รีวิวประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกในชีวิตที่ Amarante Clinic | Kaosuaylunla Diary

รีวิวประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกในชีวิตที่ Amarante Clinic

วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับช่วงหน้าแก้มที่ Amarante Clinic ซึ่งเป็นการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกในชีวิตหลังลืมตาดูโลกมาเกือบสามสิบปี ใช่ค่ะ จริงๆโบก็ยังไม่เคย มาลองฟิลเลอร์ก่อนเพราะน้องที่รู้จักกันแนะนำมาว่าทำแล้วชีวิตดีขึ้นจริงๆนะเจ้ อยากให้มาลอง มาให้หมอเช็คหนังหน้าเฉยๆก็ยังดีเพราะปกติเค้าก็ปรึกษาฟรีไม่ได้คิดเงินกันอยู่แล้ว และที่มารีวิวให้อ่านกันวันนี้เพราะประทับใจในบริการและคำแนะนำของคุณหมอเอามากๆ อยากบอกต่อรัวๆ



บางคนดูรูปอาจจะดูไม่ออกว่าเอ๊ะ โดนอะไรไปบ้าง ยังไงเดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันแบบละเอียดไปเลยค่ะ



data-matched-content-ui-type="image_card_stacked" data-matched-content-rows-num="1" data-matched-content-columns-num="3" data-ad-format="autorelaxed"
คลีนิกเสริมความงามที่เราเลือกเข้าไปใช้บริการในครั้งนี้ก็คือ Amarante Clinic ของคุณหมอต้น ซึ่งคุณหมอไม่ธรรมดานะคะ หมอต้นเนี่ยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจนถึงขั้นได้เป็นอาจารย์ในการสอนแพทย์ฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ แถมยี่ห้อของฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ที่ทางคลีนิกเลือกใช้ก็เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่ยี่ห้อไก่การาคาถูก เพราะของพวกนั้นนอกจากจะไม่ได้มาตรฐานแล้วยังจะส่งผลเสียระยะยาวด้วยนะ ใครที่หน้าพังเพราะไปใช้บริการหมอกระเป๋าหรือเห็นคลีนิกโนเนมมาจัดโปรราคาถูกเรียกลูกค้าเนี่ย บางทีเค้าอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือกระทั่งเอาของหมดอายุมาฉีดก็อาจจะเป็นไปได้ ใครที่ชอบความสวยในราคาประหยัดต้องระวังกันให้ดีๆเลย ของแบบนี้อาจจะทำให้สวยได้ชั่วครู่แต่ส่งผลเสียในอนาคตต้องมานั่งขูดนั่งแก้กันอีกยาวๆ กลายเป็นว่าเสียน้อยเสียมาก พังมาต้องเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน ความสวยไม่ควรต้องอยู่บนความเสี่ยงนะคะ เลือกคลีนิกดีๆกับคุณหมอที่มีประสบการณ์ยังไงก็สบายใจได้มากกว่าอยู่แล้ว


ข้อมูลของ Amarante Clinic (อามารันเต้ คลีนิก)


ปัจจุบันมี 2 สาขา คือสาขาอารีย์ กับสาขาบางนา
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00-20.00น. 

สาขาอารีย์ (พหลโยธิน 7 อาคารบ้านยสวดี)
โทร: 080-393-6669

สาขาเซ็นทรัลบางนา (ชั้น 5 ติดร้านโทรศัพท์ OPPO)
โทร: 080-556-5294

แพทย์ที่ให้บริการทุกสาขามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง และทางคลีนิกได้รับรางวัลมากมายจากหลากหลายสาขา ใครที่กำลังมองหาคลีนิกเสริมความงามดีๆเพื่อเข้าไปใช้บริการอย่าลืมเข้าไปดูสถานที่จริงด้วยนะคะ การนัดคิวประสานงานต่างๆพนักงานของทางคลีนิกมีให้บริการหลากหลายช่องทางไม่ใช่แค่โทรศัพท์ สมมติสายไม่ว่าง LINE ก็สามารถแชทไปนัดคิวเช็คคิวหรือปรึกษาปัญหาต่างๆเกี่ยวกับบริการของทางคลีนิกได้หมด สะดวกมากๆ สาขาที่เราเลือกไปใช้บริการคือสาขาอารีย์ เดินทางบีทีเอสก็สะดวก หรือวันไหนขับรถมาก็มีที่จอดรถให้บริการค่ะ


คำแนะนำที่ควรรู้สำหรับการมาฉีดฟิลเลอร์

- เข้ามาปรึกษากับคุณหมอก่อนเพื่อที่จะได้ระบุว่าควรทำตรงไหนดีบ้าง
(คุณหมอมีประสบการณ์และผ่านมาเยอะ จะประเมินได้ตรงจุด ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาทำไปแก้ไป)
- ไม่ควรต่อขนตา ปัดมาสคาร่า ติดขนตาปลอม เงาขนตาจะกลายเป็นอุปสรรคให้แพทย์โดยไม่จำเป็น
(ปกติจะต้องหน้าสด ทางคลีนิกจะคลีนหน้าก่อนโปะยาชาเสมอ)
- เคสของเราใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง
(ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยถ้าต้องทำเยอะ และมาให้ตรงเวลานัดนะคะ จะได้ไม่กระทบเคสอื่นๆ)
- ฉีดฟิลเลอร์แล้วรอแผลปิดประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ล้างหน้าได้ปกติ โดนน้ำได้
- วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้ โดนแดดได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ
- อาการบวมสามารถประคบเย็นช่วยได้ จะหายไปเองในวันสองวัน
- ในสองวันแรกไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์ หรือ ออกกำลังกายหนักๆ
- สองสัปดาห์แรกของการฉีดฟิลเลอร์ให้ "งดนวดหน้า" ทรีตเม้นต์ เลเซอร์ และซาวน่าไปก่อน
- ช่วงสองสัปดาห์แรกงดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกง่ายเช่นแอสไพริน วิตามินอี ใบแปะก๊วย โสม



จะมีการแปะยาชาตรงบริเวณที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ ช่วยไม่ให้เจ็บ ซึ่งตรงนี้จะบอกว่าการสื่อสารสำคัญมากๆ คือฤทธิ์ยาชามันช่วยให้ไม่เจ็บก็จริง แต่บางจุดเราอาจจะเจ็บ ก็ต้องบอกนะ ว่าหมอคะ ตรงนี้เจ็บ เพื่อที่เค้าจะได้ระวังตรงจุดนั้นมากขึ้น ฟิลเลอร์จริงๆมันก็คือ hyaluronic acid (ซึ่งสารตัวนี้มีอยู่แล้วในผิวของเรา แต่พออายุมากขึ้นสารตัวนี้จะลดลง) ที่เราฉีดเข้าไปใต้ผิวเพื่อเติมส่วนที่มันหายไป หรือส่วนที่เราต้องการเพิ่มให้ดูมีความเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ไม่หดตัวเป็นริ้วรอยชั่วขณะที่ออกฤทธิ์ราวๆ 4-6 เดือน) แต่ฟิลเลอร์จะเป็นการเติมผิวให้ฟูขึ้น อยู่ได้นาน 1-2 ปี และสารนี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เคสที่ฉีดแล้วพังต้องมาขูดออกมักจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือหมดอายุแล้ว ทางคลีนิกนี้มีให้เราตรวจสอบได้นะว่าผลิตภัณฑ์มาจากล๊อตไหนใกล้หมดอายุรึยัง เพื่อความสบายใจของทางลูกค้าที่มาใช้บริการด้วยค่ะ

เคสของเราใช้ฟิลเลอร์ทั้งหมด 2cc เป็นของแบรนด์ Juvederm มีรุ่น Volite กับ Volift อย่างละซีซีเพื่อช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ดูลึก โหลเหมือนคนอดนอน มีความห้อยหย่อนคล้อยทำให้หน้ามีอายุและดูเหนื่อย 

ความรู้สึกของการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก

วินาทีที่เข็มจิ้มหน้าคือ งง เพราะมันไม่เจ็บ แต่มันรู้จึกแบบ กึ้ดๆ เหมือนมีคนเอาอะไรมาเจาะหน้า แต่เราไม่รู้สึกอะไร ซึ่งขอมอบความดีความชอบให้ยาชา ซึ่งนอกจากยาชาที่โปะมาเห็นว่าในแต่ละเข็มเค้าก็มียาชาผสมอยู่ด้วย ดับเบิ้ลชากันไปเลยจ้า 


หน้าตาคือกลัวเข็มน่ะแหละ แต่เพื่อความสวยหนูทนได้ มันจะมีเจ็บบ้างบางจุดที่ยาชาโปะไปไม่ถึง (แถวๆข้างขมับหรือใกล้ๆใต้ตา) คุณหมอก็จะพยายามเบามือตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ ซึ่งฟิลเลอร์มันไม่ใช่ฉีดแล้วจบนะจ๊ะ มันต้องมีการปั้นกันด้วย เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนเท่าๆกัน คุณหมอแต่ละท่านก็จะมีความชำนาญกันคนละทาง ซึ่งเราโชคดีมากๆที่ได้คิวหมอต้นมาปั้นฟิลเลอร์ให้ แม้จะมีขนตาเป็นกันสาดของเรามาบังแต่หมอก็ยังสามารถปั้นออกมาจนรอด


ทำไปก็จะให้ลองยิ้มไปเพื่อดูว่ามันออกมาโอเครึยัง ตอนนี้รอยยิ้มก็จะดูตึงๆหน่อย ไม่ใช่ตึงเพราะฟิลเลอร์นะ เพราะยาชามันดีมาก คือหน้าชาไปเลย ไม่แน่ใจว่ายิ้มรึยัง มันชาไปหมดเลยอ้ะ 555555



ภาพรีวิวนี้ถ่ายจากกล้องเราเอง ถึงแสงต่างกันเพราะอยู่คนละสภาพแวดล้อม แต่จะเห็นได้ชัดเลยว่าช่วงใต้ตาเราคล้ำมาก แล้วพอมาดูจริงๆคือมันมีความห้อยลงมาเล็กน้อย เป็นร่องพาดจาดใต้ตาเฉียงลงมาตรงแก้มด้วย เลยทำให้หน้าดูเหนื่อยดูโทรม หลังจากฉีดฟิลเลอร์หน้าก็ดูฟูขึ้นมาทันที แบบเข้าใจไอ้คำว่า "สวยได้เลยชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า" มันเป็นยังไง คือนี่แค่ฟิลเลอร์นะ ยังไม่ได้ทำอย่างอื่นยังช่วยได้ขนาดนี้เลย

เอาจริงๆตอนมาปรึกษาคุณหมอต้นเราประทับใจมากๆตรงที่คุณหมอไม่ได้ยัดเยียดอะไรให้เราเลย คือเราถามไปเยอะมากว่าแบบ ร่องหน้าผาก ร่องแก้ม จมูก ฯลฯ ฉีดได้มั๊ย ทำได้มั๊ย ปั้นให้เราได้รึเปล่า คือหมอบอกว่าจริงๆเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย จะทำก็ได้แต่มันจะดูเยอะเกินไป ทำเฉพาะปัญหาที่จำเป็นจริงๆ บางอย่างปล่อยเอาไว้บ้างก็ได้คือทำให้เรารู้สึกดีไม่เหมือนเวลาเจอพนักงานหน้าคลีนิกที่ชอบยัดเยียดละบอกเราว่าต้องทำนู่น ทำนั่น ทำนี่ "ถึงจะสวย" แต่กับคุณหมอคือทำยังไงก็ได้ให้ "สวยแบบเป็นธรรมชาติ" มากที่สุด คือคุณหมอเน้นแนะนำให้ดูเป็นธรรมชาติยังไงก็ดีกว่าหน้าเป๊ะแบบแข็งๆ ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยแบบสุดๆ

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จก็จะมีการให้ยากลับบ้านไปทานเพื่อลดการปวดกับฆ่าเชื้อ ในถุงที่ทางพนักงานคลีนิกจัดมามีไอซ์แพคไว้ประคบเย็นด้วย คือเอากลับบ้านไปแช่ฟรีซแล้วใช้ต่อได้เลยจนกว่าจะหายปวด แอดมินมีการส่งลิงค์ให้ความรู้ต่างๆมาเพิ่มเติมในไลน์แล้วก็มีการนัดมาเช็คผลงานอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อยก็ถือว่าการฉีดฟิลเลอร์ครั้งนี้จบลงด้วยดีมีแต่ความประทับใจค่ะ 

สำหรับราคายังไงลองเช็คที่แต่ละสาขาอีกทีนะคะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายภาคหน้า แต่การเข้ารับขอคำปรึกษาสามารถทำนัดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ

(ภาพโปรโมชั่นฟิลเลอร์จากเว็บไซต์ Amarante Clinic ซึ่งราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ได้)

ใครที่อยากมาใช้บริการอย่าลืมจองคิวเข้าไปก่อนนะคะ เคสไหนที่ดูแล้วจะเป็นประโยชน์กับลูกค้าท่านอื่นๆทาง Amarante Clinic จะมีการขออนุญาติถ่ายทำรีวิวของทางคลีนิกเองเป็นปกติ คืออุปกรณ์ครบมากๆ มีไฟ มีช่างกล้อง มีทุกอย่างพร้อม เรียกได้ว่าผลงานของคลีนิกนี้ของจริงทั้งหมดไม่ได้แต่งรูปหรือสร้างสถานการณ์ใดๆ ทุกเคสคือเกิดขึ้นจริงเรียลๆ หลังจากฟิลเลอร์ไปแล้วเราพบว่าการแต่งหน้าดูเนียนขึ้น หน้าเด็กลงจริงๆ 

หวังว่าประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ที่มาเล่าให้ฟังครั้งนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ใครมีอะไรเพิ่มเติมแวะมาคอมเม้นพูดคุยกันได้เลย แล้วไว้พบกันใหม่ในรีวิวหน้า วันนี้บ๊ายบายค่า

Disclaimer: I did not pay or get paid to create this content.
All experiences and review is 100% from me.

0 comments:

โพสต์ความคิดเห็น

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?