ่าวพังงา ห้ามพลาดโปรโมชั่นพิเศษนี้เด็ดขาด แพคเกจนี้ราคาขึ้นอยู่กับประเภทห้องและระยะเวลาช่วงที่เข้าพัก (พฤศจิกายนเป็นต้นไปจะมีราคาสูงกว่า) สามารถซื้อแพคเกจและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บูธหมายเลข P312-P314 (Marriott International) 


ใครที่อยากเข้าพัก สามารถเซฟไฟล์ราคาไว้อ้างอิงได้เลย และติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่โทร 076 371 400 หรืออีเมล naka.reservations@theluxurycollectionhotels.com



ช่องทาง Official สำหรับหาข้อมูลของที่พัก:
Facebook: https://www.facebook.com/thenakaisland/
Website: The Naka Island A Luxury Collection Resort & Spa Phuket 
Instagram: @nakaislandphuket

ในปัจจุบันเกมส์มือถือสมาร์ทโฟนได้มีการพัฒนามากๆ จนมีความสามารถใช้แทนเกมคอนโซลได้ อีกสิ่งหนึ่งที่พัฒนาตามไปด้วย คือ ระบบเสียง บางเกมส์อาจต้องพึ่งพาเสียงที่ได้ยินเพื่อโอกาสชนะที่มากกว่า หรือบางเกมอาจมีเสียงประกอบเพราะๆ น่าฟัง ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่น เช่น เกมส์บน w88 การมีหูฟังมาเป็นตัวช่วยในการเล่นเกมส์ คงเพิ่มอรรถรสได้ดีมากเลนทีเดียว และนี้คือ 5 เกมส์ที่อยากจะแนะนำว่าควรใช้หูฟังตอนเล่มแล้วมันจะดี สนุก มันส์มาก แน่นอน


PUBG Mobile
เกมส์ Battle Royale นั้นโด่งดังที่ได้รับความนิยมอย่างสูง รูปแบบเกมพัฒนามาอย่างดีทุกๆ ด้าน ในส่วนของระบบเสียงในเกมส์นี้ทำได้ดีมากๆ เพราะแค่ยิงนิดเดียวก็สามารถระบุตำแหน่งผู้ยิงได้เลย เมื่อใช้หูฟังจะเป็นตัวช่วยแยกแยะเสียงของผู้เล่นคนอื่นๆ แล้วล่ะก็โอกาสชนะก็มากขึ้นเดิม ความตื่นเต้นก็มีมากกว่าเก่า

ROV
ไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับเกมส์นี้ เกมแนว MOBA Mobile ที่สามารถพูดคุยสนทนากับเพื่อนร่วมทีมได้ แน่นอนว่าการสื่อสารดีๆ จะสามารถทำทีมให้มีโอกาสชนะสูง ดังนั้นการใช้หูฟังในเกมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ใครๆ ก็ทำกัน แต่แนะนำว่าควรใช้หูฟังดีๆ เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ราบรื่นตอนเล่นเกมส์  

Identity V
เกมสายหลอนเอาชีวิตรอดจากฆาตรกรแนว Dead by Daylight ที่แนะนำว่าควรค่าแก่การหยิบหูฟังมาใช้อย่างยิ่ง เพราะในเกมส์นี้ไม่ว่าจะเลือกรับบทเล่นเป็นผู้ล่าหรือถูกล่า ย่อมมีความจำเป็นต้องตั้งใจฟังเสียงรอบข้าง เพราะเสียงแค่แผ่วเบาก็สามารถช่วยชีวิต หรือว่าจัดการเอาชีวิตผู้เล่นได้เลย ล่าสุด Escape Room ได้จับมือกับ Identity V สร้างห้องปริศนาสุดระทึกเป็นด่านที่ใช้ตีมเดียวกับเกมให้เราได้ลองเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ลุ้นระทึกแบบตัวเป็นๆ

สำหรับผู้ที่สนใจ ทาง Identity V และ Escape Room มอบสิทธิพิเศษแก่แฟนเกม เพียงท่านโชว์ ID เกม Identity V กับทางพนักงาน รับส่วนลดไปเลย 100 บาท ชวนเพื่อนไปสัมผัสความระทึกได้แล้ว ณ MBK Center ชั้น 7 (BTS สนามกีฬากีฬาแห่งชาติ ทางออก 4) กรุงเทพมหานครฯ

Fortnite
เกมชู้ตติ้งที่ยิงทีมอื่น สร้างป้อม ทำสะพาน แถมแฟชั่นแต่งตัวสุดคูล ซึ่งการได้ยินก็สำคัญเพราะสามารถทำให้ระบุตำแหน่งได้ ดังนั้นการเล่นเกมส์มีหูฟังที่ดีสามารถเป็นผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายได้แน่ 

Asphalt 9: Legends
เกมแข่งรถสุดมันส์ที่พัฒนามาถึงภาคที่ 9 แล้ว ด้วยพลัง BGM ระดับเยี่ยมที่เพิ่มอรรถรสในการเล่นได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสียงของเครื่องยนต์มันก็น่าฟังมากๆ ทั้งตอนปล่อยไนโตร และจังหวะชนกัน สำหรับสายดริฟท์หยิบหูฟังมาใช้ตอนลงสนามรับรองความมันส์แบบจัดเต็ม
Airinum หน้ากากอนามัยสัญชาติสวีเดน สำหรับรุ่นล่าสุดที่ร่วมงานกับ Alan Walker ออกมาเป็นลาย AW เท่ๆ ที่มี Reflective สะท้อนแสงแฟลช วางขายแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกรา 2019 โดยบทความนี้ยังไม่เรียกว่าเป็นรีวิวเต็มรูปแบบ แค่เอามาแกะกล่องให้ยลโฉมกันเฉยๆเผื่อใครอยากเห็นภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อกันนะจ๊ะ (คลิกอ่านคู่มือวิธีการซื้อ Airinum ได้ที่นี่)

 
data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"

รีวิว Unbox แกะกล่อง Airinum รุ่น Alan Walker (Limited Edition)

ราคา 89$
สั่งซื้อได้ที่ Airinum
ใส่โค้ด kaosuay จะได้ฟิลเตอร์กล่องละ 15$ ฟรี (กดฟิลเตอร์ใส่ตะกร้าก่อนคิดเงิน)

ภายในกล่องประกอบไปด้วย


  • ผิวหน้ากากชั้นนอก Urban Air 2.0 Mask Skin - Alan Walker ft. Airinum 
  • ฟิลเตอร์ Urban Air Filters รุ่น 2.0 จำนวน 2 แผ่น
  • วาวล์หายใจ Urban Air Valves จำนวน 2 ชิ้น
  • สายรัดเพิ่มความกระชับศรีษะด้านหลัง Urban Head Strap จำนวน 1 ชิ้น
  • กระเป๋าพกพา Travel Pouch จำนวน 1 ใบ
  • ป้ายห้อย Silver Tag with Invite Code to the World of Walker
  • การ์ดพร้อมลายเซ็น Square Card with Alan Walker Autograph
(กล่องผลิตภัณฑ์ จากซ้ายไปขวา Urban Air Mask 2.0 สี Onyx Black, Alan Walker, Urban Air Filter 2.0)

กล่องบรรจุภัณฑ์ดีไซน์มาให้มีความคลาสสิกแบบยุคดิจิตอล (ได้กลิ่นฟีลผลิตภัณฑ์จากค่ายแอปเปิ้ล) มีการเคลือบเงาเฉพาะจุด Urban Air Mask/Filter รุ่นธรรมดากล่องจะเป็นสีขาว ส่วนรุ่นที่เป็นลิมิเตทกล่องจะเป็นสีดำ แต่ด้านในจะเหมือนกันทุกอย่างค่ะ เปิดออกมาจะมีวิธีประกอบบอกอยู่ หลังกล่องจะเป็นรายละเอียดของสินค้าพร้อมโลโก้ Certificate ทั้งหลายแหล่ ซึ่งก็รวมถึงโลโก้รับรองมาตรฐานในการป้องกันฝุ่น PM2.5 ด้วย



คำอธิบายผลิตภัณฑ์บอกว่า Urban Air Mask 2.0 Alan Walker ft. Airinum ได้ถูกทดสอบโดยสถาบันระดับโลกสัญชาติสวีเดน Camfil โดยได้การรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ N95 (อเมริกา) และ FFP2 (ยุโรป) Test: GB2626 & Certification: KN95 หน้ากากที่ประกอบฟิลเตอร์เรียบร้อยแล้วจะช่วยปกป้องตัวเราจากมลภาวะเหล่านี้:

  • PM 0.3-10, dust and other air pollutants (ฝุ่นและมลพิษทางอากาศที่มีอนุภาคระดับ PM0.3-10)
  • Pollen and other allergens (ละอองเกสรและอื่นๆที่เป็นตัวการกระตุ้นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ)
  • Bacteria and other germs (แบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ)
  • Wildfire smoke & cigarettes (ควันไฟจากไฟป่าหรือควันบุหรี่)



Mask Skin หรือผ้าตัวหน้ากาก ใช้เทคโนโลยี Polygiene จากสวีเดนที่มีนวัตกรรมใยผ้าล้ำๆช่วยให้ผ้าปลอดเชื้อโรคและแบคทีเรียตลอดอายุการใช้งาน สามารถซักได้ ใช้ซ้ำได้เหมือนเสื้อผ้าชิ้นนึงของเรา แน่นอนทางแบรนด์ไม่ได้ใช้คำว่าตลอดไปหรือถาวรเนื่องจากผ้าก็มีอายุการใช้งานตามเจ้าของ ยิ่งใส่ซ้ำใส่บ่อยมันก็มีโอกาสที่จะชำรุด ดังนั้นอายุของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้งานได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับการใ้ช้งานและการดูแลของเราด้วย

การดูแลรักษา:

ซักมือหรือซักเครื่องก็ได้ แต่อย่าเอาไปอบแห้ง ใช้โหมดการปั่นแบบเบาที่สุดหรือใส่ตาข่ายถนอมผ้า เพื่อรักษาอายุการใช้งานให้ซักกับน้ำสบู่ อย่าใช้สารซักฟอกแรงๆ ถอดฟิลเตอร์กับวาวล์ออกก่อนซักด้วยนะ ฟิลเตอร์โดนน้ำไม่ได้ วาวล์ทำความสะอาดได้ ผึ่งทั้งหมดให้แห้ง หน้ากากตากแดดได้ เอาด้านในออกมาตากสีจะได้ไม่ซีดเพราะแดดเลีย ส่วนวาวล์แนะนำให้ตากแห้งในที่ร่มนะจ๊ะ

โปรดสังเกตุ ที่ตัวผ้ามีรูเบ้อเริ่มเทิ่ม และไม่สามารถปิดวาวล์ได้ถ้าไม่มีฟิลเตอร์ใส่ ดังนั้นการจะใส่หน้ากากชิ้นนี้เฉยๆโดยไม่ใส่ฟิลเตอร์ ไม่สามารถทำได้นะคะ


ฟิลเตอร์ทรง 3D บรรจุมาเป็นซองเพื่อรักษาสุขอนามัย ในกล่องหน้ากากจะมีแถม 2 ชิ้น ทุกซองมีวันที่ผลิตกับวันหมดอายุแจ้งชัดเจน (ฟิลเตอร์ถ้าไม่เอาออกมาจากซองจะมีอายุ 5 ปี) ฉีกออกมาแล้วใช้เลย หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนก่อนใช้งานให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่แกะใช้ เราได้ฟิลเตอร์ที่สะอาดจริงๆ แต่แอบหงุดหงิดกับการสร้างขยะเพิ่มทุกครั้งที่แกะใช้นิดหน่อย ก็พอเข้าใจได้ แต่ก็หงุดหงิด (ฮาา)


นอกจากฟิลเตอร์ก็จะมีกระเป๋าพกพา เนื้อลื่นๆคล้ายๆผ้าร่ม น่าจะกันละอองน้ำได้ในระดับนึงแต่ตกน้ำไปไม่น่าจะรอด การตัดเย็บดูมีแนวโน้มว่าน้ำจะซึมเข้าตามบริเวณรอยต่อ ทุกรุ่นจะได้กระเป๋ากับฟิลเตอร์แบบเดียวกัน ที่ต่างกันคือสีของวาวล์กับสายรัดหัว บ้านเราใช้ Airinum กันทุกคนเลยมีการติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่กระเป๋าจะได้แยกออกว่าอันไหนของใคร

การประกอบวาวล์เข้ากับตัวหน้ากากไม่ยากเลย พอเราแกะฟิลเตอร์ออกมาให้แปะกับหน้ากากก่อน ที่ขอบข้างๆจะมีลักษณะแบบตีนตุ๊กแก คือแปะแล้วก็อยู่เลย ลอกออกมาแปะใหม่ให้พอดีได้ ไซส์ฟิลเตอร์กับไซส์หน้ากากควรเป็นไซส์เดียวกันไม่งั้นจะไม่พอดีนะ


แยกด้านหน้าด้านหลังได้สบายมากเพราะมันเป็นทรง 3D กางออกมาก็เห็นเลยว่าสีดำคือชั้นนอก สีขาวคือชั้นในที่จะมาสัมผัสกับใบหน้าของเรา ตอนประกอบวาวล์ก็ไม่ต้องงงอันไหนซ้ายอันไหนขวา ติดได้เหมือนกันหมด กดลงไปให้มีเสียงคลิกก็เป็นอันเรียบร้อย


รายละเอียดของฟิลเตอร์ Urban Air 2.0 ใช้เทคโนโลยีการกรอง 5 ชั้น
  • ชั้นนอกสุด Outside PP Layer - เป็นการเคลือบชั้นนอกสุดเพื่อความคงทนของผลิตภัณฑ์
  • ชั้น Active Carbon Layer - ชั้นคาร์บอนจะช่วยกรองกลิ่นต่างๆ
  • ชั้น Electro Charged Layer เลเยอร์แรก - เป็นฟิลเตอร์ประจุอิเล็กตรอนช่วยดัก PM10, ละอองเกสรและอื่นๆที่เป็นตัวการกระตุ้นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
  • ชั้น Electro Charged Layer เลเยอร์ที่สอง - กรอง PM2.5 ฝุ่นและแบคทีเรียตางๆ
  • ชั้นในสุด Inside PP Layer - เคลือบชั้นในให้สัมผัสเรียบเนียนเพื่อความสบายในการสวมใส่
ตารางเทียบประสิทธิภาพ Airinum กับหน้ากากอนามัยทั่วๆไปตามท้องตลาด (ไม่ได้ระบุเจาะจงยี่ห้อ ดังนั้นหน้ากากบางยี่ห้อที่ไม่ได้ทำการทดสอบ ก็อาจจะใช้ได้ผลดีกว่าตารางนี้)


ข้อแตกต่างที่ชัดเจนคือ:
  • Airinum สามารถปรับทั้งสายรัดหูและมีสายรัดรอบหัวเพิ่มความกระชับ
  • Airinum ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพจริง (ต้องใส่แบบพอดีหน้าด้วยนะ)
  • Airinum มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่
  • ที่หนีบจมูกของ Airinum มีเมมโมรี่โฟม ทำให้ใส่ได้นานไม่รัด ไม่เจ็บ
  • Airinum มีวาวล์หายในช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี ไม่เอาเชื้อโรคเข้า
  • ได้รางวัลเหรียญทองการออกแบบยอดเยี่ยม
  • ด้านนอกกันแบคทีเรีย สามารถซักทำความสะอาดใช้ซ้ำได้
  • เทคโนโลยีฟิลเตอร์ใช้ได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมง
  • มีกระเป๋าสำหรับพกพา


ข้อเสียที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือ จ่ายครั้งแรกแพงมาก แบบว่าต่อให้ได้ฟิลเตอร์ฟรีอีกกล่องก็แพงอยู่ดี ถ้าฟิลเตอร์เปียกน้ำประสิทธิภาพจะลดลง (มันจะไปทำลายชั้นประจุอิเล็กตรอน) ต้องเปลี่ยนทันที หรือไม่เกินอาทิตย์ที่ 2  ก็ควรเปลี่ยนฟิลเตอร์ราคาอันละ 5$ ตกอาทิตย์ละ 150 อะไรงี้ กว่าจะรู้สึกคุ้มก็ปาเข้าไปเป็นเดือน เพราะปกติใช้แบบครั้งเดียวทิ้ง หิ้วจากญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนวันต่อวัน สายรัดหัวมันย้วย บางทีก็ขาด มีกลิ่นไวด้วยใส่ซ้ำได้ไม่เกิน 2-3 วันก็เริ่มรู้สึกได้ว่าไม่ค่อยดี N95 ก็ใส่ไม่สบาย แถมราคา ตกอันละ 30-95 บาท คิดว่าก็ค่าเท่ากัน แต่เราไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงกับใคร ไม่ต้องห่วงของจะขาดตลาด ก็ถือว่าซื้อความสบายใจให้ตัวเองไปค่ะ

เคยรีวิวไซส์ XS สำหรับเด็กไปแล้วที่แฟนเพจ

ของเราวัดหน้าได้ 11cm เลือกไซส์ M มา พอปรับสายรัดแล้วก็ใส่ได้พอดี ลองใส่ดูชิลๆวันนึง ยังบอกอะไรได้ไม่มาก ที่รู้คือมันสะดวกตรงปรับสายรัดหูได้ รัดรอบหัวก็ปรับได้ ตรงจมูกไม่เจ็บแต่เวลาร้อนๆตรงจมูกเนี่ยเปียกก่อนเพื่อนเลย มีความอับอยู่ดีแต่น้อยกว่า N95 มากกกก ใส่สบายจริง ไม่รู้สึกปวดหัว อึดอัดแต่อย่างใด กรองกลิ่นควันได้เฉียบอยู่ เดินตามถนนและลานจอดรถไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ถ้ามีโอกาสจะมารีวิวหลังใส่เท่ๆไปแล้วอีกทีนะ ช่วงนี้หน้าสด ไม่ค่อยอยากลงรูป (ฮาา)

Air pollution is the world biggest health risk - มลพิษทางอากาศเป็นภัยใหญ่ระดับโลก




ประเทศไทยเพิ่งจะมาตื่นตัวกันไม่นานมานี้ แต่ในประเทศอื่นๆเค้ามีปัญหานี้กันมานาน การใส่หน้ากากอนามัยถือเป็นการรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐานที่ควรทำ ในเขตการจราจรหนาแน่น ตามท้องถนน หรือในเขตที่มีฝุ่นควันหนาแน่น ทางแบรนด์ Airinum ถือว่าทำได้ดีในการโปรโมทสินค้าไปพร้อมๆกับกระตุ้นให้ทุกคนในโลกได้รับรู้ถึงปัญหานี้ ใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการประกาศให้โลกรู้ว่าเรากำลังสู้กับมลพิษทางอากาศอยู่ สามารถใช้แฮชแท็ก #CreateADifferentWorld #MaskUp ได้เลย แล้วอย่าลืมพกหน้ากากอนามัยของคุณติดตัวไปด้วยในทุกๆที่นะคะ (วางทิ้งไว้ไม่ได้นะเพราะมันแพง 555)

หวังว่ารีวิวแกะกล่องวันนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อย ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ บ๊ายบาย

Disclaimer: This is 100% consumer review.