รีวิว FINEZZA แบรนด์รองเท้าหนังฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก | Kaosuaylunla Diary

รีวิว FINEZZA แบรนด์รองเท้าหนังฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก

ใครยังไม่เคยหารองเท้า "หนังแท้" คุณภาพดี ใส่สบายเท้า อยากให้ล้อมวงมาทางนี้ค่ะ เพราะเมื่อก่อนพอพูดถึงรองเท้าหนัง เราจะรู้สึกว่ามันแพง บางคนเจอหนังแฟชั่นสวยๆ แต่คุณภาพต่ำก็จะปักใจว่า "รองเท้าหนัง" ใส่ไม่สบาย ทั้งที่จริงๆแล้วหากได้ลองใส่แบรนด์ที่เน้นคุณภาพ ตอบโจทย์กับสรีระเพื่อสุขภาพที่ดีของเท้า จะรู้สึกประทับใจจนลืมรองเท้าแบบเดิมไปเลย

FINEZZA FOOTWEAR

รองเท้าแบรนด์ Finezza Footwear อาจจะยังไม่คุ้นหูในบ้านเราเท่าไหร่นัก แต่จริงๆแล้วเป็นรองเท้าฝีมือคนไทย ที่ทำธุรกิจผลิตรองเท้าให้กับแบรนด์ต่างๆมายาวนานจนกระทั่งออกมาทำแบรนด์ของตัวเอง เน้นคอนเซปท์รองเท้าดีมีคุณภาพ ที่นอกจากจะมีรูปแบบสวยงาม ยังมีความคงทน น้ำหนักเบา ใส่นุ่มสบาย มอบสุขภาพที่ดีให้กับเท้าของผู้สวมใส่ ใครอยากทำความรู้จักกับแบรนด์นี้ให้มากขึ้นลองแวะห้างเซ็นทรัลในแผนกรองเท้าสตรีดูนะคะ นอกจากในห้างแล้วยังมีวางขายออนไลน์ในเว็บ Zalora หรือ Lazada เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักช้อปยุคใหม่อย่างเราด้วย

วันนี้มารีวิวประสบการณ์ส่วนตัวของเรากับรองเท้า Finezza Footwear ซึ่งมีทั้งหมด 2 รุ่นค่ะ

1. รองเท้า Loafer รุ่น Grazia Maroon ราคา 2,200 บาท


เกร็ดความรู้เรื่องรองเท้า:

รองเท้านี้บางคนก็เรียก Slip-On บางคนก็เรียกรองเท้าแบบสวม, รองเท้าส้นแบบ รองเท้าบัลเล่ต์ ฯลฯ แล้วแต่ความถนัดปาก แต่จริงๆทรงแบบนี้เรียกว่า 'Loafer' รองเท้าที่ตัดเย็บแบบ 'Mocasin'เป็นรองเท้าหนังเย็บมีที่มาจากชนพื้นเมืองอเมริกา (อินเดียนแดง) ตัวรองเท้าดั้งเดิมจะเป็นแบบหุ้มข้อ ส่วนมากจะเย็บหน้าจีบ แต่จะโชว์จีบชัดหรือไม่ก็แล้วแต่แบรนด์ดีไซน์ ซึ่งพอดัดแปลงให้มันไม่หุ้มข้อ แล้วใช้วิธีสวมแบบ Slip-On (สวมเลยไม่ต้องผูกเชือก) ก็กลายมาเป็นดีไซน์ที่เรียกว่า 'Loafer' ในปัจจุบันค่ะ

รองเท้านี้เรียกว่าเล่นกับสีไวน์แดง (Marsala) สีประจำปี 2015 ได้เป็นอย่างดี เคยได้ยินว่ารองเท้าหนังยิ่งใส่จะยิ่งสวยเพราะมันจะมี "ลาย" ปรากฎออกมาตามวิถีการใช้งานของแต่ละคน หนังที่ใช้สำหรับตัวรองเท้าเป็นหนังวัว ด้านในบุผ้านุ่มโดยรอบ พื้นรองเท้าด้านในเปลี่ยนได้ เช่นเดียวกับพื้นยางของรองเท้าด้านนอกที่ทางบริษัทยินดีเปลี่ยนให้หากใช้งานจนดอกยางพื้นรองเท้าเสื่อม จะได้ไม่ต้องโยนทิ้ง นี่ถือเป็นการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมได้อีกทางด้วยนะ เพราะตัวรองเท้าหนังตัดเย็บมาโดยคำนึงถึงความทนทานอยู่แล้ว จุดเด่นของพื้นรองเท้าแบรนด์นี้คือ "กันลื่น" ไม่ต้องกลัวพื้นเปียกกันอีกต่อไป ถือว่าเหมาะมากสำหรับความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว


ความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ลองใช้:

เฮ้ยยย ทรงนี้มันสวยมว๊ากกก ทำไมชั้นถึงคิดไปเองว่าใส่แล้วดูแก่? (เหตุผลที่ไม่เคยซื้อ Loafer คือเหตุนี้ 555) หรืออาจจะเป็นเพราะสีแดงไวน์ใส่แล้วมันช่วยขับผิวให้ดูมีออร่า เพราะตัวเราเป็นคนเหมาะกับสีโทนร้อน ใส่สีสดๆกับทองจะขึ้นกว่าสีเย็นๆหรือเครื่องประดับเงิน มันเลยยิ่งดูเจิดเข้าไปใหญ่ นี่จำได้ขึ้นใจว่ามีคนแนะนำให้ติดรองเท้าสีแดงไว้ในตู้ เพราะมันไปได้กับทุกชุด จะแมทช์กับอะไรก็ดูเทรนดี้ เฮ้ยมันจริง!! ต่อให้ทั้งตัวดูไม่มีสีสัน พอใส่รองเท้าแดงทุกอย่างมันดูไบร์ทขึ้นทันที ทำให้การแต่งตัวดูมีอะไร 

ความสบาย: ให้ 9/10 หักคะแนนนึงเพราะใส่แรกๆเจ็บเหมือนจะกัดส้น แต่พอใส่บ่อยๆมันนิ่มขึ้น อ้าว ใส่สบายเฉยเลยค่ะ

ความสวยงาม: ให้ 10/10 สามารถเปลี่ยนใจจากคนไม่ยอมใส่ Loafer มาใส่ทุกวันได้เลย

ความทน: ยังไม่ให้คะแนน (คิดว่าใส่สักปีแล้วจะมาอัพเดทนะคะ อิอิ)

ราคา: "คุ้มกับการลงทุน" คนมีตังก็ควรซื้อ แต่ใครที่งบน้อย (อย่างเรา) อาจจะคิดมากหน่อย ชีวิตนึงควรมีสักคู่ให้อุ่นใจ คู่นี้แนะนำเฉพาะคนที่ใส่สีแดงขึ้นนะ ถ้าเราตกอยู่ในฐานะคนซื้อคงจะไปลองเองทั้งชั้น (ฮา) เพื่อหาคู่ที่เหมาะกับตัวเองจริงๆสักคู่มาครอบครอง ดังนั้นคู่นี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ทุกคนค่ะ

2. รองเท้า Sandal รุ่น Leeann White ราคา 1,700 บาท


เกร็ดความรู้เรื่องรองเท้า:

หลายๆคนคงรู้แล้วถ้าติดตามกันเป็นประจำบนแฟนเพจ แต่สำหรับคนที่ไม่ทราบ ขอออกตัวก่อนว่าตัวเจ้าของบล็อกและสมาชิกครอบครัวเจ้าของแบรนด์ Finezza Footwear รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ไม่มีการจ่ายเงินเพื่อจ้างเขียนบทความใดๆนะคะ เราได้รับมาแต่โปรดักต์ การเรียบเรียงข้อมูลและเนื้อหาในบล็อกเป็นของเรา 100% ใช้จริงชอบจริงเลยนำมาเล่าสู่กันฟัง ในคู่ที่ 2 นี้เป็นรองเท้าแตะหนังสีขาว หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Sandal เป็นรองเท้าแบบรัดส้นก็ได้ จะมีส้นสูงก็ได้ คือมีเส้นสายพันยึดเท้าของผู้สวมใส่ ก็จะเรียกรองเท้าประเภทนี้ว่า Sandal หมดค่ะ
ตัวรองเท้าด้านบนเป็นหนังคล้ายรุ่นที่แล้ว (เดาว่าหนังวัวเหมือนกัน) พื้นด้านที่สัมผัสเท้ามีความเนียนนุ่มทั้งที่ทำมาจากหนังหนาเป็นเซนต์ ส่วนพื้นรองเท้าเป็นยางที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วย "กันลื่น" ลดเปอร์เซนต์หัวแตกเวลาฝนตกแล้วต้องใส่แตะวิ่งขึ้นรถเมล์ หนังที่โดนเท้ามีความนุ่ม แต่แข็งแรง (คือพื้นมันแข็งมาก ดูความหนามันสิเธอ) แล้วก็ใส่สบาย

ความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ลองใช้:

เรียบๆแต่มีสไตล์ จะเป็นรองเท้าอยู่บ้านก็ได้ หรือจะใส่ออกไปข้างนอกก็ไม่น่าเกลียด ความรู้สึกแรกหลังได้ใช้แอบรู้สึกหลวมๆไปนิดนึง (เตะบอลมีหลุดแน่นอน //แล้วใครใช้ให้ใส่รองเท้าแตะเตะบอล? ฮา) แต่ทางแบรนด์แนะนำว่าเวลาใส่ให้สั่งใหญ่กว่าเบอร์ที่ใส่ประจำ 1 เบอร์เพื่อความสบายในการสวมใส่ ใช้วิธีปรับสายรัดให้แน่น ก็จะพอดี เราว่ามันก็พอดี (มั๊ง) แต่เวลาเดินรู้สึกตรงที่ประดับรูปหัวเข็มขัดมันกระทบกับวัสดุด้านในเวลาขยับ ดังแก๊กๆๆ รำคาญจิตอยู่เหมือนกัน ฟีลแบบ นั่นเสียงเราเดินเหรอวะ? นี่รองเท้าแตะนะเว่ย มันไม่ควรใส่เดินละมีเสียงเด้ (โวยวายไปอีก 555) 

ความสบาย: ให้ 10/10 มันใส่สบายจริงๆนะ เดินช้อป เดินทนมาราธอน ไม่มีอาการปวดเท้าใด ปลื้ม!

ความสวยงาม: ให้ 8/10 รู้สึกเทอะทะ ใส่แล้วเท้าไม่สวย เกลียดอีเครื่องประดับส่งเสียงด้วย (อ้าว 555)

ความทน: ยังไม่ให้คะแนน (คิดว่าใส่สักปีแล้วจะมาอัพเดทนะคะ อิอิ)

ราคา: "คุ้มกับการลงทุน" คนเราใส่รองเท้าแตะบ่อยอยู่แล้ว แถมจะมีสักกี่คู่ที่ใส่อยู่บ้านได้ ออกจากบ้านได้ เดินได้ทั้งวันไม่ปวดไม่เมื่อย พื้นกันลื่นอีกต่างหาก พังก็เปลี่ยนให้ ลองเปลี่ยนจากรองเท้าแตะกากๆคู่ละ 29 บาทมาใส่ของดีๆดูสักครั้งจะรู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาตรูทำอัลลัยลงไปป!! เท้าเราแบกรับร่างกายไว้หนักพอแล้ว หารองเท้าดีๆมาให้นางเถอะค่ะ เออ ตัวนี้ใส่เดินมาเยอะมาก ใส่แทนแตะอยู่บ้าน บางวันก็ใส่ออกนอกบ้านแต่ส้นเท้าเราเองนี่ไม่แตกไม่ด้านด้วยนะ อันนี้ไม่กล้าฟังธงว่าทุกคนจะได้ผลลัพธ์เดียวกันรึเปล่าแต่สำหรับเราโคตรดี!


ใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิก http://www.finezza.biz/
หรืออินสตาแกรม @finezzafootwear
และแฟนเพจ Finezza Footwear

ส่วนตัวแนะนำให้ไปเดินเซ็นทรัลฯ เพื่อลองใส่เดินดูสักนิดก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนที่อ่านจนจบ ฝากติดตามกันต่อไปด้วยน้า ^^

Disclaimer: This article got product sponsored from Finezza Footwear but all opinion in this article is 100% my own.

1 ความคิดเห็น:

  1. น่าใส่มากๆ เลยค่ะ ชอบสไตล์การแต่งตัวของข้าวสวยจัง

    ตอบกลับลบ

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?