Kaosuaylunla Diary: Nerd Out
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nerd Out แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nerd Out แสดงบทความทั้งหมด
วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับช่วงหน้าแก้มที่ Amarante Clinic ซึ่งเป็นการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกในชีวิตหลังลืมตาดูโลกมาเกือบสามสิบปี ใช่ค่ะ จริงๆโบก็ยังไม่เคย มาลองฟิลเลอร์ก่อนเพราะน้องที่รู้จักกันแนะนำมาว่าทำแล้วชีวิตดีขึ้นจริงๆนะเจ้ อยากให้มาลอง มาให้หมอเช็คหนังหน้าเฉยๆก็ยังดีเพราะปกติเค้าก็ปรึกษาฟรีไม่ได้คิดเงินกันอยู่แล้ว และที่มารีวิวให้อ่านกันวันนี้เพราะประทับใจในบริการและคำแนะนำของคุณหมอเอามากๆ อยากบอกต่อรัวๆ



บางคนดูรูปอาจจะดูไม่ออกว่าเอ๊ะ โดนอะไรไปบ้าง ยังไงเดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันแบบละเอียดไปเลยค่ะ



data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
คลีนิกเสริมความงามที่เราเลือกเข้าไปใช้บริการในครั้งนี้ก็คือ Amarante Clinic ของคุณหมอต้น ซึ่งคุณหมอไม่ธรรมดานะคะ หมอต้นเนี่ยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจนถึงขั้นได้เป็นอาจารย์ในการสอนแพทย์ฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ แถมยี่ห้อของฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ที่ทางคลีนิกเลือกใช้ก็เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่ยี่ห้อไก่การาคาถูก เพราะของพวกนั้นนอกจากจะไม่ได้มาตรฐานแล้วยังจะส่งผลเสียระยะยาวด้วยนะ ใครที่หน้าพังเพราะไปใช้บริการหมอกระเป๋าหรือเห็นคลีนิกโนเนมมาจัดโปรราคาถูกเรียกลูกค้าเนี่ย บางทีเค้าอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือกระทั่งเอาของหมดอายุมาฉีดก็อาจจะเป็นไปได้ ใครที่ชอบความสวยในราคาประหยัดต้องระวังกันให้ดีๆเลย ของแบบนี้อาจจะทำให้สวยได้ชั่วครู่แต่ส่งผลเสียในอนาคตต้องมานั่งขูดนั่งแก้กันอีกยาวๆ กลายเป็นว่าเสียน้อยเสียมาก พังมาต้องเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน ความสวยไม่ควรต้องอยู่บนความเสี่ยงนะคะ เลือกคลีนิกดีๆกับคุณหมอที่มีประสบการณ์ยังไงก็สบายใจได้มากกว่าอยู่แล้ว


ข้อมูลของ Amarante Clinic (อามารันเต้ คลีนิก)


ปัจจุบันมี 2 สาขา คือสาขาอารีย์ กับสาขาบางนา
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-20.00น. 

สาขาอารีย์ (พหลโยธิน 7 อาคารบ้านยสวดี)
โทร: 080-393-6669

สาขาเซ็นทรัลบางนา (ชั้น 5 ติดร้านโทรศัพท์ OPPO)
โทร: 080-556-5294

แพทย์ที่ให้บริการทุกสาขามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง และทางคลีนิกได้รับรางวัลมากมายจากหลากหลายสาขา ใครที่กำลังมองหาคลีนิกเสริมความงามดีๆเพื่อเข้าไปใช้บริการอย่าลืมเข้าไปดูสถานที่จริงด้วยนะคะ การนัดคิวประสานงานต่างๆพนักงานของทางคลีนิกมีให้บริการหลากหลายช่องทางไม่ใช่แค่โทรศัพท์ สมมติสายไม่ว่าง LINE ก็สามารถแชทไปนัดคิวเช็คคิวหรือปรึกษาปัญหาต่างๆเกี่ยวกับบริการของทางคลีนิกได้หมด สะดวกมากๆ สาขาที่เราเลือกไปใช้บริการคือสาขาอารีย์ เดินทางบีทีเอสก็สะดวก หรือวันไหนขับรถมาก็มีที่จอดรถให้บริการค่ะ


คำแนะนำที่ควรรู้สำหรับการมาฉีดฟิลเลอร์

- เข้ามาปรึกษากับคุณหมอก่อนเพื่อที่จะได้ระบุว่าควรทำตรงไหนดีบ้าง
(คุณหมอมีประสบการณ์และผ่านมาเยอะ จะประเมินได้ตรงจุด ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาทำไปแก้ไป)
- ไม่ควรต่อขนตา ปัดมาสคาร่า ติดขนตาปลอม เงาขนตาจะกลายเป็นอุปสรรคให้แพทย์โดยไม่จำเป็น
(ปกติจะต้องหน้าสด ทางคลีนิกจะคลีนหน้าก่อนโปะยาชาเสมอ)
- เคสของเราใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง
(ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยถ้าต้องทำเยอะ และมาให้ตรงเวลานัดนะคะ จะได้ไม่กระทบเคสอื่นๆ)
- ฉีดฟิลเลอร์แล้วรอแผลปิดประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ล้างหน้าได้ปกติ โดนน้ำได้
- วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้ โดนแดดได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ
- อาการบวมสามารถประคบเย็นช่วยได้ จะหายไปเองในวันสองวัน
- ในสองวันแรกไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์ หรือ ออกกำลังกายหนักๆ
- สองสัปดาห์แรกของการฉีดฟิลเลอร์ให้ "งดนวดหน้า" ทรีตเม้นต์ เลเซอร์ และซาวน่าไปก่อน
- ช่วงสองสัปดาห์แรกงดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกง่ายเช่นแอสไพริน วิตามินอี ใบแปะก๊วย โสม



จะมีการแปะยาชาตรงบริเวณที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ช่วยไม่ให้เจ็บ ซึ่งตรงนี้จะบอกว่าการสื่อสารสำคัญมากๆ คือฤทธิ์ยาชามันช่วยให้ไม่เจ็บก็จริง แต่บางจุดเราอาจจะเจ็บ ก็ต้องบอกนะ ว่าหมอคะ ตรงนี้เจ็บ เพื่อที่เค้าจะได้ระวังตรงจุดนั้นมากขึ้น ฟิลเลอร์จริงๆมันก็คือ hyaluronic acid (ซึ่งสารตัวนี้มีอยู่แล้วในผิวของเรา แต่พออายุมากขึ้นสารตัวนี้จะลดลง) ที่เราฉีดเข้าไปใต้ผิวเพื่อเติมส่วนที่มันหายไป หรือส่วนที่เราต้องการเพิ่มให้ดูมีความเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ไม่หดตัวเป็นริ้วรอยชั่วขณะที่ออกฤทธิ์ราวๆ 4-6 เดือน) แต่ฟิลเลอร์จะเป็นการเติมผิวให้ฟูขึ้น อยู่ได้นาน 1-2 ปี และสารนี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เคสที่ฉีดแล้วพังต้องมาขูดออกมักจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือหมดอายุแล้ว ทางคลีนิกนี้มีให้เราตรวจสอบได้นะว่าผลิตภัณฑ์มาจากล๊อตไหนใกล้หมดอายุรึยัง เพื่อความสบายใจของทางลูกค้าที่มาใช้บริการด้วยค่ะ

เคสของเราใช้ฟิลเลอร์ทั้งหมด 2cc เป็นของแบรนด์ Juvederm มีรุ่น Volite กับ Volift อย่างละซีซีเพื่อช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ดูลึก โหลเหมือนคนอดนอน มีความห้อยหย่อนคล้อยทำให้หน้ามีอายุและดูเหนื่อย 

ความรู้สึกของการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก

วินาทีที่เข็มจิ้มหน้าคือ งง เพราะมันไม่เจ็บ แต่มันรู้จึกแบบ กึ้ดๆ เหมือนมีคนเอาอะไรมาเจาะหน้า แต่เราไม่รู้สึกอะไร ซึ่งขอมอบความดีความชอบให้ยาชา ซึ่งนอกจากยาชาที่โปะมาเห็นว่าในแต่ละเข็มเค้าก็มียาชาผสมอยู่ด้วย ดับเบิ้ลชากันไปเลยจ้า 


หน้าตาคือกลัวเข็มน่ะแหละ แต่เพื่อความสวยหนูทนได้ มันจะมีเจ็บบ้างบางจุดที่ยาชาโปะไปไม่ถึง (แถวๆข้างขมับหรือใกล้ๆใต้ตา) คุณหมอก็จะพยายามเบามือตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ ซึ่งฟิลเลอร์มันไม่ใช่ฉีดแล้วจบนะจ๊ะ มันต้องมีการปั้นกันด้วย เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนเท่าๆกัน คุณหมอแต่ละท่านก็จะมีความชำนาญกันคนละทาง ซึ่งเราโชคดีมากๆที่ได้คิวหมอต้นมาปั้นฟิลเลอร์ให้ แม้จะมีขนตาเป็นกันสาดของเรามาบังแต่หมอก็ยังสามารถปั้นออกมาจนรอด


ทำไปก็จะให้ลองยิ้มไปเพื่อดูว่ามันออกมาโอเครึยัง ตอนนี้รอยยิ้มก็จะดูตึงๆหน่อย ไม่ใช่ตึงเพราะฟิลเลอร์นะ เพราะยาชามันดีมาก คือหน้าชาไปเลย ไม่แน่ใจว่ายิ้มรึยัง มันชาไปหมดเลยอ้ะ 555555



ภาพรีวิวนี้ถ่ายจากกล้องเราเอง ถึงแสงต่างกันเพราะอยู่คนละสภาพแวดล้อม แต่จะเห็นได้ชัดเลยว่าช่วงใต้ตาเราคล้ำมาก แล้วพอมาดูจริงๆคือมันมีความห้อยลงมาเล็กน้อย เป็นร่องพาดจาดใต้ตาเฉียงลงมาตรงแก้มด้วย เลยทำให้หน้าดูเหนื่อยดูโทรม หลังจากฉีดฟิลเลอร์หน้าก็ดูฟูขึ้นมาทันที แบบเข้าใจไอ้คำว่า "สวยได้เลยชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า" มันเป็นยังไง คือนี่แค่ฟิลเลอร์นะ ยังไม่ได้ทำอย่างอื่นยังช่วยได้ขนาดนี้เลย

เอาจริงๆตอนมาปรึกษาคุณหมอต้นเราประทับใจมากๆตรงที่คุณหมอไม่ได้ยัดเยียดอะไรให้เราเลย คือเราถามไปเยอะมากว่าแบบ ร่องหน้าผาก ร่องแก้ม จมูก ฯลฯ ฉีดได้มั๊ย ทำได้มั๊ย ปั้นให้เราได้รึเปล่า คือหมอบอกว่าจริงๆเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย จะทำก็ได้แต่มันจะดูเยอะเกินไป ทำเฉพาะปัญหาที่จำเป็นจริงๆ บางอย่างปล่อยเอาไว้บ้างก็ได้คือทำให้เรารู้สึกดีไม่เหมือนเวลาเจอพนักงานหน้าคลีนิกที่ชอบยัดเยียดละบอกเราว่าต้องทำนู่น ทำนั่น ทำนี่ "ถึงจะสวย" แต่กับคุณหมอคือทำยังไงก็ได้ให้ "สวยแบบเป็นธรรมชาติ" มากที่สุด คือคุณหมอเน้นแนะนำให้ดูเป็นธรรมชาติยังไงก็ดีกว่าหน้าเป๊ะแบบแข็งๆ ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยแบบสุดๆ

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จก็จะมีการให้ยากลับบ้านไปทานเพื่อลดการปวดกับฆ่าเชื้อ ในถุงที่ทางพนักงานคลีนิกจัดมามีไอซ์แพคไว้ประคบเย็นด้วย คือเอากลับบ้านไปแช่ฟรีซแล้วใช้ต่อได้เลยจนกว่าจะหายปวด แอดมินมีการส่งลิงค์ให้ความรู้ต่างๆมาเพิ่มเติมในไลน์แล้วก็มีการนัดมาเช็คผลงานอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อยก็ถือว่าการฉีดฟิลเลอร์ครั้งนี้จบลงด้วยดีมีแต่ความประทับใจค่ะ 

สำหรับราคายังไงลองเช็คที่แต่ละสาขาอีกทีนะคะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายภาคหน้า แต่การเข้ารับขอคำปรึกษาสามารถทำนัดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ

(ภาพโปรโมชั่นฟิลเลอร์จากเว็บไซต์ Amarante Clinic ซึ่งราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้)

ใครที่อยากมาใช้บริการอย่าลืมจองคิวเข้าไปก่อนนะคะ เคสไหนที่ดูแล้วจะเป็นประโยชน์กับลูกค้าท่านอื่นๆทาง Amarante Clinic จะมีการขออนุญาติถ่ายทำรีวิวของทางคลีนิกเองเป็นปกติ คืออุปกรณ์ครบมากๆ มีไฟ มีช่างกล้อง มีทุกอย่างพร้อม เรียกได้ว่าผลงานของคลีนิกนี้ของจริงทั้งหมดไม่ได้แต่งรูปหรือสร้างสถานการณ์ใดๆ ทุกเคสคือเกิดขึ้นจริงเรียลๆ หลังจากฟิลเลอร์ไปแล้วเราพบว่าการแต่งหน้าดูเนียนขึ้น หน้าเด็กลงจริงๆ 

หวังว่าประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ที่มาเล่าให้ฟังครั้งนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ใครมีอะไรเพิ่มเติมแวะมาคอมเม้นพูดคุยกันได้เลย แล้วไว้พบกันใหม่ในรีวิวหน้า วันนี้บ๊ายบายค่า

Disclaimer: I did not pay or get paid to create this content.
All experiences and review is 100% from me.
Airinum หน้ากากอนามัยสัญชาติสวีเดน สำหรับรุ่นล่าสุดที่ร่วมงานกับ Alan Walker ออกมาเป็นลาย AW เท่ๆ ที่มี Reflective สะท้อนแสงแฟลช วางขายแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกรา 2019 โดยบทความนี้ยังไม่เรียกว่าเป็นรีวิวเต็มรูปแบบ แค่เอามาแกะกล่องให้ยลโฉมกันเฉยๆเผื่อใครอยากเห็นภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อกันนะจ๊ะ (คลิกอ่านคู่มือวิธีการซื้อ Airinum ได้ที่นี่)

 
data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"

รีวิว Unbox แกะกล่อง Airinum รุ่น Alan Walker (Limited Edition)

ราคา 89$
สั่งซื้อได้ที่ Airinum
ใส่โค้ด kaosuay จะได้ฟิลเตอร์กล่องละ 15$ ฟรี (กดฟิลเตอร์ใส่ตะกร้าก่อนคิดเงิน)

ภายในกล่องประกอบไปด้วย


  • ผิวหน้ากากชั้นนอก Urban Air 2.0 Mask Skin - Alan Walker ft. Airinum 
  • ฟิลเตอร์ Urban Air Filters รุ่น 2.0 จำนวน 2 แผ่น
  • วาวล์หายใจ Urban Air Valves จำนวน 2 ชิ้น
  • สายรัดเพิ่มความกระชับศรีษะด้านหลัง Urban Head Strap จำนวน 1 ชิ้น
  • กระเป๋าพกพา Travel Pouch จำนวน 1 ใบ
  • ป้ายห้อย Silver Tag with Invite Code to the World of Walker
  • การ์ดพร้อมลายเซ็น Square Card with Alan Walker Autograph
(กล่องผลิตภัณฑ์ จากซ้ายไปขวา Urban Air Mask 2.0 สี Onyx Black, Alan Walker, Urban Air Filter 2.0)

กล่องบรรจุภัณฑ์ดีไซน์มาให้มีความคลาสสิกแบบยุคดิจิตอล (ได้กลิ่นฟีลผลิตภัณฑ์จากค่ายแอปเปิ้ล) มีการเคลือบเงาเฉพาะจุด Urban Air Mask/Filter รุ่นธรรมดากล่องจะเป็นสีขาว ส่วนรุ่นที่เป็นลิมิเตทกล่องจะเป็นสีดำ แต่ด้านในจะเหมือนกันทุกอย่างค่ะ เปิดออกมาจะมีวิธีประกอบบอกอยู่ หลังกล่องจะเป็นรายละเอียดของสินค้าพร้อมโลโก้ Certificate ทั้งหลายแหล่ ซึ่งก็รวมถึงโลโก้รับรองมาตรฐานในการป้องกันฝุ่น PM2.5 ด้วย



คำอธิบายผลิตภัณฑ์บอกว่า Urban Air Mask 2.0 Alan Walker ft. Airinum ได้ถูกทดสอบโดยสถาบันระดับโลกสัญชาติสวีเดน Camfil โดยได้การรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ N95 (อเมริกา) และ FFP2 (ยุโรป) Test: GB2626 & Certification: KN95 หน้ากากที่ประกอบฟิลเตอร์เรียบร้อยแล้วจะช่วยปกป้องตัวเราจากมลภาวะเหล่านี้:

  • PM 0.3-10, dust and other air pollutants (ฝุ่นและมลพิษทางอากาศที่มีอนุภาคระดับ PM0.3-10)
  • Pollen and other allergens (ละอองเกสรและอื่นๆที่เป็นตัวการกระตุ้นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ)
  • Bacteria and other germs (แบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ)
  • Wildfire smoke & cigarettes (ควันไฟจากไฟป่าหรือควันบุหรี่)



Mask Skin หรือผ้าตัวหน้ากาก ใช้เทคโนโลยี Polygiene จากสวีเดนที่มีนวัตกรรมใยผ้าล้ำๆช่วยให้ผ้าปลอดเชื้อโรคและแบคทีเรียตลอดอายุการใช้งาน สามารถซักได้ ใช้ซ้ำได้เหมือนเสื้อผ้าชิ้นนึงของเรา แน่นอนทางแบรนด์ไม่ได้ใช้คำว่าตลอดไปหรือถาวรเนื่องจากผ้าก็มีอายุการใช้งานตามเจ้าของ ยิ่งใส่ซ้ำใส่บ่อยมันก็มีโอกาสที่จะชำรุด ดังนั้นอายุของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้งานได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับการใ้ช้งานและการดูแลของเราด้วย

การดูแลรักษา:

ซักมือหรือซักเครื่องก็ได้ แต่อย่าเอาไปอบแห้ง ใช้โหมดการปั่นแบบเบาที่สุดหรือใส่ตาข่ายถนอมผ้า เพื่อรักษาอายุการใช้งานให้ซักกับน้ำสบู่ อย่าใช้สารซักฟอกแรงๆ ถอดฟิลเตอร์กับวาวล์ออกก่อนซักด้วยนะ ฟิลเตอร์โดนน้ำไม่ได้ วาวล์ทำความสะอาดได้ ผึ่งทั้งหมดให้แห้ง หน้ากากตากแดดได้ เอาด้านในออกมาตากสีจะได้ไม่ซีดเพราะแดดเลีย ส่วนวาวล์แนะนำให้ตากแห้งในที่ร่มนะจ๊ะ

โปรดสังเกตุ ที่ตัวผ้ามีรูเบ้อเริ่มเทิ่ม และไม่สามารถปิดวาวล์ได้ถ้าไม่มีฟิลเตอร์ใส่ ดังนั้นการจะใส่หน้ากากชิ้นนี้เฉยๆโดยไม่ใส่ฟิลเตอร์ ไม่สามารถทำได้นะคะ


ฟิลเตอร์ทรง 3D บรรจุมาเป็นซองเพื่อรักษาสุขอนามัย ในกล่องหน้ากากจะมีแถม 2 ชิ้น ทุกซองมีวันที่ผลิตกับวันหมดอายุแจ้งชัดเจน (ฟิลเตอร์ถ้าไม่เอาออกมาจากซองจะมีอายุ 5 ปี) ฉีกออกมาแล้วใช้เลย หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนก่อนใช้งานให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่แกะใช้ เราได้ฟิลเตอร์ที่สะอาดจริงๆ แต่แอบหงุดหงิดกับการสร้างขยะเพิ่มทุกครั้งที่แกะใช้นิดหน่อย ก็พอเข้าใจได้ แต่ก็หงุดหงิด (ฮาา)


นอกจากฟิลเตอร์ก็จะมีกระเป๋าพกพา เนื้อลื่นๆคล้ายๆผ้าร่ม น่าจะกันละอองน้ำได้ในระดับนึงแต่ตกน้ำไปไม่น่าจะรอด การตัดเย็บดูมีแนวโน้มว่าน้ำจะซึมเข้าตามบริเวณรอยต่อ ทุกรุ่นจะได้กระเป๋ากับฟิลเตอร์แบบเดียวกัน ที่ต่างกันคือสีของวาวล์กับสายรัดหัว บ้านเราใช้ Airinum กันทุกคนเลยมีการติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่กระเป๋าจะได้แยกออกว่าอันไหนของใคร

การประกอบวาวล์เข้ากับตัวหน้ากากไม่ยากเลย พอเราแกะฟิลเตอร์ออกมาให้แปะกับหน้ากากก่อน ที่ขอบข้างๆจะมีลักษณะแบบตีนตุ๊กแก คือแปะแล้วก็อยู่เลย ลอกออกมาแปะใหม่ให้พอดีได้ ไซส์ฟิลเตอร์กับไซส์หน้ากากควรเป็นไซส์เดียวกันไม่งั้นจะไม่พอดีนะ


แยกด้านหน้าด้านหลังได้สบายมากเพราะมันเป็นทรง 3D กางออกมาก็เห็นเลยว่าสีดำคือชั้นนอก สีขาวคือชั้นในที่จะมาสัมผัสกับใบหน้าของเรา ตอนประกอบวาวล์ก็ไม่ต้องงงอันไหนซ้ายอันไหนขวา ติดได้เหมือนกันหมด กดลงไปให้มีเสียงคลิกก็เป็นอันเรียบร้อย


รายละเอียดของฟิลเตอร์ Urban Air 2.0 ใช้เทคโนโลยีการกรอง 5 ชั้น
  • ชั้นนอกสุด Outside PP Layer - เป็นการเคลือบชั้นนอกสุดเพื่อความคงทนของผลิตภัณฑ์
  • ชั้น Active Carbon Layer - ชั้นคาร์บอนจะช่วยกรองกลิ่นต่างๆ
  • ชั้น Electro Charged Layer เลเยอร์แรก - เป็นฟิลเตอร์ประจุอิเล็กตรอนช่วยดัก PM10, ละอองเกสรและอื่นๆที่เป็นตัวการกระตุ้นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
  • ชั้น Electro Charged Layer เลเยอร์ที่สอง - กรอง PM2.5 ฝุ่นและแบคทีเรียตางๆ
  • ชั้นในสุด Inside PP Layer - เคลือบชั้นในให้สัมผัสเรียบเนียนเพื่อความสบายในการสวมใส่
ตารางเทียบประสิทธิภาพ Airinum กับหน้ากากอนามัยทั่วๆไปตามท้องตลาด (ไม่ได้ระบุเจาะจงยี่ห้อ ดังนั้นหน้ากากบางยี่ห้อที่ไม่ได้ทำการทดสอบ ก็อาจจะใช้ได้ผลดีกว่าตารางนี้)


ข้อแตกต่างที่ชัดเจนคือ:
  • Airinum สามารถปรับทั้งสายรัดหูและมีสายรัดรอบหัวเพิ่มความกระชับ
  • Airinum ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพจริง (ต้องใส่แบบพอดีหน้าด้วยนะ)
  • Airinum มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่
  • ที่หนีบจมูกของ Airinum มีเมมโมรี่โฟม ทำให้ใส่ได้นานไม่รัด ไม่เจ็บ
  • Airinum มีวาวล์หายในช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี ไม่เอาเชื้อโรคเข้า
  • ได้รางวัลเหรียญทองการออกแบบยอดเยี่ยม
  • ด้านนอกกันแบคทีเรีย สามารถซักทำความสะอาดใช้ซ้ำได้
  • เทคโนโลยีฟิลเตอร์ใช้ได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมง
  • มีกระเป๋าสำหรับพกพา


ข้อเสียที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือ จ่ายครั้งแรกแพงมาก แบบว่าต่อให้ได้ฟิลเตอร์ฟรีอีกกล่องก็แพงอยู่ดี ถ้าฟิลเตอร์เปียกน้ำประสิทธิภาพจะลดลง (มันจะไปทำลายชั้นประจุอิเล็กตรอน) ต้องเปลี่ยนทันที หรือไม่เกินอาทิตย์ที่ 2  ก็ควรเปลี่ยนฟิลเตอร์ราคาอันละ 5$ ตกอาทิตย์ละ 150 อะไรงี้ กว่าจะรู้สึกคุ้มก็ปาเข้าไปเป็นเดือน เพราะปกติใช้แบบครั้งเดียวทิ้ง หิ้วจากญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนวันต่อวัน สายรัดหัวมันย้วย บางทีก็ขาด มีกลิ่นไวด้วยใส่ซ้ำได้ไม่เกิน 2-3 วันก็เริ่มรู้สึกได้ว่าไม่ค่อยดี N95 ก็ใส่ไม่สบาย แถมราคา ตกอันละ 30-95 บาท คิดว่าก็ค่าเท่ากัน แต่เราไม่ต้องไปตบตีแย่งชิงกับใคร ไม่ต้องห่วงของจะขาดตลาด ก็ถือว่าซื้อความสบายใจให้ตัวเองไปค่ะ

เคยรีวิวไซส์ XS สำหรับเด็กไปแล้วที่แฟนเพจ

ของเราวัดหน้าได้ 11cm เลือกไซส์ M มา พอปรับสายรัดแล้วก็ใส่ได้พอดี ลองใส่ดูชิลๆวันนึง ยังบอกอะไรได้ไม่มาก ที่รู้คือมันสะดวกตรงปรับสายรัดหูได้ รัดรอบหัวก็ปรับได้ ตรงจมูกไม่เจ็บแต่เวลาร้อนๆตรงจมูกเนี่ยเปียกก่อนเพื่อนเลย มีความอับอยู่ดีแต่น้อยกว่า N95 มากกกก ใส่สบายจริง ไม่รู้สึกปวดหัว อึดอัดแต่อย่างใด กรองกลิ่นควันได้เฉียบอยู่ เดินตามถนนและลานจอดรถไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ถ้ามีโอกาสจะมารีวิวหลังใส่เท่ๆไปแล้วอีกทีนะ ช่วงนี้หน้าสด ไม่ค่อยอยากลงรูป (ฮาา)

Air pollution is the world biggest health risk - มลพิษทางอากาศเป็นภัยใหญ่ระดับโลก




ประเทศไทยเพิ่งจะมาตื่นตัวกันไม่นานมานี้ แต่ในประเทศอื่นๆเค้ามีปัญหานี้กันมานาน การใส่หน้ากากอนามัยถือเป็นการรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐานที่ควรทำ ในเขตการจราจรหนาแน่น ตามท้องถนน หรือในเขตที่มีฝุ่นควันหนาแน่น ทางแบรนด์ Airinum ถือว่าทำได้ดีในการโปรโมทสินค้าไปพร้อมๆกับกระตุ้นให้ทุกคนในโลกได้รับรู้ถึงปัญหานี้ ใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการประกาศให้โลกรู้ว่าเรากำลังสู้กับมลพิษทางอากาศอยู่ สามารถใช้แฮชแท็ก #CreateADifferentWorld #MaskUp ได้เลย แล้วอย่าลืมพกหน้ากากอนามัยของคุณติดตัวไปด้วยในทุกๆที่นะคะ (วางทิ้งไว้ไม่ได้นะเพราะมันแพง 555)

หวังว่ารีวิวแกะกล่องวันนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อย ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ บ๊ายบาย

Disclaimer: This is 100% consumer review.


GENKI Bluetooth Audio Adaptor เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโปรเจกต์ Crowd Funding โดยกลุ่มผู้ผลิตที่ใช้ชื่อว่า HumanThings เราเป็นหนึ่งใน Backer หรือคนที่จ่ายเงินสนับสนุนโครงการนี้ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อผู้ประสบปัญหาในการเล่นเกมบนนินเทนโด้สวิทช์แล้วต้องการใช้หูฟังไร้สาย โดยเราเลือกแบบ Genki Combo - Earlybird Special ในราคา 55$ (ค่าส่งมาไทยอีก 15$) ในแพคนี้จะได้ Genki Bluetooth Adapter + USB Dock Adapter + Portable Metal Stand ตอนนี้ก็ยังสามารถสั่งซื้อได้อยู่ โดยทำรายการผ่านทาง indiegogo 




ลอทแรกส่งออกมาปลายเดือนตุลา เป็นที่ฮือฮากันมากเพราะปัญหาของโปรเจกต์ Crowd Funding ที่เจอกันบ่อยๆคือการเป็นโรคเลื่อน แบบเลื่อนแล้วเลื่อนอีกเลื่อนจนจะเป็นไส้เลื่อนตาม ทว่าโปรเจกต์นี้ลอทแรกตรงเวลาเป๊ะๆ ส่วนของเรามาเป็นลอทปลายปีคือช่วงเดือน 12 ของปี 2018 โชคดีมากที่ไม่เจอภาษีนำเข้าใดๆ ทดลองใช้งานมาสักระยะแล้วเลยจะแวะมารีวิวให้ฟังกันค่ะ


ตอนได้นินเทนโด้สวิทช์มาใหม่ๆ มีความรู้สึกผิดหวัง อีหยังหวะกับปู่นินนิดหน่อย คือรูเสียบหูฟังมันโคตรจะไม่ User Friendly สายเกะกะไปหมดเพราะรูเสียบอยู่ข้างบน แทนที่จะอยู่ข้างล่างแบบ Mobile Device ทั่วๆไป ซ้ำร้ายไม่มีฟังชั่นเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธ แต่มีบลูทูธนะ งงปะล่ะ ต่อทีวีจะเสียบหูฟังที่จอยก็ไม่ได้ ต้องเสียบที่เครื่องละลากเอา ใครสายสั้นก็อดไป 



ทางฟากปู่นินเองก็แลดูเหมือนจะยังไม่คิดปล่อยแพทช์อัพเดทให้เชื่อมต่อหูฟังบลูทูธเองได้ในเร็วๆนี้ เลยเป็นโอกาสทองของทาง GENKI ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมาสู่ตลาด แล้วมันเริ่ดตรงที่ใช้ได้กับทุกเครื่องที่มีพอร์ต USB คือเสียบปุ๊บ Pair ปั๊บ ใช้งานได้เลย


ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย

data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
นี่พูดจริง คือกดค้างให้มัน Pair แล้วมันก็ต่อติดได้เลยกับทุกหูฟังที่เรามี มันใช้งานง่ายมากๆจนไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็จะมีข้อจำกัดนิดนึงตรงที่มันเชื่อมได้แค่ 2 หูฟัง ซึ่งก็ไม่ใช่ข้อจำกัดที่แย่นะ เราก็ไม่ได้เล่น Local Co-Op แบบตั้งตี้ 3-4 คนขึ้นไปกันสักเท่าไหร่ กินไฟน้อยมาก ไม่ต้องชาร์จใดๆ มันดึงพลังงานจากตัวเครื่องที่เสียบมาใช้แล้วก็ทำงานได้เลย ลื่นไหลมากๆ หาที่ติแทบไม่ได้เลยว้อยยยยย (กรีดร้องจริงจัง 5555)


ใน Bundle ที่ซื้อมานางคิดเผื่อไปถึงเกมที่ต้องใช้ไมค์ด้วยอะ หรืออาจจะเป็นอนาคตการ Cast เกมที่ต้องเสียบไมค์ ก็มีไมโครโฟนมาให้ด้วย (อันนี้ยังไม่ได้เทส ไม่มีเกมที่ใช้ไมค์อย่าง Fortnite เลยไม่รู้จะเทสยังไง) แพคเกจทำมาดีมาก ตั้งแต่กล่องที่ออกแบบมาให้มีทุกอย่างพร้อมช่องไว้ใส่เกมได้อีก 4 เกมเผื่อพกพาไปทั้งกล่อง ขาตั้งในกล่องคือเก๋มาก น้ำหนักเบา แต่มีความมั่นคง มีตัวกันลื่นมาด้วย


แต่ก็ต้องสารภาพกันตรงๆว่าไม่ค่อยได้ยกเครื่องไปตั้งวางเล่นที่ไหน อย่างมากก็นอนเล่นในห้อง ไม่ก็ต่อกับทีวี เลยยังไม่รู้จะไปใช้ขาตั้งในสถานการณ์ไหน อารมณ์เห็นภาพโฆษณาก็รู้สึกว่าต้องซื้อมาไว้ให้มีก่อนเพื่อความอุ่นใจน่ะ...


เสียบกับ PS4 แล้วก็ MacBook Air ลองใช้ดูแล้ว ฝั่งเพลย์สเตชั่นคือไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลยเด้อ Pair ต่อติดเองอย่างไวไม่ต้องไปงมหาใน Setting อะไรเลย ขุ่นพระ ประทับใจเว่อ (เอามือทาบหน้าอกด้วยความปลาบปลื้ม) ส่วนฟาก MacBook Air ต้องกดอะไรนิดหน่อย คือแค่เข้าไปใน Sound แล้วเลือก GENKI มันก็จะเปลี่ยนจากลำโพงเครื่องเป็นลำโพงบลูทูธให้ทันที



ก่อนหน้านี้เราเคยซื้อหูฟังบลูทูธจาก Brookstone ซึ่งมันต่อกับ PS4 ไม่ได้ เสิชหาวิธีจนเหนื่อยอย่างใกล้เคียงคือการใช้ PS4 Dongle เอามาต่อ ซึ่งก็วุ่นวายชิบหายเลยจ้า แถมยังดีเลย์แบบ โอ้โหหห เล่นไม่ได้เลยอะ ขนาดเกม RPG ธรรมดาเสียงพูดยังดีเลย์จนทนไม่ได้ เกมอื่นไม่ต้องพูดถึง Just Dance เล่นไม่ได้แน่นอน คร่อมจังหวะชัวร์ๆ เลยถอดใจไปละ มาเจอ GENKI ที่มัน Low Latency มากๆจนชั้นแทบไม่รู้สึก เล่น Just Dance 2019 ก็ใส่หูฟังออกกำลังกายของสามีได้ด้วย คือกรี๊ดมากเลย Bluetooth 5 ทำให้เชื่อมต่อได้กับ "ทุกอุปกรณ์" มันคุ้มค่ากับทุกบาทที่จ่ายไปจริงๆค่ะซิสสส!!!




อะก่อนจะหาว่าอวยอะไรขนาดนี้ นี่ได้ค่าคอมมิชชั่นมั๊ย บอกเลยว่าไม่ได้โว้ย จ่ายเอง 100% รีวิวจริงใช้เองจริงไม่มีสแตนอินใดๆ มีแค่จุดเดียวเลยที่รู้สึกว่าลำบากคือการต่อกับ Dock ของ Nintendo Switch 

ภาพโฆษณาเป็นงี้:

โอ้โห แลดูแนบเนียนสนิทไร้รอยต่อทอเต็มผืนมากเลยพี่จ๋า แต่ของจริงที่พยายามต่อคืองี้ค่ะ...


เบียด HDMI เบี้ยวเลยจ้า มันเสียบยากอะ ตรง USB ไม่เท่าไหร่ แต่ GENKI มันจะไปเบียดทั้งสาย AC และ HDMI สงสัยถ้าอยากได้เหมือนในโฆษณานี่ต้องไปหาซื้อสายใหม่... มันใช่เรอะ?! แต่ก็เอาเถอะไม่ได้แย่ขนาดนั้น ยังพอใช้งานได้อยู่ แค่ลำบากในการถอดเก็บเท่านั้นเอง เสียบแล้วอยากจะเสียบค้างไว้อย่างนั้นไม่อยากไปยุ่งกับมันอีกเลยอะค่ะ (ฮาาา)

เต็ม 10 จะให้ 10 อันนี้พูดเลยว่าไม่แคร์การหาซื้อยาก เพราะใครที่เคยใช้ความพยายามหาวิธีอื่นๆในการต่อหูฟังบลูทูธกับเครื่องเล่นเกมคอนโซลจะรู้ว่า อห ยากชิบหาย คือถ้าไม่ได้ใช้หูฟังรุ่นที่ซัพพอร์ตเครื่องโดยเฉพาะ แทบจะไม่มีโอกาสได้ใช้หูฟังไร้สายเลยด้วยซ้ำ แล้วมันจำเป็นมั๊ยที่ซื้อหนึ่งเครื่องต้องมีหูฟัง 1 อัน? ทำไมเราจะใช้หูฟังอันเดียวกับทุกเครื่องไม่ได้ล่ะ? ทุกคนคะ ซื้อ GENKI เลยค่ะ แล้วคุณจะไม่ต้องเปลี่ยนหูฟังอีกต่อไป จะมีคอนโซลกี่เครื่องก็ได้ สบ๊าย!

แหล่งซื้อในไทยตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย ถ้าใครจะมาฝากร้านหรือชี้เป้าใต้คอมเม้นกันก็ตามสบายเลยค่ะ เชียร์ให้ซื้อติดบ้าน มันดีจริงๆนะ อย่างเดียวที่ยังไม่ได้เทสคือ XBOX แต่ก็คิดว่าทาง HumanThings คงไม่ทำให้เราผิดหวัง ก็หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่เล็งๆอยู่บ้างไม่มากก็น้อย พบกันใหม่โอกาสหน้านะจ๊ะ บ๊ายบาย <3

Disclaimer: This is 100% consumer review.

ซอลบิง ร้านบิงซูจากเกาหลีเค้าฟีทเจอริ่งกับเกมแร็กนาร็อกที่เพิ่งเปิดให้บริการในไทยไปเมื่อไม่นาน เล่นใหญ่ไฟกระพริบมากจ้ะพี่จ๋า เค้าเนรมิตรทั้งร้านให้เป็น Ragnarok Café ขนพรอพมาตู้มๆ พร้อมของพรีเมียมแจกแฟนๆ Ro โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 23 ธันวาคม 2561 - 22 กุมภาพันธ์ 2562


โดยร้านที่เล่นใหญ่ไฟกระพริบเราได้ไปเยือนซอลบิงสาขาสยามมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่สำหรับคนที่อยากไปใช้บริการสาขาอื่นๆ เพื่อรับโค้ดกับของพรีเมียม เค้ามีให้บริการที่ สยามสแควร์ ซอย 2 ,อโศก โคเรียนทาวน์ , เมกะ บางนา, พาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์ , เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ เดอะมอลล์ บางกะปิ นะจ๊ะ

Promotion สำหรับแฟนๆเกม Ragnarok M

- เพียงโชว์ประกาศส่วนลดที่อยู่ในเพจ Ragnarok M: Eternal Love ให้พนักงาน รับส่วนลดบิงซูขนาดปกติ 20% 1 ถ้วยต่อ 1 ใบเสร็จ
- ผู้แต่งคอสเพลย์คาแร็กเตอร์ RO มาใช้บริการที่ร้าน รับฟรี! เครื่องดื่มมะม่วงสมูทตี้ หรือเครื่องดื่ม RO จำนวน 1 แก้ว (1 คน ต่อ 1 สิทธิ์)
- เมื่อซื้อ Poring Fresh Love Sulbing มูลค่า 385 บาท 1 ถ้วย รับเลยทันทีไอเทมโค้ด Mithril x9 จำนวน 1 โค้ด (มีจำนวนจำกัดเพียง 2,000 โค้ดเท่านั้น)
- เมื่อซื้อเครื่องดื่ม RO จำนวน 1 แก้วจะได้รับ POP SOCKETS อุปกรณ์ช่วยจับมือถือลายคาแร็กเตอร์ Ragnarok (จำนวนจำกัดมีมาแจกเพียง 1,000 ชิ้น)


เครื่องดื่ม RO จะเป็นเมนูร้อนทั้งหมด เค้าจะโรย ART บนฟองนมให้เป็นลายตัวละครมอนเตอร์โพริ่ง ไม่ก็โลโก้ RO แบบแรนด้อม สนนราคาเครื่องดื่มจะอยู่ที่ 70-85 บาทต่อแก้ว


ความมุ้งมิ้งมันอยู่ที่ Poring มาเป็นมาร์ชเมลโล่วนุ่มๆสีชมพูหวานแปะอยูด้านบนกับวิปครีมสด ประเด็นคือ รสชาติมันงั้นๆมากเลยอะ (ฮาาาา) มันก็คือสตรอว์เบอร์รี่สดๆบนบิงซูธรรมด๊าธรรมดา ไม่ได้มีสอดใส้ข้างในให้ว้าวหรืออะไร เพราะสตรอว์เบอร์รี่ปิดมิดถ้วยก็น่าจะอลัง(?)พออยู่แล้ว 

ความว้าวในตอนนี้น่าจะเป็นการตกแต่งสถานที่มากกว่า เพราะเห็นว่าขนพรอพมาจากเกาหลีโดยตรงเพื่องานนี้กันเลยทีเดียว จบแล้วขนของกลับ ไม่มีขายนะจ๊ะ เศร้าตามๆกันไป อยากได้หมอนนนนนน


บริเวณร้านถูกตกแต่งให้เป็นตีมแร็กนาร็อกทุกชั้นเลย


บันไดยังเป็นตีม Ragnarok เลยจ้าาาา


มีหมอน Poring อยู่ทุกมุมร้าน คว้ามากอดมาถ่ารูปกันได้ตามสะดวก แต่ห้ามเอากลับบ้าน เศร้าาา


ต้นคริสต์มาสมี Devilring ห้อยด้วยนะ โอ๊ยย น่ารักโว้ยยยยยย


ให้เอากลับบ้านได้แค่โค้ดใบนึงกับที่ติดมือถือหนึ่งอัน...


ปีนี้ฉลองคริสต์มาสด้วยการกินบิงซูจ้า...


บิงซู 1 ถ้วย ได้โค้ด 1 ใบ เพราะฉพนั้นถ้าอยากได้โค้ดหลายๆใบต้องสั่งหลายๆถ้วย (...) ใครจะไปกินไหววะ ปั๊ดถ่อววววว

พิกัด ร้านซอลบิง (SULBING) สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 (BTS สถานีสยาม) 

ระยะเวลาแคมเปญ : 23 ธันวาคม 2561 – 22 กุมภาพันธ์ 2562 
เวลาเปิดให้บริการ : 11.00 – 22.10 น. ของทุกวัน
รับข่าวสารหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

รีวิวนี้จ่ายเอง โนสปอนเซอร์จ้ะ <3

Disclaimer: This review is 100% consumer review.
รูทวีเปิดแล้ว!!! เกม Mystic Messenger หรือ 수상한메신저 (Susanghan Mesinjeo) เกมจีบหนุ่มสัญชาติเกาหลีที่ฮิตติดลมบนกับระบบ "เกมจีบหนุ่ม" ที่พยายามทำลายกำแพงโลกความจริงเชื่อมเข้ากับโลกนิยายด้วยคอนเซปท์การจีบหนุ่มผ่านแอป Messenger วันนี้ได้ก้าวไปอีกขั้นกับการเปิดรูทให้จบกับตัวละครใหม่ ดำเนินเรื่องแบบใหม่ ซึ่งในรูทนี้จะพูดถึงตัวละคร วี (V) หรือที่มีอีกชื่อเกาหลีว่า 김지현 (Kim Jihyun) กับเนื้อเรื่องช่วงไว้ทุกข์ให้คนรักเก่า แล้วผู้เล่นอย่างเราก็เข้ามาปรากฎตัวขึ้น!

Mystic Messenger: Another Route

ผู้เล่นสามารถอัพเดทเวอร์ชั่น 1.8.3 เพื่อเล่นรูทนี้ได้เลยทั้งระบบ IOS และ Android
สำหรับเนื้อหาเกมหลักพร้อมวิธีเล่น ตารางคอล แชท ฯลฯ ไปที่บทความ "วิธีเล่น Mystic Messenger" เพื่ออ่านรายละเอียดเบื้องต้นได้เลย

เงื่อนไขในการเล่นรูทนี้: จ่าย 300 นาฬิกาทราย (ซื้อเอาหรือสะสมเอาก็ได้ค่ะ)

คำแนะนำจากทีมงาน:
ควรเล่นเนื้อเรื่องหลักให้จบ 'Secret Story' ที่เฉลยทุกอย่างแล้วเพื่อไม่ให้โดนสปอยงานออริจินอลที่ทีมงานเขียนไว้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าถ้าเล่นจบขนาดนั้น จะสะสม 300 นาฬิกาทรายก็ไม่ยากเลยนะ กว่าจะจบแบบนึงใช้เวลา 11 วัน ไหนจะแขกที่เชิญมางาน 1 คน ได้นาฬิกาอีก 1 อัน สบายมาก สายถึกไม่เปย์ก็จ่ายเพื่อปลดล็อกรูทนี้ได้ค่ะ ฟันธง!
ตารางห้องแชททั้ง 11 วันของ Mystic Messenger: Another Story

(ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้หมดนะ แต่ผ่านมาวันนึงก็ตรงอยู่ เชื่อได้สัก 90% ก่อนละกัน)

รีวิว/สปอย/กรี๊ด สำหรับ Day One ที่ตั้งตาคอย!

แม่คุณเอ๊ยยยย มันคุ้มค่าแก่การรอคอยมาก ฮือออ ขนาดเลิกเล่นไปนานละนะ เพราะจบเกือบครบทุกคน ทุก DLC แล้วยกเว้นรูทแจฮี 555 ส่วนตัวคิดว่าหลายๆคนก็คงหงุดหงิดเหมือนกันที่เห็นริกะเด่นเป็นสง่าขนาดนั้นในวิดีโอ OP กับในภาพเข้าเกมตอนแรก ซึ่งอิชั้นก็คิดงั้น แต่พอเข้าเกมปุ๊บ ฮายยยย เซรันนน unknown ของป้าาา ในเวอร์ชั่น Another Route เค้าแนะนำตัวว่าตัวเองชื่อ Ray ค่ะ 

การดำเนินเรื่องคล้ายๆเดิม "เราไม่ได้เล่นเป็นริกะ" แต่อย่างใดแม้การเอาริกะมาโฆษณาในแทบทุกสื่อจะดูน่าเข้าใจผิดจนหงุดหงิด(มาก)ก็ตาม 55555

รอบนี้ในเนื้อเรื่องเราไม่ได้เก็บมือถือได้นะ แต่เราไปใช้แอปแปลกๆ ซึ่งพ่อหนุ่ม Ray (หรือเซรันของเรานั้น) เค้าบอกว่าเค้าต้องการความช่วยเหลือจากเราค่ะ ซึ่งพอเราตกลง ก็จะโทรมาอธิบาย ว่าเค้าเป็นทีมงานสร้างเกม ต้องการคนมาเทสเกมให้ ถ้าเราตกลง จะส่งรถมารับ จะดูแลอย่างดี แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นความลับจากทุกคน เราไม่สามารถออกไปไหนได้ ไม่รู้ว่าตัวเองถูกพาไปไหน (นี่มันลักพาตัวดีๆนี่เองเห้ย =_=) ใจจริงก็ไม่อยากไปหรอกนะผู้ใหญ่สอนไม่ให้ขึ้นรถไปกะคนแปลกหน้า แต่นี่ไปเจอกะผู้ชายหล่อๆ 2D เลยยอมๆไหลๆตามเนื้อเรื่องไปอะค่ะ (ฮา) 

ความเด็ดของเนื้อเรื่องเวอร์ชั่นนี้คือ Ray บอกเราว่าสมาชิกทุกคนในเกมเนี่ย เป็น "ปัญญาประดิษฐ์" หรือโปรแกรม AI ที่ถูกสร้างมาให้โต้ตอบกับมนุษย์ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าถูกสร้างขึ้นมา ไม่รู้ความแตกต่างระหว่างคนจริงๆกับ AI ด้วยกัน เหมือนว่าสำหรับ AI ทุกอย่างคือเรื่องจริงอะ ละเราในฐานะผู้เล่น BETA Tester จะต้องสวมรอยผสมโรงเข้าไปอย่างเนียนๆ ไม่ให้ AI จับได้ว่าเราเป็นผู้เล่น (โอ้โห ล้ำ)
(บางทีเรย์ก็แฮกเข้าห้องแชทมาคุยด้วย)

พลอตมีความ inception หลายเลเยอร์มาก อิชั้นสังเกตุจากโลโก้องค์กร Mint Eye ของเรย์คิดว่าตอนจบมันต้องมีพลิกล็อกแบบริกะบงการทุกอย่างอยู่ ละวีก็มาช่วยเราไว้ เฉลยว่า AI นี่เรื่องกุขึ้นมา ทุกคนมีตัวตนจริงๆอะไรเทือกๆนี้แหงม (เอกมโน โทจินตนาการเว่อร์)

สิ่งดีงามคือชั้นได้ใกล้ชิด Ray มากเลยค่ะพี่น้องงง ชอบมากเลยยย แอร๊ยยย วีเวออะไรไม่รู้ แต่รู้ว่าตอนนี้มันดีต่อใจ สิ่งที่จ่ายไปชั้นสบายใจมากเลย (ฮาาา) เนื้อเรื่องเส้นเดิมก็จริงแต่บทเกมไม่ซ้ำเดิม บทพูดปรับใหม่ มุกใหม่ คอลหากันรอบนี้คือตายไปเลยยย เหมือนกำลังจะมีแฟน อยู่ในช่วงจีบกันมุ้งมิ้งอะ ทุกคนรักเราเอ็นดูเรา แอร๊ยย เคลิ้ม อัพเดทเกมรูทนี้ถือเป็นโอเอซิสทางใจอิแม่ได้ดียิ่งนัก จบ Day One เนื้อเรื่องยังไปไหนไม่มาก ส่งเมลเชิญแขกอะไรงี้ก็ยังไม่ได้ แต่ได้เห็นบทสนทนาใหม่ๆของตัวละครที่คุ้นเคย เพิ่มเติมมี unknown แทรกมาเป็นระยะๆ (มีคอลมาด้วย ถามว่ากินข้าวยังไรงี้อะ โอย ละลายเว่อ) ดูจากชื่อของอัลบั้มที่เพิ่มขึ้นมา ค่อนข้างมั่นใจว่า Another Route จะต้องเพิ่มตอนจบกับ Unknown มาด้วยแน่ๆ แต่จะมาเมื่อไหร่อันนี้รอดูกันต่อไป
คือมีอัลบั้มมารอขนาดนี้ถ้าไม่มีตอนจบมาให้นี่งอนมากอะพูดเลย

วันนี้คงแวะมากรี๊ดให้ฟังกันเท่านี้ก่อน ติดตามบทความอื่นๆได้ที่แท็ก Mystic Messenger นะคะ ใครที่อยากจะกรี๊ด อยากจะเม้ามอย สปอยอะไรเพิ่มเติม แวะมาคอมเม้นกันได้เลยอิแม่ไม่ถือ แล้วเราจะมาฟินไปพร้อมๆกันค่ะ ไปละ บ๊ายบาย ^^