Kaosuaylunla Diary
Update
Newest Posts
หูฟังปกติซื้ออันไหนก็เหมือนๆกัน แต่อันนี้ไม่เหมือนใครเพราะมันเอามาพันข้อมือเป็น wristband style เหมือนกำไลหนังสวยๆห้อยจี้แพนโดร่า ใน สนนราคาเส้นละ 560 บาทเท่านั้นค่ะคุณผู้อ่าน!!!!


หูฟังอันนี้ยี่ห้อ Promate รุ่น Vogue-2 เราซื้อมาจากร้าน iStudio สาขาพรอมานาด ราคา 560 บาท ยังไม่เห็นในไทยมีร้านออนไลน์ที่ไหนขาย เอาจริงๆมันน่าจะเก่าแล้วเพราะขนาดเว็บออฟฟิเชียลก็ยังไม่มีรุ่นนี้ขายเลย (เห็นแต่รุ่น Retro กับ Vogue-3) 

ข้อมูลแบรนด์ Promate:
เว็บไซต์ Promate.net
แฟนเพจเฟสบุค My Promate

Wearable Bracelet Style with Pandora Beads Stereo Earphones

ถึงจะบอกว่าเป็นหูฟังใส่ลูกปัดแพนโดร่าแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่ามันปลอมแน่ๆ มีที่ไหนลูกปัดแพนโดร่าเยอะขนาดนี้แล้วจะห้าร้อยกว่าบาท ไม่รวมหูฟังนะ แน่นอนแบรนด์นี้นางมาจากจีน โอเคทุกอย่างเมกเซนส์ มันเลยทำราคาได้ดีมากๆสำหรับหูฟังที่เป็นเครื่องประดับได้ด้วย ตัวสายหุ้มหนังแบบถักทั้งเส้น ความยาว 1.20m แถมยังมีฟังชั่นเสริมต่างๆมากมายนอกจากแค่เป็นหูฟังสเตอริโอ

Built-in Mic - เป็นไมโครโฟนได้ด้วยพร้อมปุ่มกดรับสายได้
Anti-Tangle Wires - สายออกแบบมาให้ไม่พันกัน
Secure Magnetic Clip - มีแม่เหล็กดูดติดเพื่อไม่ให้หูฟังกระทบกันไปมา
Universal Compatibility - ใช้งานได้กับทุกเครื่องที่รองรับหูฟังแบบแจ๊ค 3.5mm

Specifications:

บริษัทที่จัดจำหน่ายในไทยลองดูข้อมูลด้านหลังกลองมีเบอร์โทรให้ด้วยเผื่อใครอยากสอบถามว่ามีสินค้าเหลือมั๊ยหรือวางขายที่ไหนยังไงบ้างนะคะ


เห็นมีคนอินบ๊อกมาถามหาออนไลน์กันเยอะ แต่คือเราไม่เคยเห็นที่ไหนเลยในเว็บแบบช้อปปี้ ลาซาด้า ยันอาลีเอ็กเพรสก็ไม่เจอ (ถ้าเว็บอเมซอนพอมีอยู่บ้าง)


รีวิวจากการใช้งานจริง

ตอนซื้อเราเห็นมีสีดำ สีทอง แล้วก็สีแดง ถ้าเป็นรุ่นแบบที่ไม่มีจี้จะเรียกว่ารุ่น retro แต่เราชอบความน่ารักกุ๊กกิ๊กของ vogue-2 มากกว่า แล้วสีแดงก็ดูมีความตรุษจีน วาเลนไทน์ มโนเอาว่าเป็นสีเฮงๆ ใส่เป็นเครื่องประดับไม่มีใครรู้เลยว่านี่คือหูฟัง พอดึงออกมามีแตคนตกใจ ดีไซน์มันเวิร์คจริงๆนะ เก็บได้หมดไม่พันกัน ฟังชั่นรับสายก็ใช้งานได้ปกติ ตรงดูฟังดีไซน์แบบเดียวกับ Earpod ของแอปเปิ้ล อย่างเดียวที่กังวลคือตรงเงาๆนี่น่าจะเคลือบไว้ กลัวมันหลุดกระเทาะอยู่เหมือนกัน แล้วก็ไม่ได้มีฟังชั่นกันน้ำ ฝนตกก็ถอดเก็บเพื่อความปลอดภัย เราใช้ฟังเพลง ประชุมสาย เล่นเกม ใช้ได้ทั้งแมค ไอโฟน นินเทนโด้สวิทช์ รวมๆคือชอบเกินราคาไปมาก รู้สึกว่าคุ้ม แม้คนอื่นจะไม่ค่อยเห็นด้วยมองว่าไร้สาระแต่คือนี่ชอบไง 5555



รีวิวนี้ซื้อเองไม่ได้มีสปอนเซอร์เลยอาจจะช่วยตอบไม่ได้ว่าหาซื้อที่ไหนยังไงได้บ้าง เอาเป็นว่าใครที่อยากได้ก็หวังว่าบทความนี้จะมีคีย์เวิร์ดไว้ช่วยเสิชหากันจนเจอนะคะ ไว้พบกันใหม่บทความหน้า บ๊ายบายค่า
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดูแลเส้นผม ชูคอนเซ็ปต์ ความงามของเส้นผมเปล่งประกายจากภายใน

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมี่ยม ที่ส่งตรงความงาม ที่แท้จริงจากภายใน ด้วยการนำเทคโนโลยีความงามล้ำสมัยมาช่วยในการดูแลและฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะ ครอบคลุมสุขภาพผมของแต่ละบุคคลเพื่อไปสู่ความสวยงามที่ยั่งยืนจากภายในภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” (ซับลิมิค)

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” 


โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 79 ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบโจทย์ให้ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็น

กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลดูแลหนังศรีษะ


และ

กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเส้นผม




มร.เทสซึยะ คุโบะ รองประธานกรรมการ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า

“SUBLIMIC (ซับลิมิค) คือ ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่เป็นอีกหนึ่งผลงานน่าความภูมิภาคใจของชิเซโด้ ในการนำเอาเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยและผลการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับมาพัฒนาสุขภาพและความงามของเส้นผมและหนังศีรษะให้ผู้หญิงเอเชีย โดยผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ถูกสร้างขึ้นเพื่อการดูแลเส้นผมปรับสภาพเส้นผมให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก แก้ไขและปรับสมดุลของเส้นผมและหนังศีรษะที่ไม่ถึงประสงค์ ปกป้องเส้นผมจากมลภาวะ แดด กลิ่น หรือ สิ่งกระตุ้นที่ทำลายเส้นผม สู่การฟื้นฟูและบำรุงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้และมีประสิทธิภาพสูงสุด SUBLIMIC คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมี่ยมที่จะมาช่วยดูแลครอบคลุมทุกความต้องการของเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ สำหรับซาลอนโดยเฉพาะ เพราะชิเซโด้เชื่อว่า “ความงามนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกมอบให้กับคุณ แต่เป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง”

โดยผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ได้ทำการวิจัยและพัฒนา นำเทคโนโลยีเข้ามาสรรสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดึงความงามของเส้นผมออกมาจากภายใน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นซาลอน โซลูชั่น และส่วนที่เผ็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เองที่บ้าน เป็นวิธีการใหม่ คือ “ปฏิรูปโครงสร้างเดิมของเส้นผม” ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างทรีทเมนท์ในซาลอนและผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ที่บ้านที่มีผลิตภัณฑ์หลักๆ ประกอบด้วย แชมพูและทรีทเมนท์สำหรับซาลอน และแชมพูและทรีทเมนท์สำหรับให้ผู้ใช้งานนำมาบำรุงเส้นผมเองที่บ้าน ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ทาง SUBLIMIC ได้พัฒนาและวิจัยให้ตอบโจทย์เส้นผมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมที่อ่อนแอและถูกทำร้ายจากการทำสี, เส้นผมที่หยาบกระด้างและต้องการฟื้นฟู และ เส้นผมที่ชี้ฟู จัดทรงยาก ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลหนังศีรษะ ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีการดูแลผิวที่ทันสมัย มาคิดค้นและวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับศีรษะตามไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเอเชีย


ที่สำคัญทางชิเซโด้ ได้ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่าการทำสปาศีรษะที่มีคุณภาพสูง จะช่วยฟื้นบำรุงและดูแลหนังศีรษะได้มีคุณภาพ จึงได้มีการนำศาสตร์การนวดแบบฉบับของชิเซโด้ มาบริการลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ซึ่งปรับให้เข้ากับสภาพหนังศีรษะและความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล โดยผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะมีกลุ่ม ผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย น้ำมันนวดอโรมา ที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และกลุ่มแชมพูและทรีทเมนท์ ตามสภาพหนังศีรษะ คือ ศีรษะแห้ง, ศีรษะมัน และศีรษะมีรังแค

ด้าน คุณชัญญา ศรีธัญรัตน์ ผู้จัดการแบรนด์ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า


“ ชิเซโด้ ได้สนับสนุนสไตลิสต์ให้สร้างสรรค์ประสบการณ์ในร้านซาลอนแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้เกิดความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดกับลูกค้า ดังนั้นการสร้างซาลอนที่มีคุณภาพจึงมีค่านิยม 4 หลัก คือ

1.Salon Experience (ประสบการณ์ของซาลอน) ช่างมากประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมในการดูแลเส้นผม และหนังศีรษะ รวมถึง จิตใจ เช่นการทำทรีทเมนท์สำหรับเส้นผมที่มีประสิทธิภาพสูง, เทคนิคการสปาหนังศีรษะ ตามเอกลัษณ์ของชิเซโด้

2. Personalized Care (การดูแลตามลักษณะของเส้นผมและหนังศีรษะ) คือ ประสบการณ์ของซาลอนจะช่วยดูแลตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไปออกไป เช่นการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้า การทำสปาศีรษะด้วยกลิ่นอโรมาสุดพิเศษ

3. Technologies ที่ทางชิเซโด้ เทคโนโลยีอันล้ำสมัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชิเซโด้นำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

4 Products (ผลิตภัณฑ์) ซึ่งการพัฒนา SUBLIMIC ได้ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Shiseido ที่ตระหนักถึงผลลัพธ์ขั้นสุดและคงรักษาไว้เพื่อให้แนวคิด “การคงความสวยได้ถึง 365 วัน” เป็นไปได้จริง”

สำหรับเทคโนโลยีและวิทยาการล้ำหน้าที่ SUBLIMIC ใช้เพื่อมอบสุขภาพผมที่ดีให้แก่ผู้หญิงเอเชียได้เปล่งประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกมุ่งเน้น ‘พลังแห่งความงาม’ ของจิตใจมนุษย์ ผ่านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ประกอบไปด้วย 4 เทคโนโลยี ได้แก่ 


  1. เทคโนโลยีการปรับสภาพเส้นผม (Hair Reforming Technology) ช่วยปรับสภาพเส้นผมที่ถูก ทำร้ายทั้งบริเวณเกล็ดผม เนื้อผม รวมไปถึงรูปทรงของเส้นผมที่บิดเบี้ยว เทคโนโลนีนี้จะช่วยฟื้นบำรุงปรับรูปทรงของเส้นผมที่บิดเบี้ยวให้กลับมาเรียบ ชุ่มชื้นเป็นประกายและจัดทรงง่าย
  2. เทคโนโลยีฟื้นคืนความชุ่มชื้นด้วยตัวเอง (Self Moisturizing Technology) จากการศึกษาและวิจัยขั้นสูงของ ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ทำให้ค้นพบกลไกสำคัญของผิวหนังที่สามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ด้วยตัวเอง จึงนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีด้วยสารสกัดจากพืชที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นภายในชั้นผิวหนังรวมทั้งช่วยปกป้องเส้นผมและคงความชุ่มชื้นไว้อีกด้วย เทคโนโลยีนี้ทำให้ ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนลได้รับ ‘รางวัลชนะเลิศสุดยอดเทคโนโลยี (Award Winning Technology) จากสถาบัน IFSCC
  3. เทคโนโลยีการปกป้องเส้นผม (Daily Shielding Technology) ชิเซโด้ได้ค้นพบเอกสิทธิ์เฉพาะ ช่วยให้คุณห่างไกลจากสาเหตุที่เป็นอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น มลพิษทางอากาศ โดยมีโพลิเมอร์ซึ่งมีคุณสมบัติในการปกป้อง มาช่วยป้องก้นการเกิดไฟฟ้าสถิต และช่วยให้พื้นผิวเส้นผมลื่นมากขึ้น เพื่อป้องกันการยึดติดของอนุภาคเล็ก ๆ เชน มลพิษทางอากาศ
  4. กลิ่นหอมที่ยกระดับอารมณ์ (Uplifting Aroma) จากการวิจัยโดยนำเทคโนโลยีการรับรู้ถึงสีหน้าของมนุษย์มาใช้ ทำให้ชิเชโด้ โปรเฟสชั่นแนล ได้พัฒนากลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดลองมาแล้วว่าผู้ใช้มีความสุขดุจได้สุคนธบำบัด
ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพ เน้นย้ำว่า จะไม่หยุดพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตช่างซาลอนที่มีคุณภาพออกมาสู่ตลาด และสำหรับผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC ที่มุ่งเน้นให้เกิดพลังให้ความงาม โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของชิเซโด้ จะช่วยเผย “พลังที่ส่งเสริมความงาม” ของผู้หญิงทุกคนออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริงเกิดจากภายใน”



ภายในงานมีการแจกตัวอย่างให้กับสื่อมวลชนและแขกให้ได้นำไปทดลองใช้ ทางเราก็ได้เป็นแชมพูและทรีตเม้นต์สูตร Aqua Intensive กับตัว Wonder Sheild มาซึ่งจะลงบทความรีวิวแยกไว้ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผลลัพท์ในครั้งหน้าให้ได้อ่านกันค่ะ



ดูโพสต์นี้บน Instagram

ได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศรีษะและเส้นผมจาก Shiseido Professional ที่นำเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของชิเซโด้ ผสานคุณค่าแห่งสุคนธบำบัดเข้ากับศาสตร์การนวดบำรุงแบบญี่ปุ่น พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “SUBLIMIC” เพิ่งเปิดตัวกันสดๆร้อนๆเมื่อช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม นี่ได้ผลิตภัณฑ์มาลองด้วยเดี๋ยวใช้แล้วจะมารีวิวให้ฟังกันนะคะ รายละเอียดอีเว้นท์หาอ่านในบล็อกได้เลยจ้า #SUBLIMIC
โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

ส่วนสาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์ SUBLIMIC สามารถใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ร้านซาลอนในเครือ ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook Shiseido Professional Thailand

Disclaimer: This article is PR based on press release provided by brand. 
วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับช่วงหน้าแก้มที่ Amarante Clinic ซึ่งเป็นการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกในชีวิตหลังลืมตาดูโลกมาเกือบสามสิบปี ใช่ค่ะ จริงๆโบก็ยังไม่เคย มาลองฟิลเลอร์ก่อนเพราะน้องที่รู้จักกันแนะนำมาว่าทำแล้วชีวิตดีขึ้นจริงๆนะเจ้ อยากให้มาลอง มาให้หมอเช็คหนังหน้าเฉยๆก็ยังดีเพราะปกติเค้าก็ปรึกษาฟรีไม่ได้คิดเงินกันอยู่แล้ว และที่มารีวิวให้อ่านกันวันนี้เพราะประทับใจในบริการและคำแนะนำของคุณหมอเอามากๆ อยากบอกต่อรัวๆ



บางคนดูรูปอาจจะดูไม่ออกว่าเอ๊ะ โดนอะไรไปบ้าง ยังไงเดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันแบบละเอียดไปเลยค่ะ



data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
คลีนิกเสริมความงามที่เราเลือกเข้าไปใช้บริการในครั้งนี้ก็คือ Amarante Clinic ของคุณหมอต้น ซึ่งคุณหมอไม่ธรรมดานะคะ หมอต้นเนี่ยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจนถึงขั้นได้เป็นอาจารย์ในการสอนแพทย์ฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ แถมยี่ห้อของฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ที่ทางคลีนิกเลือกใช้ก็เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่ยี่ห้อไก่การาคาถูก เพราะของพวกนั้นนอกจากจะไม่ได้มาตรฐานแล้วยังจะส่งผลเสียระยะยาวด้วยนะ ใครที่หน้าพังเพราะไปใช้บริการหมอกระเป๋าหรือเห็นคลีนิกโนเนมมาจัดโปรราคาถูกเรียกลูกค้าเนี่ย บางทีเค้าอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือกระทั่งเอาของหมดอายุมาฉีดก็อาจจะเป็นไปได้ ใครที่ชอบความสวยในราคาประหยัดต้องระวังกันให้ดีๆเลย ของแบบนี้อาจจะทำให้สวยได้ชั่วครู่แต่ส่งผลเสียในอนาคตต้องมานั่งขูดนั่งแก้กันอีกยาวๆ กลายเป็นว่าเสียน้อยเสียมาก พังมาต้องเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน ความสวยไม่ควรต้องอยู่บนความเสี่ยงนะคะ เลือกคลีนิกดีๆกับคุณหมอที่มีประสบการณ์ยังไงก็สบายใจได้มากกว่าอยู่แล้ว


ข้อมูลของ Amarante Clinic (อามารันเต้ คลีนิก)


ปัจจุบันมี 2 สาขา คือสาขาอารีย์ กับสาขาบางนา
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-20.00น. 

สาขาอารีย์ (พหลโยธิน 7 อาคารบ้านยสวดี)
โทร: 080-393-6669

สาขาเซ็นทรัลบางนา (ชั้น 5 ติดร้านโทรศัพท์ OPPO)
โทร: 080-556-5294

แพทย์ที่ให้บริการทุกสาขามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง และทางคลีนิกได้รับรางวัลมากมายจากหลากหลายสาขา ใครที่กำลังมองหาคลีนิกเสริมความงามดีๆเพื่อเข้าไปใช้บริการอย่าลืมเข้าไปดูสถานที่จริงด้วยนะคะ การนัดคิวประสานงานต่างๆพนักงานของทางคลีนิกมีให้บริการหลากหลายช่องทางไม่ใช่แค่โทรศัพท์ สมมติสายไม่ว่าง LINE ก็สามารถแชทไปนัดคิวเช็คคิวหรือปรึกษาปัญหาต่างๆเกี่ยวกับบริการของทางคลีนิกได้หมด สะดวกมากๆ สาขาที่เราเลือกไปใช้บริการคือสาขาอารีย์ เดินทางบีทีเอสก็สะดวก หรือวันไหนขับรถมาก็มีที่จอดรถให้บริการค่ะ


คำแนะนำที่ควรรู้สำหรับการมาฉีดฟิลเลอร์

- เข้ามาปรึกษากับคุณหมอก่อนเพื่อที่จะได้ระบุว่าควรทำตรงไหนดีบ้าง
(คุณหมอมีประสบการณ์และผ่านมาเยอะ จะประเมินได้ตรงจุด ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาทำไปแก้ไป)
- ไม่ควรต่อขนตา ปัดมาสคาร่า ติดขนตาปลอม เงาขนตาจะกลายเป็นอุปสรรคให้แพทย์โดยไม่จำเป็น
(ปกติจะต้องหน้าสด ทางคลีนิกจะคลีนหน้าก่อนโปะยาชาเสมอ)
- เคสของเราใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง
(ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยถ้าต้องทำเยอะ และมาให้ตรงเวลานัดนะคะ จะได้ไม่กระทบเคสอื่นๆ)
- ฉีดฟิลเลอร์แล้วรอแผลปิดประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ล้างหน้าได้ปกติ โดนน้ำได้
- วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้ โดนแดดได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ
- อาการบวมสามารถประคบเย็นช่วยได้ จะหายไปเองในวันสองวัน
- ในสองวันแรกไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์ หรือ ออกกำลังกายหนักๆ
- สองสัปดาห์แรกของการฉีดฟิลเลอร์ให้ "งดนวดหน้า" ทรีตเม้นต์ เลเซอร์ และซาวน่าไปก่อน
- ช่วงสองสัปดาห์แรกงดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกง่ายเช่นแอสไพริน วิตามินอี ใบแปะก๊วย โสม



จะมีการแปะยาชาตรงบริเวณที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ช่วยไม่ให้เจ็บ ซึ่งตรงนี้จะบอกว่าการสื่อสารสำคัญมากๆ คือฤทธิ์ยาชามันช่วยให้ไม่เจ็บก็จริง แต่บางจุดเราอาจจะเจ็บ ก็ต้องบอกนะ ว่าหมอคะ ตรงนี้เจ็บ เพื่อที่เค้าจะได้ระวังตรงจุดนั้นมากขึ้น ฟิลเลอร์จริงๆมันก็คือ hyaluronic acid (ซึ่งสารตัวนี้มีอยู่แล้วในผิวของเรา แต่พออายุมากขึ้นสารตัวนี้จะลดลง) ที่เราฉีดเข้าไปใต้ผิวเพื่อเติมส่วนที่มันหายไป หรือส่วนที่เราต้องการเพิ่มให้ดูมีความเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ไม่หดตัวเป็นริ้วรอยชั่วขณะที่ออกฤทธิ์ราวๆ 4-6 เดือน) แต่ฟิลเลอร์จะเป็นการเติมผิวให้ฟูขึ้น อยู่ได้นาน 1-2 ปี และสารนี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เคสที่ฉีดแล้วพังต้องมาขูดออกมักจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือหมดอายุแล้ว ทางคลีนิกนี้มีให้เราตรวจสอบได้นะว่าผลิตภัณฑ์มาจากล๊อตไหนใกล้หมดอายุรึยัง เพื่อความสบายใจของทางลูกค้าที่มาใช้บริการด้วยค่ะ

เคสของเราใช้ฟิลเลอร์ทั้งหมด 2cc เป็นของแบรนด์ Juvederm มีรุ่น Volite กับ Volift อย่างละซีซีเพื่อช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ดูลึก โหลเหมือนคนอดนอน มีความห้อยหย่อนคล้อยทำให้หน้ามีอายุและดูเหนื่อย 

ความรู้สึกของการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก

วินาทีที่เข็มจิ้มหน้าคือ งง เพราะมันไม่เจ็บ แต่มันรู้จึกแบบ กึ้ดๆ เหมือนมีคนเอาอะไรมาเจาะหน้า แต่เราไม่รู้สึกอะไร ซึ่งขอมอบความดีความชอบให้ยาชา ซึ่งนอกจากยาชาที่โปะมาเห็นว่าในแต่ละเข็มเค้าก็มียาชาผสมอยู่ด้วย ดับเบิ้ลชากันไปเลยจ้า 


หน้าตาคือกลัวเข็มน่ะแหละ แต่เพื่อความสวยหนูทนได้ มันจะมีเจ็บบ้างบางจุดที่ยาชาโปะไปไม่ถึง (แถวๆข้างขมับหรือใกล้ๆใต้ตา) คุณหมอก็จะพยายามเบามือตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ ซึ่งฟิลเลอร์มันไม่ใช่ฉีดแล้วจบนะจ๊ะ มันต้องมีการปั้นกันด้วย เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนเท่าๆกัน คุณหมอแต่ละท่านก็จะมีความชำนาญกันคนละทาง ซึ่งเราโชคดีมากๆที่ได้คิวหมอต้นมาปั้นฟิลเลอร์ให้ แม้จะมีขนตาเป็นกันสาดของเรามาบังแต่หมอก็ยังสามารถปั้นออกมาจนรอด


ทำไปก็จะให้ลองยิ้มไปเพื่อดูว่ามันออกมาโอเครึยัง ตอนนี้รอยยิ้มก็จะดูตึงๆหน่อย ไม่ใช่ตึงเพราะฟิลเลอร์นะ เพราะยาชามันดีมาก คือหน้าชาไปเลย ไม่แน่ใจว่ายิ้มรึยัง มันชาไปหมดเลยอ้ะ 555555



ภาพรีวิวนี้ถ่ายจากกล้องเราเอง ถึงแสงต่างกันเพราะอยู่คนละสภาพแวดล้อม แต่จะเห็นได้ชัดเลยว่าช่วงใต้ตาเราคล้ำมาก แล้วพอมาดูจริงๆคือมันมีความห้อยลงมาเล็กน้อย เป็นร่องพาดจาดใต้ตาเฉียงลงมาตรงแก้มด้วย เลยทำให้หน้าดูเหนื่อยดูโทรม หลังจากฉีดฟิลเลอร์หน้าก็ดูฟูขึ้นมาทันที แบบเข้าใจไอ้คำว่า "สวยได้เลยชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า" มันเป็นยังไง คือนี่แค่ฟิลเลอร์นะ ยังไม่ได้ทำอย่างอื่นยังช่วยได้ขนาดนี้เลย

เอาจริงๆตอนมาปรึกษาคุณหมอต้นเราประทับใจมากๆตรงที่คุณหมอไม่ได้ยัดเยียดอะไรให้เราเลย คือเราถามไปเยอะมากว่าแบบ ร่องหน้าผาก ร่องแก้ม จมูก ฯลฯ ฉีดได้มั๊ย ทำได้มั๊ย ปั้นให้เราได้รึเปล่า คือหมอบอกว่าจริงๆเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย จะทำก็ได้แต่มันจะดูเยอะเกินไป ทำเฉพาะปัญหาที่จำเป็นจริงๆ บางอย่างปล่อยเอาไว้บ้างก็ได้คือทำให้เรารู้สึกดีไม่เหมือนเวลาเจอพนักงานหน้าคลีนิกที่ชอบยัดเยียดละบอกเราว่าต้องทำนู่น ทำนั่น ทำนี่ "ถึงจะสวย" แต่กับคุณหมอคือทำยังไงก็ได้ให้ "สวยแบบเป็นธรรมชาติ" มากที่สุด คือคุณหมอเน้นแนะนำให้ดูเป็นธรรมชาติยังไงก็ดีกว่าหน้าเป๊ะแบบแข็งๆ ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยแบบสุดๆ

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จก็จะมีการให้ยากลับบ้านไปทานเพื่อลดการปวดกับฆ่าเชื้อ ในถุงที่ทางพนักงานคลีนิกจัดมามีไอซ์แพคไว้ประคบเย็นด้วย คือเอากลับบ้านไปแช่ฟรีซแล้วใช้ต่อได้เลยจนกว่าจะหายปวด แอดมินมีการส่งลิงค์ให้ความรู้ต่างๆมาเพิ่มเติมในไลน์แล้วก็มีการนัดมาเช็คผลงานอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อยก็ถือว่าการฉีดฟิลเลอร์ครั้งนี้จบลงด้วยดีมีแต่ความประทับใจค่ะ 

สำหรับราคายังไงลองเช็คที่แต่ละสาขาอีกทีนะคะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายภาคหน้า แต่การเข้ารับขอคำปรึกษาสามารถทำนัดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ

(ภาพโปรโมชั่นฟิลเลอร์จากเว็บไซต์ Amarante Clinic ซึ่งราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้)

ใครที่อยากมาใช้บริการอย่าลืมจองคิวเข้าไปก่อนนะคะ เคสไหนที่ดูแล้วจะเป็นประโยชน์กับลูกค้าท่านอื่นๆทาง Amarante Clinic จะมีการขออนุญาติถ่ายทำรีวิวของทางคลีนิกเองเป็นปกติ คืออุปกรณ์ครบมากๆ มีไฟ มีช่างกล้อง มีทุกอย่างพร้อม เรียกได้ว่าผลงานของคลีนิกนี้ของจริงทั้งหมดไม่ได้แต่งรูปหรือสร้างสถานการณ์ใดๆ ทุกเคสคือเกิดขึ้นจริงเรียลๆ หลังจากฟิลเลอร์ไปแล้วเราพบว่าการแต่งหน้าดูเนียนขึ้น หน้าเด็กลงจริงๆ 

หวังว่าประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ที่มาเล่าให้ฟังครั้งนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ใครมีอะไรเพิ่มเติมแวะมาคอมเม้นพูดคุยกันได้เลย แล้วไว้พบกันใหม่ในรีวิวหน้า วันนี้บ๊ายบายค่า

Disclaimer: I did not pay or get paid to create this content.
All experiences and review is 100% from me.
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของช่องทางการค้าธุรกิจออนไลน์ได้สร้างโอกาสและหนทางต่อธุรกิจค้าปลีกที่แสวงหาหนทางที่จะนำสินค้าไปจำหน่ายหลากหลายแห่ง นอกจากโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลไปถึงการเข้าถึงลูกค้าในหมู่กว้างและกำไรที่มากขึ้นอีกด้วย แล้วอะไรที่ทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักในหมู่กว้าง รวมถึงประสบความสำเร็จในการค้าออนไลน์ วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าถึงปัจจัยหลักที่เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสำเร็จอย่างสูงสุดสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ทำการค้าผ่านทางออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

4 ปัจจัยหลักที่ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ

1. ระบบการขนส่งและการจัดส่งสินค้า

เมื่อคุณทำการค้าขายบนแพลตฟอร์มที่มีความนิยมสูงอย่างเช่นอเมซอนหรือแม้แต่เว็บไซต์หน้าร้านของคุณเอง ระบบการขนส่งและการจัดส่งสินค้าผ่านมืออาชีพถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะตอบสนองต่อการบริการกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยที่กล่าวมานั้นหากมีการทำธุรกิจระหว่างประเทศด้วยนั้น ปัจจัยนี้ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ความท้าทายในการทำธุรกิจมีสารพัดมากมายเริ่มตั้งแต่การจัดส่งสินค้าภายในกรอบระยะเวลาที่รวดเร็วและต้องเป็นทางเลือกที่ไม่แพงราคาสมเหตุสมผล เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่เกิดภาวะสินค้าขาดตลาดได้ ระบบการขนส่งนั้นควรครอบคลุมตั้งแต่การจัดเตรียมและการบรรจุภัณฑ์ของสินค้า การผลิตฉลากบาร์โค้ด ระบบโกดังสินค้า ระบบบริหารคลังสินค้าและระบบตัวแทนจัดส่งสินค้า ทางเราแนะนำธุรกิจออนไลน์ค้าปลีกให้ใช้ระบบเอ้าซอร์สท้องถิ่นมืออาชีพในบริการที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อจะได้ตักตวงผลประโยชน์จากการบริการมืออาชีพ อีกทั้งเราอยากให้คุณพิจารณาใช้ระบบขนส่งสินค้าผ่าน FBA โดยการขนส่งผลิตภัณฑ์ของคุณไปยังคลังสินค้า Amazon เพื่อที่คุณจะได้บริหารจัดการเวลาให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ดังเช่นการพัฒนาให้ความสำคัญในด้านขยายฐานธุรกิจ เมี่อคุณพิจารณาใช้บริการที่เปรียบดังพันธมิตรทางธุรกิจ และสามารถบริหารจัดการราคาค่าบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะทำให้อัตราส่วนกำไรของคุณนั้นสูงขึ้นอีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดต้นทุนของสินค้าเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้าได้อีกด้วย

2. เว็บไซต์หน้าร้านที่เป็นมิตรต่อการแสดงผลบนมือถือ

ในปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้นส่วนมากแล้วมักที่จะเลือกทำการซื้อสินค้าบนมือถือหรือแท็บเลต ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ควรจะปรับแต่งเว็บหน้าร้านบนแพลตฟอร์มของคุณให้ใช้ได้บนมือถือ ไม่ว่าหน้าร้านของคุณจะอยู่บนเว็บไซต์ส่วนตัวหรือตามตลาดออนไลน์ต่างๆ ลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าผ่านมือถือควรที่จะได้รับประสบการณ์จับจ่ายที่ดีเช่นเดียวกับลูกค้าจากช่องทางอื่นๆ ที่สนับสนุนธุรกิจของคุณ คุณควรที่จะมั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นสามารถโต้ตอบและตอบสนองได้ดีอย่างไม่มีที่ติกับลูกค้าที่ใช้ระบบปฏิบัติการมือถือทุกประเภท เคล็ดลับที่อยากบอกคือการให้ความสำคัญในการออกแบบหรือจัดการกับหน้าต่างที่จะมีการสั่งซื้อจากลูกค้านั้นให้ใช้งานได้สะดวก ง่ายดาย และไม่ยุ่งยาก จะให้ประสบการณ์ที่ดีและต่อเนื่องกับลูกค้า เพื่อป้องกันการที่ลูกค้าจะปิดเว็บไซต์ของร้านค้าของคุณจากปัญหาที่กล่าวมา หากหน้าร้านออนไลน์ของคุณอยู่บนตลาดออนไลน์ต่างๆ ควรจะเช็คให้แน่ใจว่า บทความ เนื้อหา และข้อมูลของคุณ จะถูกนำเสนออย่างถูกอัตราส่วนและเหมาะสมต่อหน้าจอมือถือ ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันหากดูเนื้อหาผ่านคอมพิวเตอร์ หากการปรับแต่งหน้าจอแสดงผลออกมาได้ไม่เหมาะสมนั้น อาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์จับจ่ายของลูกค้าที่ไม่มีความต่อเนื่องทางด้านอารมณ์ร่วม ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะปิดหน้าเพจของคุณและไปเลือกซื้อสินค้าที่เว็บไซต์อื่นแทน แถมยังมีโอกาสที่เป็นไปได้สูงด้วยว่าลูกค้าเหล่านี้จะไม่กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณอีก การที่มีหน้าร้านเว็บไซต์ที่เป็นมิตรต่อการแสดงผลบนมือถือนั้นสามารถช่วยที่จะรักษาลูกค้าเก่าให้กลายเป็นลูกค้าประจำ แถมยังช่วยเพิ่มรายได้ต่อธุรกิจของคุณอีกด้วย


3.ภาพถ่าย

ความรู้สึกที่ดีต่อสินค้าในวงการธุรกิจออนไลน์นั้นเริ่มมาจากการวางขายสินค้าบนหน้าเว็บ ซึ่งส่วนมากลูกค้านั้นจะมีความหลงใหลและดึงดูดต่อรูปภาพของสินค้านั้นก็เพราะว่าร้านค้าออนไลน์ไม่สามารถให้ประสบการณ์จับจ่าย สัมผัสสินค้า หรือ ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าได้ ดังนั้นรูปภาพสินค้านั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมากในการดึงดูดให้ลูกค้ามาเข้าชม พิจารณาและตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ทำให้คุณได้เปรียบกว่าคู่แข่งทางการค้าของคุณบนตลาดที่มีการแข่ง ภาพถ่ายและรูปภาพข้อมูลทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องมือการสื่อสารระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเกี่ยวกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ซื้อต้องการทราบในการพิจารณาตัดสินใจซื้อสินค้า ดังนั้นการใช้รูปถ่ายที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงจึงถือเป็นตัวช่วยเสริมให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสินค้าของคุณ ในเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจออนไลน์ คุณควรให้ความสำคัญอย่างมากกับภาพถ่ายสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีภาพหลากหลายมุมดังเช่นภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ หรือรูปภาพข้อมูล เพื่อที่สินค้าของคุณจะได้มีความแตกต่างและน่าสนใจกว่าสินค้าอื่นๆบนท้องตลาด ด้วยปัจจัยด้านนี้จะช่วยเสริมอัตราการเข้าเยี่ยมชมต่อเว็บไซต์หน้าร้านของคุณให้สูงขึ้นและแปรเปลี่ยนมาเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

4.การตลาดออนไลน์

ในช่วงระหว่างดำเนินธุรกิจสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีหน้าร้านของตัวเองหรือร้านบนแพลตฟอร์มต่างๆ นั้นมีโอกาสและจังหวะมากมายที่สามารถนำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์มาประยุกต์ใช้เพื่อดึงดูดและเพิ่มความน่าสนใจกับลูกค้า การทำการตลาดออนไลน์สามารถช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเข้าถึงลูกค้าหมู่กว้างได้ ทำให้แบรนด์ร้านค้าของคุณเป็นที่จดจำ และช่วยเพิ่มรายรับของคุณให้มากขึ้น โดยประสิทธิภาพนี้ขึ้นอยู่กับต้นทุนทางด้านการตลาดที่คุณจัดสรรไว้ ในแต่แพลตฟอร์มนั้นจะมีบริการทางด้านการตลาดออนไลน์อยู่ ดังเช่น ในอเมซอนนั้นมีบริการ Sponsored Ads ที่ใช้ระบบการตลาดจ่ายเงินเมื่อคลิกหรือ Pay per click (PPC) นอกจากอเมซอนแล้วระบบนี้ได้เริ่มนำมาใช้ในตลาดออนไลน์หลายๆที่ เพื่อเป็นการดึงผู้คนบนอินเตอร์เนตให้เข้าถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างง่ายดาย ส่วนทางด้านเว็บไซต์ของคุณ การใช้ Search Engine Optimization (SEO) หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับการค้นหา คือการที่ใช้กลุ่มคำที่เราสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าค้นพบร้านค้าโดยเร็วผ่านเว็บไซต์ค้นหาชั้นนำอย่างเช่น Google กลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้ในด้านนี้ได้แก่ ค้นหาด้วยกลุ่มคำ เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาแบบทางตรงหรือ Onsite SEO การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาแบบทางอ้อมหรือ Offsite SEO ลิงค์เว็บไซต์มาสู่หน้าเว็บของเราหรือ Link Building โฆษณาที่จ่ายเมื่อคลิก และ คอนเท้นท์มาร์เกตติ้ง จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นการตลาดออนไลน์ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ซึ่งถ้าคุณใช้กลยุทธ์วิธีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยเรียกลูกค้ามาสู่หน้าร้านออนไลน์ เพิ่มมูลค่าแบรนด์และรายได้อีกด้วย

การเปิดตัวธุรกิจการค้าออนไลน์หรือขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดออนไลน์นั้นถือเป็นขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น แต่ขั้นตอนนี้ยังต้องการความเข้าใจอย่างละเอียดถึงปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตและก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
4 ขั้นตอนที่กล่าวมานอกจากจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จแล้วนั้นยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจต่อลูกค้าในแบรนด์ของคุณ ที่จะช่วยผลักดันแปรเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งในที่สุดจะช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณอย่างมหาศาล ดังนั้นการที่จะสานสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจของคุณและบริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาด e-commerce ซึ่งรวมไปถึงด้านการบริหารการจัดการจึงจำเป็นอย่างมากเพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจของคุณให้เหนื่อกว่าคู่แข่งในตลาดออนไลน์ได้ในที่สุด


การเลือกแว่นตาสำหรับเด็กไม่ได้จำเป็นจะต้องพาไปวัดสายตาอย่างเดียว เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆในปัจจุบันตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป หรือบางบ้านก็เริ่มตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้น โตมากับเทคโนโลยี มีจออิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบไม่ว่าจะทีวี โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตต่างๆ บางบ้านไม่สามารถควบคุมเวลาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับลูกได้ อย่างบ้านเราลูกจะเชื่อฟังพ่อแม่ แต่แอบไปขอย่าขอทวดเล่น แว่นตาสำหรับเด็กจาก Bewell เลยเข้ามามีบทบาทในชีวิต นอกจากแว่นตากันแดดแล้ว ยังมีแว่น Blue Block สำหรับเด็กด้วย



ข้อมูลสถานที่จัดจำหน่าย: Se-ed book center และ Loft ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
ช่องทางติดต่อแบรนด์: (Facebook/Instagram @bewellstyle)
Line@ : @bewell
Website : www.bewellstyle.com
แว่นตาสำหรับเด็กทุกรุ่นราคา: 590 บาท

โปรโมชั่นราคาพิเศษลด 10% สำหรับผู้อ่านทุกท่าน ใช้โค้ด
BWXKAOSUAYLUNLA10
เฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น ลดสินค้าได้ทุกแบบทุกรุ่นไปเลยจ้า 

ตอนนี้ที่บ้านเราสร้างกติกาเพิ่มว่าถ้าเล่นจอมือถือ หรือไอแพดเมื่อไหร่ ลูกจะต้องใส่แว่นทุกครั้งด้วย เนื่องจากแสงสีฟ้าที่มาจากอุปกรณ์จออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ มีผลเสียกับสายตา ทำให้สายตาสั้นเร็วขึ้น 20% แถมมีความเสี่ยงทำให้จอประสาทตาเสื่อมหรือบอดได้เลยถ้าไม่มีการควบคุมการใช้งาน แว่นที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอก็เป็นการช่วยเซฟสายตาของลูกทางนึง ซึ่งในอนาคตหากเข้าโรงเรียนประถมแล้วมีปัญหาสายตาจริงๆ มองกระดานไม่เห็น ตอนนั้นเราถึงจะพิจารณาพาไปตัดแว่นสายตาจริงจังค่ะ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์แว่น Blue Block สำหรับเด็ก


แว่นตา bewell ตัดแสงสีฟ้าในช่วงความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตร ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา ปกป้องดวงตาจากรังสี UV ได้ 100% เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี


  • ตัดแสงสีฟ้าได้สูงสุดถึง 60% สบายตาเมื่อใช้งานหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
  • เลนส์และกรอบมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับแรงกระแทกได้ ด้วยวัสดุ TPE ปลอดสารพิษ (Non-Toxic) ปลอดภัยต่อเด็ก
  • กรอบแว่นมีนวัตกรรมพิเศษ กันเหงื่อได้ ใส่ได้ทั้งวัน ช่วยลดอาการระคายเคือง
ภายในกล่องบรรจุแว่น, กล่องเก็บแว่น และผ้าเช็ดเลนส์อย่างละ 1 ชิ้น สีที่ได้มาลองใช้งานเป็นสีฟ้าที่มีขาแว่นเหลืองสดใส สีสันถูกใจเด็กอยู่พอสมควร ใช้งานง่าย ทนไม้ทนมือ พกไปไหนก็สะดวก ไม่ต้องกังวลเวลาทำตก ไม่พังง่ายๆ ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่ายมากๆ 



data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
จริงๆแล้วไม่แนะนำให้เด็กๆใช้เวลากับหน้าจอจนเกินไป วันนึง 30 นาทีก็เพียงพอแล้ว แต่จากประสบการณ์ตรงพบว่าทำได้ยากมากๆ ยิ่งในบ้านที่พ่อแม่ต้องทำงานกับหน้าจอ อยู่หน้าคอม หรือมือถือตลอดเวลา ไหนจะญาติผู้ใหญ่ที่คอยตามใจ ให้เล่นกันคนละนิดคนละหน่อยจนกลายเป็นเกินโควต้ามาตลอด แว่นตาสำหรับเด็กที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าถือเป็นอีกหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดบ้านกันเลยทีเดียว จะได้ช่วยถนอมสายตาของลูกให้ใช้งานได้ดีไปนานๆ ขนาดผู้ใหญ่เราทำงานหน้าคอมตลอดเวลายังต้องมีตัวช่วย เด็กๆเค้าก็ต้องมีเหมือนกัน 


อาจจะต้องกำหนดเวลาชัดเจน และให้รางวัลเมื่อทำได้ แรกๆอาจจะต้องต่อสู้กันนิดนึงเพราะเด็กยังติดเล่นสนุกอยู่ ยังควบคุมตัวเองไม่ได้ พ่อแม่ทั้งหลายต้องอดทนนะคะ สู้ๆ

แว่นกันแดดก็เป็นแว่นตาสำหรับเด็กอีกชิ้นนึงที่ขาดไม่ได้เลยในทุกฤดู เพราะสภาพอากาศบ้านเราคือแดดร้อนไม่ใช่เล่น และเจ้าแสง UV นี่แหละที่ทำร้ายสายตาได้เหมือนกัน บางคนมีคำถามว่าแสงแดดนี่เป็นอันตรายต่อดวงตายังไงบ้าง ตั้งแต่ผิวบริเวณเปลือกตา จะไวกับแสงแดด พวก จุดด่างดำ ริ้วรอยรอบดวงตา มาแน่นอนถ้าไม่มีการป้องกัน ไปจนถึง ต้อลม (มีการเสื่อมของเยื่อบุตาบริเวณที่ชิดกับขอบตาดำ ) ซึ่งเกิดจากลม ฝุ่น รังสียูวี ที่สร้างความระคายเคืองให้กับดวงตา หากต้อลมลุกลามเข้าไปในตาดำ จะเกิด ต้อเนื้อ ที่อาจรบกวนการมองเห็นได้ด้วย หรือหากมีการอักเสบ จะทำให้มีอาการปวดและระคายเคืองได้ จนไปถึงการเกิดต้อกระจกและการเสื่อมถอยของจอตา ซึ่งจากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่าประมาณ 20 เปอร์เซนต์ของต้อกระจกอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ ด้วยการใส่แว่นกันแดดและหลีกเลี่ยงการจ้องแหล่งที่มาของแสงตรงๆ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์แว่นกันแดดสำหรับเด็ก


แว่นกันแดดสำหรับเด็ก bewell ช่วยลดปริมาณแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ป้องกันรังสี UV ได้ 100% เมื่อลดปริมาณแสงที่กระทบดวงตาก็จะช่วยให้เกิดความสบายตา กล้ามเนื้อบริเวณดวงตาไม่อ่อนล้าเมื่อเจอแสงแดด กรอบแว่นมีความยืดหยุ่นสูง เลนส์ PC ไม่แตก รองรับแรงกระแทกได้ ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ


ในกล่องจะมีแว่นกันแดด 1 ชิ้น (ไม่มีกล่องเก็บให้) รูปร่างโค้งมน ใช้งานง่าย ไม่แตกหักง่ายๆ แบ่งกันใช้กับน้องสาว (1ขวบ) ก็พอได้อยู่ แต่น้องจะก้มหน้าไม่ได้ พอก้มแล้วแว่นไหล...


...รอโตก่อนนะลูก ได้ผลัดกันใช้แน่นอน


เวลานั่งรถคนพี่อายุ 5 ขวบเค้าจะต้องนั่งเบาะหน้า ส่วนน้องนั่งเบาะหลัง (ทั้งคู่นั่งคาร์ซีทของตัวเอง) ด้านหน้าก็จะต้องเจอแสงแดดจังๆอยู่เสมอเวลาเดินทางตอนกลางวัน เลยเก็บแว่นไว้ที่เก๊ะหน้ารถให้เค้าหยิบมาใส่เวลาเดินทาง ตอนกลับบ้านมืดแล้วก็ถอดเก็บไว้หน้ารถเหมือนเดิมค่ะ อยู่บ้านไม่ได้ใส่เท่าไหร่ ถ้าข้างนอกแดดแรงๆเราไม่ค่อยพาลูกออกไปเดินอยู่แล้ว เว้นแต่มีนัดพาไปหาหมอหรืออะไรแบบนี้ ก็จะให้ใส่จากรถลงมาด้วยเลย


ขนาดแว่นใส่ได้พอดีเป๊ะ น้องเอามาง้างเล่นก็ยังโอเค ไม่หัก ไม่หลวม เผลอนั่งทับก็ยังไม่แตก (แต่ไม่แนะนำให้ใช้งานแบบนี้นะคะ ถนอมได้ถนอมนิดนึงก็ยังดี) 


สรุปโดยรวมดูใส่ได้สบายค่ะ ลูกไม่มีอาการหงุดงิดหรือรู้สึกถูกบังคับใส่แต่อย่างใด ด้วยวัสดุที่ใส่แล้วสบาย ไม่บีบรัด แถมสีสันสดใสชวนให้หยิบใส่ เด็กๆเลยค่อนข้างแฮปปี้กับการใส่แว่น แต่แน่นอนล่ะด้วยวัยนี้ยังไม่ค่อยถนอมของเท่าไหร่ เราก็ต้องค่อยๆสอนค่ะ อย่าจับที่เลนส์เพราะจะเป็นรอยนิ้ว มองไม่ชัด ชวนเค้าเช็ดทำความสะอาดแว่นตัวเอง หัดเก็บให้เป็นที่ เดี๋ยวนี้คือรู้หน้าที่แล้ว พอนั่งรถปุ๊บขอแว่นกันแดด เวลาจะเล่นจอโทรศัพท์ก็หยิบแว่นตัดแสงสีฟ้ามาใส่ ถือว่าผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่ของมันได้ดีเลยทีเดียว

บล็อกนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ แต่คุณแม่ให้ลูกทดลองใช้จริงและรีวิวตามจริงไม่ได้ทำการโฆษณาเกินจริงแต่อย่างใด ใครลองใช้แล้วเป็นยังไงบ้างแวะมาคอมเม้นเล่าสู่กันฟังได้นะคะ หวังว่ารีวิวชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ให้ผู้อ่านบ้างไม่มาก็น้อย แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า บ๊ายบายค่า ^^

Disclaimer: This is a sponsored post but all opinion and experience came from real personal experiences, this brand does not put advertorial message or made any adjustment to my content. 
สกินแคร์น้องใหม่ ฮันนา - HAN:AH เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ First Care Serum ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังทำความสะอาดผิวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆมีประสิทธิภาพในการบำรุงซึมลึกลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ภาพลักษณ์แบรนด์ดูดีมีความน่าเชื่อถือ ลองแล้วรู้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตั้งใจทำจริงๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อส่งต่อผลลัพธ์ดีๆให้กับผู้บริโภค



พูดถึงสกินแคร์พรีเมียมเกาหลีเค้าเตอร์แบรนด์ต่างๆ สิ่งนึงที่เห็นตรงกันคือ ราคาจะค่อนข้างสูง คือหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น แถมการจะใช้ครบทั้งไลน์การบำรุงแต่ละทีอาจจะต้องหมดหลายหมื่น (บางคนหมดเป็นแสน ...แสนสาหัส) แน่นอนว่าผิวหน้าที่ดีมันคือการลงทุนที่หลายๆคนยอมจ่าย แต่ก็มีอีกหลายคนที่จ่ายหมดไม่ไหว ต้อง "เลือก" เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด หลังจากได้ทดลองสกินแคร์ตัวนี้มาสักระยะ วันนี้เราเลยอยากจะมารีวิวสกินแคร์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนอีกตัวนึงให้อ่าน ไว้เก็บเป็นข้อมูลไปพิจารณากันดูนะคะ

รีวิวฮันนา HAN:AH First Care Serum 




ปริมาณสุทธิ 80ml
ผลิตที่เกาหลี Made in Korea (ผลิตโดย NowCos ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับ History of Whoo และแบรนด์ดังอีกมากมาย)
ราคาปกติ 2190 บาท พิเศษช่วงโปรโมชั่นเปิดตัวเหลือเพียงราคาขวดละ 1290 บาท
ผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือตั้งครรภ์อยู่ก็ใช้ได้ ไม่มีพาราเบน สเตียรอยด์ สารอันตรายต้องห้ามต่างๆ

แพคเกจเป็นขวดหัวปั๊ม ไม่ใช่ขวดพลาสติก มีน้ำหนัก และไม่ควรทำตก หรือเอาไปฟาดหัวใคร คือเรายังไม่ได้ลองทำตกเอง แต่อย่าลองเลย เดี๋ยวแตก ลักษณะก้นขวดเป็นวงรีที่ทางแบรนด์สั่งผลิตพิเศษเพื่อให้สามารถเก็บเนื้อเซรั่มได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด


ฮันนา สกินแคร์เป็นเฟิร์สเซรั่มไทยร่วมทุนกับชาวเกาหลีผู้คิดสูตรให้แบรนด์ดังมากมาย มาร่วมกันคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมาให้ชาวไทยได้ใช้กันในราคาคุ้มค่ากับปริมาณที่เยอะจุใจ ปกติเซรั่มและครีมตามท้องตลาดปริมาณจะอยู่ที่ 30-50ml แต่เซรั่มขวดนี้มีปริมาณมากถึง 80ml ใช้งานเพียงครั้งละ 1-2 ปั๊ม เท่ากับว่าขวดนึงใช้งานได้ยาวๆ เกิน 1-2 เดือนแน่นอน ได้รับเลขที่ใบจดแจ้งเพื่อจัดจำหน่ายในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 


ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ กว่า 70% ของขวด ประกอบไปด้วยน้ำสมุนไพรเข้มข้น แมคมุนดง (Ophiopogon Japonica Root Extract) ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเสียสมดุล ผิวไม่แข็งแรง สูญเสียปราการตามธรรมชาติของผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว กระตุ้นให้กลับมาฟื้นฟูซ่อมแซมตนเองอีกครั้ง ให้ผลลัพธ์ผิวอ่อนเยาว์กว่าวัยในระยะยาว เซรั่มเฟิร์สแคร์จากแบรนด์ฮันนาใช้ส่วนผสมจากโสมถึง3ชนิด ผ่านกรรมวิธีการหมักบ่มพิถีพิถันถึง 24 เดือน ตามตำราแพทย์แผนตะวันออก "ดงอึยโบกัม" อันโด่งดังตั้งแต่สมัยคุณหมอฮอจุนในแดจังกึม ด้วยส่วนผสมสมุนไพร "ชองจีจองวอลดัน" สมุนไพรล้ำค่าของเกาหลี 12 ชนิด

วิธีใช้งานฮันนา สกินแคร์ First Care Serum:


ลงฮันนาเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงหลังทำความสะอาดผิวหน้า
คือก่อนลงอิมัลชั่น ครีมเซรั่มต่างๆ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆทำงานลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น หรือใช้ทาจุดที่เกิดการแพ้อักเสบ ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายก็ช่วยบรรเทาอาการได้เช่นเดียวกัน


เนื้อสกินแคร์:

Texture ของสกินแคร์ฮันนาเฟิร์สเซรั่มไม่เหนียวเลย มีความเหลวคล้ายน้ำแต่เข้มข้นกว่า และมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ไม่ฉุน ซึมไว ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเอาไว้บนผิวแต่ยังคงให้ความชุ่มชื้น

( HAN:AH First Care Serum Texture)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้สกินแคร์:

ทางแบรนด์ให้ข้อมูลว่า สามารถช่วยฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย บรรเทาอาการผดผื่น สิวผด สิวอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรงกระจ่างใสขึ้น สีผิวไม่ดรอปหลังทาสกินแคร์สามารถแต่งหน้าต่อได้ไม่เป็นคราบ ไม่ทำให้หน้าหมองคล้ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ บอบบางอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง


หลังทดลองใช้เองไปประมาณ 2 สัปดาห์ เทียบกับสภาพผิวเมื่อเดือนก่อน เห็นชัดว่าจุดรอยด่างดำจางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ริ้วรอยช้ำใต้ตาดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ความมันลดลง สภาพผิวเราคือเป็นภูมิแพ้ผิวหนังรอบดวงตา ริมฝีปาก และคอ จะระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ สกินแคร์ตัวนี้ไม่ได้ทำให้ผิวเราแพ้ แต่การแพ้สกินแคร์เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพื่อนๆควรทดสอบการแพ้ด้วยตัวเองโดยป้ายที่หลังใบหูหรือท่อนแขนดูอาการให้ครบ 24 ชม ก่อนทดลองใช้งานลงบนผิวหน้านะคะ




โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

แน่นอนว่าเราไม่ได้ใช้สกินแคร์ตัวนี้ตัวเดียว การดูแลผิวของเราช่วงนี้ใช้สกินแคร์เกาหลีล้วนๆตามที่เคยโพสอัพเดทไปในไอจี เนื่องจากช่วงนี้เข้าหน้าร้อน การทาครีมหนักๆมันทำให้รู้สึกเหนียวหน้า เราเลยเลือกใช้สกินแคร์เนื้อน้ำเป็นหลัก ส่วนครีมใช้เป็นเซรั่มเนื้อเข้มข้นทดทนก็เพียงพอแล้วสำหรับสภาพผิวของเรา 

ขณะนี้สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ตามร้านออนไลน์ดังๆ หรือเพจหลัก HnnahOfficial หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมโดยการเสิช HAN:AH First Care Serum ได้เลยจ้า

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลรีวิวผลิตภัณฑอยู่บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบายค่า