Kaosuaylunla Diary: Skincare Review
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Skincare Review แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Skincare Review แสดงบทความทั้งหมด
ใครที่มีปัญหาแพ้ยุง น้ำเหลืองไม่ดี เข้าหน้าฝนทีจะต้องรีบวิ่งหาสารพัดสินค้ากันยุงมาตุนไว้ แต่บ้านไหนที่มีเด็กเล็กจะต้องใส่ใจกับของที่เลือกใช้มากเป็นพิเศษ เพราะผิวของเด็กๆบอบบาง จะจุดควันไล่ยุง หรือใช้เคมีแรงๆไม่ได้เลยเพราะจะเป็นอันตรายกับเด็กๆ

วันนี้จะมาแนะนำแบรนด์ Monkey Pony ที่เป็นแบรนด์ไทย ส่งผลิตภัณฑ์กันยุงออแกนิกมาให้เด็กเล็กใช้ได้สบายๆเพราะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเน้นๆ หยิบมารีวิวให้อ่าน 2 ชิ้นด้วยกัน เป็นยากันยุงแบบออยล์ กับ แบบสเปรย์ ปราศจาคสารเคมี 100% ทำจากส่วนประกอบคุณภาพระดับ Food Grade ทั้งหมด สามารถทาบริเวณหน้าได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงบริเวณดวตา  มั่นใจได้เลยแม้เด็กๆจะเผลอทาแล้วมีเข้าปากก็ไม่อันตราย ปราศจากสารอันตรายอย่าง Alcohol , Paraben, DEET, Fragrance, ไม่มีการทดสอบในสัตว์ ทำจากส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคสามารถใช้กับผิวได้ตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไป 


รีวิวยากันยุงเด็กธรรมชาติ Monkey Pony



1.สเปรย์กันยุงออแกนิกมังกี้โพนี่ MonkeyPony Mosquito Repellent Normal Saline Spray
มีวางจำหน่าย 2 ขนาด คือ 60 ml ราคา 179 บาท และ 150 ml ราคา 389 บาท



มีให้เลือก 5 สูตร คือ 1. ORIGINAL หอมละมุน ขวดสีฟ้า 2. GERANIUM หอมหวาน ขวดสีชมพู 3. LAVENDER หอมผ่อนคลาย ขวดสีม่วง 4. ORANGE หอมสดใส ขวดสีส้ม 5. LEMON หอมสดชื่น ขวดสีเหลือง ซึ่งเป็นสูตรที่เลือกซื้อมารีวิววันนี้ค่ะ


ส่วนผสมในสเปรย์กันยุงสูตร LEMON ขวดสีเหลือง:
  • น้ำเกลือ Normal Saline
  • น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil)
  • เลมอน(Lemon)
  • มะกรูด(Bergamot)
  • ยูคาลิปตัส(eucalyptus)
  • ตะไคร้(Citronella)

วิธีใช้

ฉีดพ่นบนเสื้อผ้าหรือผิวหนังโดยระวังไม่ให้เข้าตาหรือปาก



เลือกมาเป็นขวด 60 ml ขนาดกำลังดีพกพาง่าย ชอบตรงที่ละอองฟุ้งแบบฉีดไม่กี่ทีก็ทั่วถึง สามารถฉีดลงเสื้อผ้าหรือร่างกายตรงๆก็ได้ ด้วยความที่เบสเป็นน้ำเกลือ Normal Saline มันเลยไม่เหนียว แถมยังมีน้ำมันมะพร้าวด้วยเลยได้ฟีลทั้งกันยุงกับบำรุงไปด้วยในตัว ประมาณว่ายิ่งฉีดยิ่งผิวดี กลิ่นหอมสดชื่นแบบน้ำมะนาวเลม่อนไม่ได้ฉุนจมูกเป็นกลิ่นซอฟท์ๆดีมากกก เอาไปให้ลูกชายคนโตวัย 7 ขวบลอง เค้าชอบแบบสเปรย์มากฉีดเองได้แล้วแต่ต้องคอยกำกับไม่ให้ฉีดเข้าหน้าตัวเอง 


(น้องสาวคือเห็นพี่ทำอะไรก็จะทำตามด้วยไปหมดเลยค่ะ)

2. ยากันยุงเด็ก MonkeyPony แบบ ออยล์ 3in1: Mosquito Repellent for Kids

วางจำหน่าย ขนาด 30 ml ราคา 179 บาท 


มีให้เลือก 5 สูตร คือ 1. ORIGINAL หอมละมุน ขวดสีฟ้า 2. GERANIUM หอมหวาน ขวดสีชมพู 3. LAVENDER หอมผ่อนคลาย ขวดสีม่วง 4. LEMON หอมสดชื่น ขวดสีเหลือง 5. ORANGE หอมสดใส ขวดสีส้ม เป็นสูตรที่เลือกซื้อมารีวิววันนี้ค่ะ

ส่วนผสมในยากันยุงแบบออยล์สูตร Orange :
  • น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil)
  • ส้ม(Orange)
  • ยูคาลิปตัส(eucalyptus)
  • ตะไคร้(Citronella)


วิธีใช้

หยดบนเสื้อผ้าเพื่อให้ได้กลิ่นติดทนยาวนานได้ถึง 6 ชั่วโมงหรือลูบบนผิวหนังโดยระวังไม่ให้เข้าตาหรือปาก สามารถช่วยบรรเทาอาการคัน ลดอาการอักเสบจากยุงกัดโดยไม่ทิ้งรอยดำได้ด้วย รวม 3 คุณสมบัติทั้งกันยุง บำรุง และบรรเทาอาการคันไว้ในขวดเดียว



ขวดบรรจุเป็นแบบแบนๆ หัวหยด พกพาง่าย ขนาดเล็กกว่าแบบเปรย์มาก ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตัวนี้ไม่เหนียวแต่จะมีลักษณะแบบออยล์ที่มีความมันๆนิดนึงตอนทา แต่พอซึมแล้วไม่เมือก ไม่เยิ้ม ใช้แล้วบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ด้วย กลิ่นส้มหวานๆไม่แสบจมูก เวลาใช้จะหยดลงผิวตรงๆหรือลบที่มือก่อนทาบริเวณต่างๆของร่างกายก็ได้ หรือจะหยดลงเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความติดทนของกลิ่นก็ได้เช่นกัน


ในกรณีที่มีลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือนแนะนำให้ซื้อแบบออยล์เพราะสามารถหยดใส่เสื้อผ้าหรือของใช้แทนเพื่อให้ผลลัพธ์แบบเดียวกันในการไล่ยุงค่ะ ไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะด้วยเพราะตรงจุกดีไซน์มาเป็นการเจาะรูเล็กๆ ถ้าไม่เขย่าจะไม่ไหลเลอะเทอะค่ะ


หลังจากทดลองใช้มาสักระยะรู้สึกว่าใช้ได้นานมากๆ ชอบตรงที่เป็นยากันยุงเด็กจากธรรมชาติและออร์แกนิค เข้มข้น ไม่ผสมน้ำ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกันยุง แก้คัน บำรุงผิว ขวดเดียวอยู่เลย คุ้มมากๆ มีตัวเลือกให้หลายกลิ่นด้วย ที่สำคัญ ออยล์กันยุงกับสเปรย์กันยุงจากมังกี้โพนี่ (Monkey Pony) ทุกสูตรปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่างๆ อาทิเช่น DEET Free / Alcohol Free  / Paraben Free  / Synthetic Fragrance Free มั่นใจได้ว่าใช้กับเด็กๆได้แน่นอน 

ช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์

สำหรับสถานที่จัดจำหน่ายอื่นๆ สามารถหาซื้อได้ตาม ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำ อาทิ สหภัณฑ์นมผง ,  NG Store, Brown Bunny, Baby First, Kids Corner, Kiddy Store ฯลฯ และ พบกันเร็วๆนี้ที่ Robinson แผนกสินค้าเด็ก

หากใครสนใจลองไปหามาใช้กันดูได้เลยนะคะ ใครใช้กลิ่นไหนอย่าลืมแวะมาเล่าให้ฟังบ้างน้า ชอบมากที่มีให้เลือกหลายหลาย จะได้ไม่เบื่อกัน นี่ว่าหมดแล้วจะลองเปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆดูค่ะ วันนี้คงลากันไปเท่านี้ ไว้โอกาสหน้าพบกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย



Disclaimer: รีวิวนี้ไม่ได้รับค่าจ้างใดๆในการเขียนบทความ เป็นการรับผลิตภัณฑ์มารีวิวตามข้อกำหนดของ th.revu.net ค่ะ
วันนี้พาทุกคนมารู้จักแบรนด์สกินแคร์ออแกนิกสำหรับเด็ก Kinder Puppets ที่ Made in Korea แต่ตอนนี้นำเข้ามาจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อย การันตีคุณภาพด้วยรางวัล 3 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2017-2019 ในหมวดสกินแคร์สำหรับเด็ก เอาจริงๆแค่เห็นแพคเกจจิ้งก็ว้าวมากๆแล้วเพราะมันน่ารักมากกก มีความคิ้วท์สไตล์เกาหลีสุดๆ ที่สำคัญคือกลิ่นธรรมชาติไม่ผสมน้ำหอม แถมยังใช้ส่วนผสมออแกนิกจากธรรมชาติ วันนี้ได้ให้ลูกสาววัย 2 ขวบได้ลอง 2 ผลิตภัณฑ์คือตัว Best Seller ที่เป็นครีม กับ Soothing Gel ที่ช่วยลดอาการคันจากผดผื่น ผลลัพธ์จะป็นยังไงตามมาอ่านกันได้เลยค่า


แบรนด์ Kinder Puppets

ผลิตภัณฑ์ที่มารีวิวในวันนี้ :
BABY CREAM (180ml) 850 บาท
BABY SOOTHING GEL (250ml) 690 บาท


ช่องทางติดตามข่าวสาร และจัดจำหน่าย
FB : https://www.facebook.com/Kinderpuppetsthailand/
Website : https://kinderpuppetsthailand.com/
Line@ : @kinderpuppets



โปรโมชั่นช่วงนี้ รับฟรี!! หน้ากากผ้า + แอลกอฮอล์ ขนาดพกพาทุกออเดอร์ ซื้อ2ขวด SALE 10% ซื้อ3ขวด SALE 15% ซื้อ4ขวดขึ้นไป SALE 20% ชนิดใดก็ได้ คละกันได้ รับส่วนลดเพิ่มเติมไปเลย #พิเศษ เมื่อซื้อครบ 4 ขวดขึ้นไป  แถมBaby Cream ขนาด 100 ml. 1 ขวด แถมส่งฟรีEMS ทุกออเดอร์ จนถึง 31 พ.ค. 63 หรือจนกว่าของแถมจะหมดเลยจ้า

ก่อนอื่นพูดถึงตัวเล็กที่บ้าน ทุกคนที่ติดตามก็จะรู้กันดีว่าบ้านเรามีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ โดยเฉพาะเด็กๆคือมีเรื่องภูมิแพ้ผิวหนังที่เห็นชัด จะแพ้ฝุ่น แพ้แมลง ยิ่งลูกสาวอายุสองขวบผิวเค้ายังไม่แข็งแรงเต็มที่ ผิวแพ้ง่าย แถมยังไม่เลิกผ้าอ้อมสำเร็จรูป มันก็จะมีกรณีที่เกิดผื่นผ้าอ้อมอยู่บ่อยครั้ง พ่อแม่อย่างเราก็ต้องหาผลิตภัณฑ์มารักษาตามอาการกันเรื่อยๆ วนเวียนเปลี่ยนยี่ห้อไป ใครว่าอันไหนดีจะไปหามาลอง ครั้งนี้ทาง Revu มีผลิตภัณฑ์ของ Kinder Puppets ซึ่งเคลมว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกจากเกาหลี เราเลยสนใจอยากให้ลูกสาวได้ลองใช้ดู แถมตอนนี้มีโปรโมชั่นยิ่งคุ้ม อยากให้ทุกคนไปหามาลองใช้ คิดว่าเด็กๆจะต้องชอบ ลูกสาวนี่พอได้ของมาก็รีบแกะลองเลย ถูกใจเด็กสุดๆ


(ไซส์หน้ากากอาจจะยังไม่ใช่ไซส์เด็กนะคะ ดูจะเป็นของผู้ใหญ่มากกว่า ยังใส่ไม่ได้ค่ะลู๊กกกก)



จุดเด่นของแบรนด์:
- ไม่มีสเตียรอยด์
- ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
- มีค่า PH ที่เหมาะกับผิวทารก
- ไม่มีน้ำหอม
- ไม่ใส่สีสังเคราะห์
- ไม่ใส่สารกันเสีย
- ไม่ใส่พาราเบน
- ผ่านการทดสอบทางการแพทย์
- ใช้ส่วนผสมออแกนิกจากธรรมชาติ

ตัวเบบี้ครีมที่เป็น Best Seller ใช้ส่วนผสมออแกนิกจากธรรมชาติถึง 99.9% เลยทีเดียว

Kinder Puppets : Baby Cream
ขนาด 180มล / ราคา 850 บาท



ให้ความชุ่มชื้นสุดๆ อุดมไปด้วยสารบำรุงล้ำลึกจากธรรมชาติ สารสกัดจาก Sage Leaf, Squalane, Mistletoe, Maccadamia oil ช่วยซ่อมแซมพร้อมเติมน้ำให้ผิว บรรเทาอาการผิวแห้ง คัน ระคายเคือง ผื่นแพ้ พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ เป็นเนื้อครีมสูตรมอซซาเรลลาเข้มข้นช่วยให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ

(หลอดมีซีลมามิดชิดเป็นอย่างดี)

ใช้งานง่าย เบบี๋บีบเองได้เลย รูไม่ได้ใหญ่มากไม่ต้องกลัวครีมกระจายเลอะเทอะ เหมาะให้เด็กๆลองช่วยตัวเองด้วยการบีบครีมทาเองได้ค่ะ

(บีบเองได้ค่ะแม่)

เนื้อครีมแบบมอซซาเรลล่าชีส จริงๆใช้นิดเดียวลูบได้ทั่วแขนขาเลย ในภาพคือบีบมาเยอะไปหน่อย จริงๆใช้นิดเดียวจะซึมได้ดี ผิวเด้งหนึบ แต่ไม่เหนียว ไม่เมือกค่ะ

ตัวนี้มีกลิ่นเฟรชๆไม่ใช่จากน้ำหอมนะ เป็นกลิ่นธรรมชาติแบบไม่ปรุงแต่ง ที่สำคัญคือนอนห้องแอร์ผิวลูกก็ยังนุ่มยันเช้า คือเอามาใช้แทนเบบี้โลชั่นก็ได้ หรือจะใช้ทาเฉพาะบริเวณที่แห้งคันก็ได้เหมือนกัน ทาได้ทั้งตัวเลย บริเวณบอบบางอย่างหน้าหรือข้อพับก็ใช้ได้หมด

Kinder Puppets : Soothing Gel
ขนาด 250มล / ราคา 690 บาท


ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรูปแบบเจลใส ช่วยบรรเทาอาการคันจากผื่น แดง แมลงกัด อาการระคายเคืองผิวต่างๆ ด้วยสารสกัดจากใบบัวบกและสารสกัดจากโสมแดงช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวใหแข็งแรง เนื้อเจลเย็นสบายไม่หนักผิว สามารถช่วยบรรเทาผิวที่ลอดแสบร้อนจากการตากแดดได้ด้วยเพราะมีคุณสมบัติช่วยลดอุณหภูมิผิวที่แสบร้อนให้เย็นลง

แพคเกจเป็นขวดแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย ปั๊มเดียวทาได้เยอะมาก ตัวนี้แทบไม่มีกลิ่นอะไรเลย เนื้อเจลซึมไวสุดๆ แต่ยังให้ความชุ่มชื้นได้อยู่ ตัวนี้ใช้แล้วรู้สึกสบายผิว ตัวแม่เองแอบยืมลูกใช้เวลาเป็นลมพิษรู้สึกเวิร์คมาก พออุณหภูมิผิวลดลงก็บรรเทาอาการคันได้ทันที

(ลูกสาวจะชอบเกาเวลาโดนมดหรือยุงกัด เอาเจลตัวนี้ทาก็พอช่วยบรรเทาให้เค้าหยุดเกาได้บ้างค่ะ)

แชร์ทิปส์ วิธีดูแล ผื่นหน้า ผื่นแก้ม หรือผื่นที่ขึ้นตามตัว

เด็กๆเวลามีผื่นขึ้นตามข้อพับ หรือตามตัว บางทีเกิดจากการอาบน้ำอุ่น แช่น้ำนานเกินไป ทำให้ผิวขาดสมดุล แนะนำให้อาบน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใช้สครับหรือใยสังเคราะห์มาขัดผิวเด็ก หลังอาบน้ำเช็ดตัวให้รีบบำรุงตอนผิวกำลังหมาดๆจะช่วยพาสารบำรุงซึมได้ลึกยิ่งขึ้น
  1. หลังทำความสะอาดแก้มแล้ว ทา Soothing gel บริเวณที่แดง หรือมีผื่น ช่วยลดการระคายเคืองได้ ทาได้ทั้งหน้าและตัว
  2. บำรุงผิวด้วย BabyCream ทาได้ทั้งหน้าและตัวเช่นกัน เนื้อครีมจะช่วยเคลือบผิว หากมีผื่นน้ำลายบริเวณแก้มครีมตัวนี้จะช่วยไม่ให้น้ำลายย้อนกลับไปทำให้ผิวระคายเคือง
ลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลตามนี้ประมาณ 1 อาทิตย์ จะสามารถสังเกตเห็นผิวที่แข็งแรงขึ้นและดีขึ้นตามลำดับ

 ผลิตภัณฑ์ทุกตัว เก็บได้2ปีนับจากวันผลิต เปิดแล้วใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน เพราะเค้าไม่มีสารกันเสียใส่มา จึงมีอายุหลังเปิดใช้น้อยกว่ายี่ห้ออื่นๆ ความดีงามตรงแพคเกจคือมีที่เว้นไว้ให้เราเขียนลงไปบนขวดได้ด้วยว่าเปิดใช้เมื่อไหร่


จะได้เช็ควันหมดอายุได้ง่ายๆด้วยตัวเองค่ะ

โดยรวมผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมาะมากสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 5 ปีที่ผิวยังไม่แข็งแรง ยิ่งใครมีเด็กๆที่เจอปัญหาผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือเป็นผดผื่นคันเปลี่ยนครีมมาแล้วหลายตัวก็ไม่หายหรือยังไม่เจอครีมที่ถูกกับผิวลูกน้อย ยังไงลองพิจารณา Kinder Puppets เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดูนะคะ ยิ่งช่วงนี้มีโปรส่งฟรีสั่งออนไลน์ได้ง่ายๆที่บ้านก็อยากให้ลองไปช้อปกันดู บ้านนี้คิดว่าหมดแล้วถ้ามีโอกาสจะซื้อใช้ซ้ำแน่นอนค่ะ นอกจากสองตัวนี้เค้ามีทั้งครีมอาบน้ำ 2 in 1 ทั้งสระและอาบในขวดเดียวกัน , โลชั่นบำรุงผิว , Organic Oil สำหรับดูแลผื่นใต้ผ้าอ้อมโดยเฉพาะอยู่ด้วย ใครลองตัวไหนเป็นยังไงอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างน้า



วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายค่า

อัพเดทสกินแคร์ใหม่ชิ้นล่าสุดแบรนด์ DER MOON


ปกติเราเป็นภูมิแพ้ แผลบนหน้าจะหายช้าทิ้งรอยดำเอาไว้ แถมพออายุมากขึ้นก็เริ่มสังเกตุสีผิวที่มีจุดด่างดำ หน้าตามีความก้ำกึ่งระหว่างแผลสิวกับกระฝ้าจางๆ ด้วยความแพนิก ไม่อยากให้มันชัดขึ้นกว่านี้ เราเลยไปหาสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องฝ้ากระมาลองใช้ แต่ก็ยังใจไม่กล้าพอจะใช้ครีมรักษาฝ้าโดยตรงเพราะอ่านๆหาข้อมูลดูบางตัวคือแรงมาก ไม่ใช่แค่ฝ้าหาย แต่หนังหน้าก็หายไปด้วยจ้า กลายเป็นหน้าลอกไปอี๊ก กลัวมากแม่ แต่พอได้ลองใช้ในรูปแบบเซรั่มแล้วชอบมากๆ วันนี้เลยขอมาเล่าผลลัพธ์ให้อ่านกันค่ะ

DER MOON ADVANCED INTENSIVE MELASMA SERUM



เค้าไม่ได้โฆษณาว่าเป็นครีมรักษาฝ้านะ แต่คือสกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาฝ้ากระทุกชนิด เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศอังกฤษที่จะยับยั้งการเกิดฝ้าใหม่ขึ้นด้วย มีขายอยู่สองขนาด ส่วนตัวมองว่าขวดใหญ่คุ้มกว่าจ้ะพี่จ๋า 30ml ราคา 1,390 บาท ขวดป้อมๆน่ารักจับถนัดมือ ปกติเราใช้ปั๊มเดียวทาได้ทั่วหน้ายันคอ มั่นใจได้ว่าใช้แล้วหน้าไม่ลอก ผิวบอบบางใช้ได้ กลิ่นหอมแนวผลไม้ฟรุ๊ตตี้ๆ ไม่เหมือนน้ำหอมสกินแคร์ เหมือนขนมหวานมากกว่า อันนี้ประทับใจเป็นการส่วนตัว

เนื้อผลิตภัณฑ์ 
สังเกตจากภาพจะเห็นว่ามีความเหลวเกือบๆจะฉ่ำแบบเนื้อน้ำในชีทมาสก์ แต่อันนี้มาในรูปแบบเซรั่มบำรุงผิวเนื้อลื่นๆ เกลี่ยง่ายมาก กดนิดเดียวทาได้ทั่วเลย แถมให้ความชุ่มชื้นทันที 

วิธีใช้
หลังทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้า-เย็น ลงเซรั่ม DER MOON เป็นขั้นตอนนึงของการบำรุงผิวปกติได้เลย เพื่อให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นสามารถใช้แต้มตรงบริเวณที่มีปัญหาฝ้ากระหรือจุดด่างดำได้เหมือกัน

ผลลัพธ์หลังทดลองใช้เซรั่มลดเลือนฝ้ากระ DER MOON Advanced Intensive Melasma Serum

(ภาพก่อน-หลัง สังเกตุได้เลยว่าผิวเรียบเนียนขึ้น รอยดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอกว่าเดิม)

บริเวณที่เป็นผื่นคันหรือเป็นสิวทาแล้วไม่แสบ ผิวไม่บางลง ไม่ทำให้ผิวลอก รู้สึกได้ว่ารอยฝ้า กระ แลดูจางลงเรื่อยๆ ผิวกระจ่างใสเรียบเนียนขึ้น อันนี้เป็นผลลัพธ์ระยะสั้นๆอาทิตย์เดียว ไว้ถ้ามีโอกาสเก็บผลยาวๆเกิน 14 วันขึ้นไปจะมาอัพเดทกันอีกทีค่ะ

สำหรับใครที่สนใจเราแปะรายละเอียดช่องทางสั่งซื้อไว้ให้ที่นี่
Line : @dermoon

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ Der Moon” เดอ มูน


เค้าเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ โดยผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการค้นคว้า และพัฒนาโดยทีมงานที่มีมีความชำนาญในการผลิตเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ล้วนคัดสรรจากแหล่งชั้นนำทั่วทุกมุมโลกแถมทุกผลิตภัณฑ์ได้รับเลขจดแจ้งเครื่องสำอาง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ใครที่เริ่มมีความกังวลเรื่องปัญหาฝ้า กระ หรือจุดด่างดำที่แก้ยากแล้วไม่อยากทำร้ายผิว ก็อยากให้ลองพิจารณาไว้เป็นอีกตัวเลือกนึงนะคะ ใครได้ลองแล้วเป็นยังไงบ้างอย่าลืมแวะมาเล่าสู่กันฟังได้น้า พบกันใหม่ในบทความหน้า บ๊ายบายค่า
สกินแคร์น้องใหม่ ฮันนา - HAN:AH เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ First Care Serum ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังทำความสะอาดผิวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆมีประสิทธิภาพในการบำรุงซึมลึกลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ภาพลักษณ์แบรนด์ดูดีมีความน่าเชื่อถือ ลองแล้วรู้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตั้งใจทำจริงๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาเพื่อส่งต่อผลลัพธ์ดีๆให้กับผู้บริโภค



พูดถึงสกินแคร์พรีเมียมเกาหลีเค้าเตอร์แบรนด์ต่างๆ สิ่งนึงที่เห็นตรงกันคือ ราคาจะค่อนข้างสูง คือหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น แถมการจะใช้ครบทั้งไลน์การบำรุงแต่ละทีอาจจะต้องหมดหลายหมื่น (บางคนหมดเป็นแสน ...แสนสาหัส) แน่นอนว่าผิวหน้าที่ดีมันคือการลงทุนที่หลายๆคนยอมจ่าย แต่ก็มีอีกหลายคนที่จ่ายหมดไม่ไหว ต้อง "เลือก" เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด หลังจากได้ทดลองสกินแคร์ตัวนี้มาสักระยะ วันนี้เราเลยอยากจะมารีวิวสกินแคร์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนอีกตัวนึงให้อ่าน ไว้เก็บเป็นข้อมูลไปพิจารณากันดูนะคะ

รีวิวฮันนา HAN:AH First Care Serum 




ปริมาณสุทธิ 80ml
ผลิตที่เกาหลี Made in Korea (ผลิตโดย NowCos ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับ History of Whoo และแบรนด์ดังอีกมากมาย)
ราคาปกติ 2190 บาท พิเศษช่วงโปรโมชั่นเปิดตัวเหลือเพียงราคาขวดละ 1290 บาท
ผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือตั้งครรภ์อยู่ก็ใช้ได้ ไม่มีพาราเบน สเตียรอยด์ สารอันตรายต้องห้ามต่างๆ

แพคเกจเป็นขวดหัวปั๊ม ไม่ใช่ขวดพลาสติก มีน้ำหนัก และไม่ควรทำตก หรือเอาไปฟาดหัวใคร คือเรายังไม่ได้ลองทำตกเอง แต่อย่าลองเลย เดี๋ยวแตก ลักษณะก้นขวดเป็นวงรีที่ทางแบรนด์สั่งผลิตพิเศษเพื่อให้สามารถเก็บเนื้อเซรั่มได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด


ฮันนา สกินแคร์เป็นเฟิร์สเซรั่มไทยร่วมทุนกับชาวเกาหลีผู้คิดสูตรให้แบรนด์ดังมากมาย มาร่วมกันคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมาให้ชาวไทยได้ใช้กันในราคาคุ้มค่ากับปริมาณที่เยอะจุใจ ปกติเซรั่มและครีมตามท้องตลาดปริมาณจะอยู่ที่ 30-50ml แต่เซรั่มขวดนี้มีปริมาณมากถึง 80ml ใช้งานเพียงครั้งละ 1-2 ปั๊ม เท่ากับว่าขวดนึงใช้งานได้ยาวๆ เกิน 1-2 เดือนแน่นอน ได้รับเลขที่ใบจดแจ้งเพื่อจัดจำหน่ายในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 


ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ กว่า 70% ของขวด ประกอบไปด้วยน้ำสมุนไพรเข้มข้น แมคมุนดง (Ophiopogon Japonica Root Extract) ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเสียสมดุล ผิวไม่แข็งแรง สูญเสียปราการตามธรรมชาติของผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว กระตุ้นให้กลับมาฟื้นฟูซ่อมแซมตนเองอีกครั้ง ให้ผลลัพธ์ผิวอ่อนเยาว์กว่าวัยในระยะยาว เซรั่มเฟิร์สแคร์จากแบรนด์ฮันนาใช้ส่วนผสมจากโสมถึง3ชนิด ผ่านกรรมวิธีการหมักบ่มพิถีพิถันถึง 24 เดือน ตามตำราแพทย์แผนตะวันออก "ดงอึยโบกัม" อันโด่งดังตั้งแต่สมัยคุณหมอฮอจุนในแดจังกึม ด้วยส่วนผสมสมุนไพร "ชองจีจองวอลดัน" สมุนไพรล้ำค่าของเกาหลี 12 ชนิด

วิธีใช้งานฮันนา สกินแคร์ First Care Serum:


ลงฮันนาเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงหลังทำความสะอาดผิวหน้า
คือก่อนลงอิมัลชั่น ครีมเซรั่มต่างๆ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆทำงานลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น หรือใช้ทาจุดที่เกิดการแพ้อักเสบ ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายก็ช่วยบรรเทาอาการได้เช่นเดียวกัน


เนื้อสกินแคร์:

Texture ของสกินแคร์ฮันนาเฟิร์สเซรั่มไม่เหนียวเลย มีความเหลวคล้ายน้ำแต่เข้มข้นกว่า และมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ไม่ฉุน ซึมไว ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเอาไว้บนผิวแต่ยังคงให้ความชุ่มชื้น

( HAN:AH First Care Serum Texture)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้สกินแคร์:

ทางแบรนด์ให้ข้อมูลว่า สามารถช่วยฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย บรรเทาอาการผดผื่น สิวผด สิวอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรงกระจ่างใสขึ้น สีผิวไม่ดรอปหลังทาสกินแคร์สามารถแต่งหน้าต่อได้ไม่เป็นคราบ ไม่ทำให้หน้าหมองคล้ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ บอบบางอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง


หลังทดลองใช้เองไปประมาณ 2 สัปดาห์ เทียบกับสภาพผิวเมื่อเดือนก่อน เห็นชัดว่าจุดรอยด่างดำจางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ริ้วรอยช้ำใต้ตาดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ความมันลดลง สภาพผิวเราคือเป็นภูมิแพ้ผิวหนังรอบดวงตา ริมฝีปาก และคอ จะระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ สกินแคร์ตัวนี้ไม่ได้ทำให้ผิวเราแพ้ แต่การแพ้สกินแคร์เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพื่อนๆควรทดสอบการแพ้ด้วยตัวเองโดยป้ายที่หลังใบหูหรือท่อนแขนดูอาการให้ครบ 24 ชม ก่อนทดลองใช้งานลงบนผิวหน้านะคะ




โพสต์ที่แชร์โดย Kaosuaylunla Diary (@kaosuaylunla) เมื่อ

แน่นอนว่าเราไม่ได้ใช้สกินแคร์ตัวนี้ตัวเดียว การดูแลผิวของเราช่วงนี้ใช้สกินแคร์เกาหลีล้วนๆตามที่เคยโพสอัพเดทไปในไอจี เนื่องจากช่วงนี้เข้าหน้าร้อน การทาครีมหนักๆมันทำให้รู้สึกเหนียวหน้า เราเลยเลือกใช้สกินแคร์เนื้อน้ำเป็นหลัก ส่วนครีมใช้เป็นเซรั่มเนื้อเข้มข้นทดทนก็เพียงพอแล้วสำหรับสภาพผิวของเรา 

ขณะนี้สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ตามร้านออนไลน์ดังๆ หรือเพจหลัก HnnahOfficial หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมโดยการเสิช HAN:AH First Care Serum ได้เลยจ้า

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลรีวิวผลิตภัณฑอยู่บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบายค่า
ล้างหน้าแล้วนอนเลยได้มั๊ย? ล้างหน้าเสร็จแล้วแต่งหน้าเลยได้รึเปล่า?
หลายคนเจอความยุ่งยากกับการมีสกินแคร์หลายขั้นตอนกว่าจะได้นอนหรือกว่าจะได้ออกจากบ้านก็โบกหลายชั้น ใช้เวลานานจนบางทีก็ท้อใจ วันนี้ได้ลองผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ Claire เป็นสกินแคร์ที่มีครบทั้งไลน์ปกติแหละ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า บำรุงผิว กันแดด ฯลฯ แต่วันนี้ที่ได้มาลองเป็นผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้า ซึ่งพอซื้อมาแล้วเนี่ย เค้าจะแถมสำลีบำรุงผิวหน้ามาให้ด้วย คือมีคอนเซปท์เก๋ๆ แค่ล้างแล้วเช็ด ใน 7 วันรอเห็นผลลัพธ์ผิวสวยไกลสิวกันได้เลย นี่ยังลองไม่ครบ 7 วันแต่ตื่นเต้นอยากมาเล่าให้ฟังกันก่อน อะถือว่าบล็อกนี้เป็น First Impression แนะนำของดีให้อ่านกัน ผลลัพธ์ไว้มาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมกันหลังใช้ครบตามแบรนด์แนะนำนะจ๊ะ

รีวิว Claire Skin Energy Micro-Mousse
โฟมล้างหน้าเนื้อมูสเนื้อนุ่มเนียนละเอียด


data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
ผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าเนื้อมูสเนื้อนุ่มเนียนละเอียดเป็นพิเศษจากการผสมผสานระหว่างสารทําความสะอาดที่มาจากธรรมชาติ และ SKIN ENERGY ช่วยปลอบประโลมผิวจากความเหนื่อยล้า คืนผิวสดใส ให้ผิวดูสุขภาพดี มี PREBIOTIC น้ำตาลโมเลกุลเฉพาะ ที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ตัวการที่ทําให้เกิดสิวได้และช่วยให้ผิวสร้างสมดุลของแบคทีเรียให้เหมาะสม พร้อมวิตามินซีอีก 3 ชนิด (TRIPLE C) ที่ถูกคัดสรรมาให้มีความสามารถโดดเด่นในเรื่องการช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน พร้อมผลัดเซลล์ผิวที่เกิดใหม่ให้เนียนนุ่มด้วย Caviar Lime เผยผิวใสสะอาดกระจ่างใส ผิวดูเนียน นุ่ม และโทนผิวดูมีความสม่ำเสมอขึ้น สามารถล้างสิ่งสกปรกและสาเหตุของการเกิดสิวที่เราไม่อาจเลี่ยงได้


  • เหมาะสําหรับทุกสภาพผิว
  • ปราศจาก Sulfate SLS/SLES, Paraben, Formaldehyde, Alcohol และสีสังเคราะห์


วิธีใช้ : กดหัวปั๊มให้เกิดโฟมมูส นวดเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้าที่เปียก ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าของ Claire ชิ้นนี้เค้าวางตัวเป็น Soft Cloud Cleansing ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่นุ่มดุจปุยเมฆ ใช้ครั้งนึงใช้แค่ 1-2 ปั๊มเท่านั้น ใครชอบฟองฟูๆจะปั๊มเยอะๆก็ไม่ติด แต่มันจะหมดไว (ฮาา) ปริมาณสำหรับเรา 2 ปั๊มกำลังดี เนื้อมูสนุ่มๆพอลงผิวหน้าจะมีความแน่นและช่วยป้องกันไม่ให้นิ้วมือเราเสียดสีกับผิวโดยตรง มีชั้นโฟมมูสนุ่มๆกั้นอยู่ ตรงนี้จะช่วยลดการเสียดสีทำให้ลดการเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยไปได้ส่วนนึงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือรู้สึกได้ตั้งแต่ใช้ครั้งแรกว่าผิวหน้าไม่แห้งตึง แล้วก็ไม่ได้เหนอะหนะ มีกลิ่นหอมออกแนวเฟรชๆ สะอาดๆ ใช้แล้วให้ความรู้สึกได้ผิวเนียนนุ่มสมดุลขึ้นจริงๆ 
ปริมาณ 150ml ราคา  280 บาท วางขาย exclusive ที่ Watsons เท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อออนไลน์ไปที่ www.claireeveryskin.com
แถม Claire Triple C Booster Treatment Pad ขนาด 8 ml ภายในกล่อง จำนวน 7 แผ่น

ผลิตภัณฑ์ Claire Triple C Booster Treatment Pad 

ไซส์ทดลองจะแถมมากับตัวไมโครมูส ส่วนไซส์จริงขนาด 80ml มี 70 แผ่น ราคา 740 บาท 

แผ่นสําลีพิเศษช่วยบํารุงผิวหน้าและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ชุบสารบํารุงที่อุดมไปด้วยวิตามินซี 3 ชนิด บํารุงและผลัดเซลล์ผิวหน้าพร้อมกัน เห็นผลการเปลี่ยนแปลงสีผิวสว่างขึ้น และจุดด่างดําจางลงได้ภายใน 7 วัน ทําให้ผิวเรียบเนียน นุ่ม ชุ่มชื่น และกระจ่างใส สัมผัสความแตกต่างของผิวได้ทันที ใช้แค่วันละ 1 แผ่นเท่านั้น
  • ปราศจาก Paraben, Silicone, Mineral Oil และ สีสังเคราะห์

วิธีใช้: ล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นหยิบแผ่นสําลีที่ซุ่มด้วยเซรั่มมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณ รอบดวงตา
คอนเซปท์ของตัวสำลีนี้เก๋มากๆ เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางวันที่ชีวิตเรารีบๆ ไม่ค่อยมีเวลามานั่งบำรุงผิวหลายขั้นตอน ความรู้สึกหลังใช้จะเปียกๆเหมือนเวลาเอาสำลีชุบโทนเนอร์เช็ด แค่อันนี้มาในรูปแบบพร้อมใช้ คือหยิบมาเช็ดได้เลยไม่ต้องไปหาขวด เปิดฝา เทใส่สำลี แล้วเอามาเช็ด พอซึมลงผิวแล้วแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีอะไรอยู่บนผิว หรือไม่เหนียวแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ซึมด้วยซ้ำ คือเช็ดเสร็จแล้วก็ลงกันแดดแล้วแต่งหน้าต่อได้เลย สะดวกเว่อ!

ความประทับใจที่มีให้แบรนด์นี้คือราคาไม่ได้แพง เอื้อมถึงได้ แต่ผลิตภัณฑ์ให้ความรู้สึกพรีเมียมมากๆ ตรงฝากล่องแต่ละโปรดักต์จะมี Quote เก๋ๆให้แรงบันดาลใจด้วยนะ 


BE A WOMAN THAT GLOW - จงเป็นสุภาพสตรีที่ส่องประกาย (แปลไทยก็น่าจะประมาณนี้)

FEEL THE TOUCH OF SOFT CLOUDS EVERYDAY - สัมผัสความอ่อนนุ่มของก้อนเมฆได้ในทุกๆวัน

โดยรวมคือปลื้มกับผลิตภัณฑ์ของ Claire อยู่นะ เขียนบทความนี้เสร็จก็จะใช้ต่อเนื่องอย่างแน่นอน แล้วถ้าได้เห็นผลลัพธ์แบบสังเกตุได้ยังไงจะมาอัพเดทให้ทุกคนได้อ่านกัน ฝากติดตามกันด้วยน้า 


ใครลองใช้แล้วเป็นยังไงบ้างแวะมาแบ่งปันประสบการณ์กันผ่านคอมเม้นได้นะคะ วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบาย ^^

Disclaimer: This post got paid and sponsored but all the personal experiences came 100% from myself.
ด้วยหน้าที่การงานส่วนตัว ได้ทำแคมเปญกับแบรนด์ #KBrightTH ละเหมือนโดนป้ายยา ตกเป็นทาสการตลาดเองจ้า เดินเข้าเซโฟร่าสอยตัว ICY-LOCK MIRACLE BOOSTER PEARLS : HYDRA GLOW ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีบริสุทธิ์ 35% บอกเลยว่าเป็นแบรนด์แรกในไทยที่เคยเห็นเคลมสูงเบอร์นี้ ราคา 1,600 บาท มี 16 เม็ด คือใช้ทาหน้าหนึ่งครั้งก็ตกร้อยบาทละนะคะคุณขา สัมผัสความหน้าแพงที่แท้ทรูได้ทางนี้ค่ะ 

รีวิว K-Bright สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ จากประเทศเกาหลี

เรื่องราวของแบรนด์:
จากการผสมผสานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพของเกาหลีที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากการถนอมเย็น ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน ทำให้ทางแบรนด์ K-Bright ได้ค้นพบกรรมวิธี FREEZE-DRY อันทรงประสิทธิภาพ ที่เก็บรักษาคุณสมบัติของวัตถุดิบให้อยู่ในสถานะ ที่ล๊อคความสดใหม่ และยังเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นถึง 3 เท่า เพราะ อากาศ แสง และความชื้น คือปัจจัยที่ลดประสิทธิภาพของส่วนผสมต่างๆ ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่พวกเราใช้ดูแลผิว ด้วยเทคโนโลยี Icy-Lock™ FREEZE-DRY ของ K-Bright จะช่วยทำการกระตุ้นส่วนผสมเพื่อกักเก็บความสดใหม่ ส่งตรงถึงผิว เพื่อให้ผิวหน้ากระจ่างใสได้อย่างเต็มที่ ในทุกครั้งที่ใช้ผลิตภัณฑ์จาก K-BRIGHT

Icy-Lock™ Complex เป็นส่วนผสม ที่ประกอบด้วย สารสกัดชีวภาพด้วยกรรมวิธี Freeze-Dried คือ น้ำมันสกัดจากเมล็ดบอเรจ กรดอะมิโน และ 4-บูทิลรีซอร์ซินอล ซึ่งเป็นส่วนผสมให้ผิวกระจ่างใส ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ที่พร้อมจะมอบ ประสิทธิภาพสูงสุดแห่งการบำรุงผิว เพื่อลดความหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอย และบอกลาผิวไม่ตึงกระชับ


ผลิตภัณฑ์ที่ได้ทดลองมีทั้งหมด 5 ตัว ซึ่งกล่องขนาดทดลองในภาพนี้ยังไม่มีขาย จะมีเซท Exclusive ที่วางขายใน Sephora ชื่อว่า Capture The Brightness Pack ราคา 1,100 บาท ถ้าซื้อเซทนั้นก็จะได้ทดลองครบเซท 5 ชิ้นเหมือนกัน แต่ของเราที่ได้มายังขาดตัวบูสเตอร์เพิร์ล เลยลงทุนสอยเองเพราะอยากรู้ว่าใช้ครบเซทแล้วมันจะเริ่ดยังไง ซึ่ง Booster Pearl ก็มีด้วยกัน 3 สูตร คือ Blemish Clear, Dream Tone และที่เราเลือกซื้อมาคือสูตร Hydra Glow



จุดเด่นของ Booster Pearl สูตร Hydra Glow คือ 
มีความทรงพลังด้วยวิตามินซีบริสุทธิ์ 35% เป็นวิตามินซีที่สดใหม่ได้ผ่านทดสอบทางคลินิกแล้วว่าเป็นสารมหัศจรรย์ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียนเสมอกัน และขจัดริ้วรอยให้หายไป ผลิตภัณฑ์ได้รักษาความสดใหม่และพลังของวิตามินซีด้วยเทคโนโลยีไอซี่-ล็อก เพื่อกักเก็บความเข้มข้นอันทรงพลัง ปรับผิวให้สว่างขึ้นอย่างพิสูจน์ได้จริง พร้อมพลังแห่งน้ำเลี้ยงจากพืช ที่ผสมผสานคุณค่าของไผ่ และดอกบัวนานาพันธุ์ ที่ช่วยล็อกผิวให้ชุ่มชื่น แลดูอิ่มน้ำ โกลวสวย บรรจุในแพ็กเกจสุญญากาศเพื่อกักเก็บความเฟรชและอานุภาพการทำงานของสารออกฤทธิ์โดยไม่ต้องพึ่งสารกันเสีย แต่ละแคปซูลจึงมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า 3 เท่า ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายดิวอี้ฉ่ำน้ำทันที และกระจ่างใสถึงขีดสุด เพื่อให้ได้ลุคเปล่งปลั่งจากภายใน


รีวิวผลิตภัณฑ์ K-Bright แบบใช้ครบชุด:


1. ICY-LOCK TREATMENT POWDER CLEANSER - เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบ "ผง" เวลาใช้ก็เทผงออกมาผสมน้ำตีให้เป็นฟองก่อนนำมาลูบทำความสอาดบนใบหน้า ฟีลลิ่งตอนใช้จะลื่นๆ ทำให้รู้สึกว่าผิวมือไม่ได้สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง มีความลื่นๆกั้นกลางอยู่ แถมตอนล้างออกหน้าก็ไม่ตึง ไม่ลื่น รู้สึกหน้านิ่ม สะอาดดี ขนาดจริงวางขายที่ราคา 1,300 บาท ปริมาณ 60 กรัม

2. CRYSTAL BRIGHT TREATMENT ESSENCE - เป็นเอสเซนส์เนื้อน้ำเหลวๆที่ช่วยเตรียมผิวให้สามารถรับสารบำรุงต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึมไว กลิ่นหอม ไม่เหนียวเหนอะหนะ ขนาดจริงวางขายที่ราคา 1,900 บาท ปริมาณ 130 มล.

3. CRYSTAL BRIGHT ILLUMINATING SERUM - เป็นเซรั่มบำรุงเข้มข้นเนื้อจะข้นกว่าตัวเอสเซนส์เล็กน้อย ใช้เดี่ยวๆจะรู้สึกว่าผิวดูเปล่งปลั่ง เต่งตึง ลูบไปจะให้ความรู้สึกเรียบเนียนน่าสัมผัส ขนาดจริงวางขายที่ราคา 2,300 บาท ปริมาณ 30 มล. เพิ่มอานุภาพได้อีกขั้นเมื่อใช้คู่กับบูสเตอร์เพิร์ล

4. ICY-LOCK MIRACLE BOOSTER PEARLS HYDRA GLOW - อันนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยเห็นแบรนด์ไหนทำมาก่อน ตัวผลิตภัณฑ์จะเป็นเม็ดเพิร์ลที่ถูกฟรีซดรายมา เวลาใช้ให้ละลายกับเซรั่มแล้วทาลงบนผิวหน้า ด้วยความที่เข้มข้นมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน สามารถเว้น 1-2 วันครั้งหรือใช้เมื่อต้องการบูสผิว ซึ่งสูตร Hydra Glow เน้นบำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส ปรับสีผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ พร้อมล็อกผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ แลดูโกลวสวย ขนาดจริงวางขายที่ราคา 1,600 บาท บรรจุ 16 ชิ้น (ต่อวันใช้ครั้งละ 1 ชิ้นเท่านั้น)

5. CRYSTAL BRIGHT WATER LOCK GEL CREAM - ครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อเจลและจะละลายกลายเป็นหยดน้ำดิวอี้เมื่อสัมผัสกับผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวให้นุ่มลื่น ดีตรงที่ไม่ทิ้งความเหนียวใดๆไว้บนผิวเลย เหมือนซึมหายไปเลยละทิ้งไว้แค่ผิวเด้งๆ ขนาดจริงวางขายที่ราคา 2,200 บาท ปริมาณ 50 มล.

ผลลัพธ์ที่ได้

ชอบสัมผัสนุ่มลื่นของผิวหน้า แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องสิวเท่าไหร่ เราใช้ในตอนที่เป็นสิวอุดตัน พบว่ามันไม่ได้บรรเทาลงแต่อย่างใด ทว่าสภาพผิวมีความกระจ่างใสขึ้น ผิวหน้าที่ดูโทรมๆอ่อนล้าจากการขาดน้ำ (เป็นคนกินน้ำน้อย) และพักผ่อนไม่เพียงพอ (เพราะต้องเลี้ยงลูกไปด้วยทำงานไปด้วย) มันค่อยๆดูเฟรชขึ้น และเห็นความแตกต่างของผิวได้ชัดเพียงใช้ไปแค่ 3 วัน คิดว่าจะใช้ต่อเนื่องแต่อาจจะไม่ได้ซื้อใช้ต่อครบเซท ถ้าให้เชียร์ตัวที่ปัง เราเชียร์ตัวเพิร์ล เพราะเลือกตามปัญหาผิวที่มีได้ แถมสามารถปรับใช้กับเซรั่มตัวเดิมของเราที่มีอยู่แล้วได้ด้วยค่ะ

สำหรับใครที่สนใจ สามารถทดลองผลิตภัณฑ์ K-BRIGHT ได้แล้ววันนี้ที่ Sephora ทุกสาขา
Sephora Online คลิก www.sephora.co.th/brands/k-bright
Konvy คลิก https://kbright.konvy.com/ หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.kbright.com

Disclaimer: This is not a paid post but I do have a personal relationship with brand through my career, however all opinion and result are 100% from my experience. I'm also a real consumer paid for a product in this review.