ถ้าคนที่เคยตามเราตั้งแต่ 12ปี+ ก่อนนู้น น่าจะคุ้นชินกับ Mood & Tone ของการทำคอนเท้นไลฟ์สไตล์ บิวตี้ มีเรื่องลูกบ้าง อะไรบ้าง คิดว่ายังไม่เคยเขียนในนี้เลยว่าเรา "หย่า" และไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกแล้วตั้งแต่ปี... ปีไหน... 2021 หรือ 2022 นะ? คิดดูว่านานขนาดไหน นานจนลืม แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทิ้งหายไปเลยนะ ตามข้อตกลงกับคุณสามีเก่าที่ ณ ตอนนั้น เป็นพ่อบ้านฟูลไทม์ที่ยังไม่มีงานทำ เราการันตีส่งเสียด้วยเงินเดือน 50% เพื่อสนับสนุนการศึกษาจนกว่าลูกๆจะจบขั้นสูงสุด ปัจจุบันเราว่าเค้าคงมีงานทำเรียบร้อยแล้วแหละ ตอนที่เราจากมา ฝั่งเค้าค่อนข้างเจ็บพอตัว เราจะขอละในส่วนของรายละเอียดไว้เนื่องจากเนื้อหามันคงเซ้นสิทีฟเกินไปสำหรับสังคม "ไทย" ส่วนใหญ่
เราจำได้ว่าตอนที่หย่าแล้วได้ไปออก Podcast กับคุณ CK ทางทีมงานติดต่อมาว่าเขาพยายามตัดกันทุกกระบวนท่า ม้วนหน้าก็แล้ว ม้วนหลังก็แล้วแต่มันยังคงมีความ "เสี่ยง" ดราม่าทั้งในมุมแบรนด์ มุมตัวบุคคล เลยยกเลิก Episode นั้นไปทั้งๆที่เรารู้สึกว่าเรื่องราวของเรามันน่าจะช่วยผู้หญิงในสังคมได้อีกมาก ขนาดซีเคเองยังพูดกับเราเลยว่า
"ยูน่าลองเขียนหนังสือดูนะ"
เพราะงั้นหนึ่งในเป้าหมายของเราในปีนี้ คือการเขียนหนังสือเล่มนั้นให้จบค่ะ :)
ชีวิตเราในฐานะครีเอเตอร์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2012 สมัยทำงานบริษัทแรกเลย "นัฟแนง ประเทศไทย" ซึ่งเป็นสังกัดบล็อกเกอร์-อินฟลูเอนเซอร์ เจ้าแรกๆในประเทศไทย เราอยู่ฝั่งเซ็นสัญญาดูแลทาเล้นต์ คล้ายๆคนดูแลศิลปินแหละแต่เป็นบล็อกเกอร์ แล้วในยุคที่เฟสบุคเพิ่งมีเพจ คนในจีบัน พันทิป ยังไม่รู้ว่าการมีช่องทางของตัวเองมันสามารถสร้างสปอนเซอร์โพสทำรายได้จริงจังจนเป็นอาชีพกันได้อย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่าเราอยู่ในวงการครีเอเตอร์แบบมาก่อนกาล ไม่นับส่วนตัวที่เป็นเด็กบอร์ดนักเขียนเว็บเด็กดี... เห้อ ยิ่งพูดยิ่งแก่ เขียนไปก็ท้อไป จะเล่าจบไหมนะ 5555
![]() |
| ยุคสมัยนัฟแนง ภาพจากทู้พันทิป |
เรียกว่าเรียนจบปุ๊บสัมภาษณ์งานที่แรกก็ได้ปั๊บ เราจำได้ว่าสัมภาษณ์เสร็จยืนรอรถเมก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งผลผ่านสัมภาษณ์เลย จังหวะสายฟ้าแลบ จังหวะฟ้าประทาน เราว่าเส้นทางสายที่ปรึกษาครีเอเตอร์ของเรามันโดนกำหนดมาตั้งแต่ต้นแล้วแหละ แค่เราไม่รู้ฟังชั่นของมันเฉยๆ
เราได้จับงานทุกอย่างตั้งแต่การ Recuit มองหาทาเลนต์ฟีลแมวมองเซ็นดาราเข้าสังกัด งานเอกสารสัญญา สอนครีเอเตอร์ทำเพจ ทำช่องยูทูป ทำบล็อก SEO เอยใด คิดราคาสปอนเซอร์ วิธีทำยังไงให้แบรนด์เชิญไปงานอีเว้น ดีลเรื่องลิขสิทธิ์ผลงาน ประสานงานจ้าง งานพีอาร์ลงข่าว ไปยันเป็น Moderator พิธีกรดำเนินงานเวิคชอป ก็คือครบจบในคนเดียวได้เลยพี่จ๋า
จากนั้นเรามีการย้ายไปทำแบรนด์ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบิวตี้ อีเว้น ยันงานประกัน แล้วก็ไปลองทำเอเจนซี่ MCN บริษัท PR บริษัท Start Up ที่เป็น Creator Platform กระทั่ง Tiktok Live ใช่ค่ะ เราอยู่ครบทุกลูปมาแล้วจริงๆ ปาดเหงื่อพร้อมเอาเท้าก่ายหน้าผากได้เลย ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งเรื่องแยะ แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่า 99% ที่ทำมา ส่วนมากประทับใจและอยากร่วมงานกับเราต่อ หลายคนพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นเพื่อน ไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวกันนอกเวลางาน บางคนสนิทจนมาร่วมงานรับปริญญา งานแต่ง งานวันเกิดคือเราสามารถบริหารความสัมพันธ์ไปได้ขนาดนั้นทั้งๆที่มันจบแค่งานก็ได้ แต่ไม่เลย เรามองว่าทุกคนคือ "เพื่อน" ที่วันนึงเราอยากมีโอกาสได้เจออีก ได้คุยกันนอกเหนือจากเรื่องงาน ได้ไปเที่ยวด้วยกัน
ฉันมัน Extrovert น่ะ MBTI คือ ENFP สุดสาย Champion ของเธอคือฉันเอง
หลายปีที่หายไป แทบไม่ได้มาอัพเดทโซเชียลเลย แต่ทุกวันนี้เราได้เจอ Community น่ารักๆหลายที่จากความหาทำของตัวเอง ตั้งแต่ไปลองกินข้าวแบบกลุ่มกับคนแปลกหน้าบน Timeleft เอย ไปลอง Workshop ไปอีเว้น บางทีก็ไปร้านเหล้าแล้วได้เพื่อนใหม่ที่ทุกวันนี้ยังนัดกันไปเดินทรงวาดได้ ไปดูโชว์แล้วเป็นเพื่อนกับศิลปิน หรือเจ้าของร้าน จนได้เป็นแขก VIP ที่เค้าเชิญมาอีกเพราะอยากเจอ อยากได้คอนเทนต์ อยากซัพพอร์ตเรา ซึ่งส่วนมากทุกๆคนในชีวิตเรา 98% คือน่ารักมากนะ ขนาดครูสอนดำน้ำทุกวันนี้ก็กลายเป็นเพื่อนกินเหล้ากันได้แล้วอะคิดดู คือคลิกกับคนง่ายมาก ต่อติดสปาร์กไวไปหมด
สิ่งที่เติมแบตให้เราได้ดีที่สุดคือ "บทสนทนา" กับเพื่อนที่เวลาคนมาปรึกษา เขากลับไปพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า ดีจังที่เรารู้จักกัน ดีใจที่ได้คุย ดีใจที่ได้เจอ โมเม้นพวกนั้นคือโมเม้นใจฟูเติมแทงก์ "ความสุข" ในชีวิตเราได้เสมอ
ถ้าให้พูดตรงๆ เราเป็นคนที่ "แบตหมด" เวลาคนแยกย้ายกลับบ้าน คือถ้าได้ออกนอกบ้านอยู่กับเพื่อน อยู่กับคน ไม่ว่าจะคนใหม่หรือคนเก่า แบตเราจะกลายเป็นแทงก์ทันที มันมี Capacity มหาศาลแล้วก็แทบไม่หมดเลยเวลามีคนอยู่ด้วย คือเคยไปทริป 9 วันที่เขาหลักแล้วไปต่ออีก 3 วันที่ปาร์ตี้ฟูลมูน คือถ้ามีคนพาไปต่อก็ไปได้เรื่อยๆเลย ทุกวันนี้ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่ แค่ไม่ค่อยมีใครชวนแล้ว (เศร้า 555)
เราเลยหา Partner ที่มาทำกิจกรรมกับเราในแบบตอบโจทย์ชีวิตและไลฟ์สไตล์ ซึ่งก็คือ Someglass Bar and Cafe ย่านสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโซนที่อยู่ปัจจุบันของเราค่ะ ความบ้านใกล้ เจอได้บ่อย แต่อาจจะไม่ดีกับกระเป๋าตัง งั้นเดือนละครั้งละกัน... เนอะ!
กิจกรรม Creator Roundtable เป็นตัวทดลองอีเว้นของเราที่อยาก Connect กับเพื่อนๆครีเอเตอร์แบบออฟไลน์ โดยจะจัดทุกเดือน อยากเจอทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเริ่มทำ กำลังทำอยู่ แม้แต่คนที่ "เลิกทำ" ไปแล้ว เราก็อยากเจอคุณนะ!
บรรยากาศมันคือการมาดื่มกับเพื่อน แบบ non-alcohol ก็ได้เพราะทางร้านมีโคล่ากับจินเจอร์แอลโฮมเมดด้วย อยากให้ทุกคนมีสมุด Journal พกมากันคนละเล่ม มาพร้อมสิ่งที่จะแชร์กันในวง ว่าคอนเท้นของตัวเอง+ของคนอื่นที่ชอบเดือนนี้คือชิ้นไหน มีปัญหาอะไรที่เดือนนี้ยังแก้ไม่ได้อยู่บ้าง? มู้ดจะเหมือนงานเสวนาครีเอเตอร์สบายๆ เปิดมาด้วย Story Time จากครีเอเตอร์รับเชิญ ช่วง Q&A ให้ถามตอบกันได้ กติกาง่ายๆคืออะไรที่อยู่บนโต๊ะ ให้จบที่โต๊ะนี้ ไม่เอาไปเขียนคอนเท้น ไม่เอาไปเล่าต่อ จดบันทึกใส่สมุดไว้อ่านเองได้อย่างเดียว จัดทุกเดือนเพราะฉะนั้นเราจะได้เห็น progress ใน Journal ว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง ได้แก้ปัญกาเดิมๆได้รึยัง บางทีการจะมี Safe Space ที่สามารถบ่นเรื่องงานได้มันยากนะในวงการครีเอเตอร์ที่ทุกคนต้องสวมบทบาทอยู่ตลอดเวลา เราอยากให้ที่นี่ทุกคนสามารถถามอะไรก็ได้ บ่นอะไรก็ได้ แล้วมาหาวิธีก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆในชีวิตครีเอเตอร์ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการหางานไม่ได้ ไม่รู้จะทำคอนเท้นอะไร หมดไอเดีย Burn Out แบรนด์ไม่รัก โดนเพื่อนหักหลัง เอเจนซี่บิดตัง ฯลฯ
ใครที่อยากมาเป็นครีเอเตอร์แชร์ Story Time ประจำเดือนสามารถติดต่ออินบ็อกมาจองคิวล็อกวันล็อกเดือนกันได้เลยส่วนใครอยากมาร่วมงาน แวะไปกดติดตาม @someglassbarandcafe ในอินสตาแกรมไว้ เพื่อติดตามข่าวสารได้เลยนะคะ แล้ววันนึงหวังว่าเราจะได้เจอกันนะ
ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน้า กลับมาแล้ว เย้!



0 comments:
แสดงความคิดเห็น
อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?