รีวิวผลิตภัณฑ์จาก Seventh Generation มาซักผ้าล้างจานแบบรักษ์โลกกันเถอะ | Kaosuaylunla Diary

รีวิวผลิตภัณฑ์จาก Seventh Generation มาซักผ้าล้างจานแบบรักษ์โลกกันเถอะ

ปัจจุบันน้ำยาซักผ้ากับน้ำยาล้างจานราคาถูกมักจะเต็มไปด้วยสารเคมี ที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเราแถมยังจะกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนในธรรมชาติอีกต่างหาก อย่างนึงที่ต้องยอมรับคือพวกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ยิ่ง eco-friendly มากเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งดีดสูงตามไปด้วย จนมาเจอแบรนด์ Seventh Generation (เซเว่นท์ เจนเนอเรชั่น) ที่เซอร์ไพร์สเราเอามากๆ ทั้งราคาที่จับต้องได้หาซื้อง่าย ประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์ แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วันนี้เอารีวิวผลิตภัณฑ์ซักผ้า และผลิตภัณฑ์ล้างจานมาทดลองใช้แล้วมาเขียนรีวิวให้อ่านกันค่ะ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ซักผ้าและผลิตภัณฑ์ล้างจาน Seventh Generation 


สูตรที่เราลองใช้ในครั้งนี้เป็นสูตรสีส้มที่เป็นกลิ่นส้มคลีเมนไทน์

น้ำยาซักผ้าปริมาณ 1 ลิตร / ราคา 185 บาท
น้ำยาล้างจานปริมาณ 750 ml / ราคา 135 บาท

ผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือนของแบรนด์ "เซเว่นท์ เจนเนอเรชั่น" ทั้งหมดมีส่วนประกอบที่ผลิตจากพืชธรรมชาติกว่า 97% แถมขวดบรรจุภัณฑ์เป็นขวดที่ผ่านการรีไซเคิลขยะพลาสติกมาแล้ว และสามารถนำไปใช้รีไซเคิลต่อได้ 100% เวลาใช้คือไม่ต้องกังวลเลยเรื่องสร้างขยะหรือทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการปนเปื้อน เพราะทุกสูตรคิดค้นมาแล้วว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ กลิ่นหอมในแต่ละสูตรก็มาจากธรรมชาติทั้งหมดไม่ใช่เคมีสังเคราะห์ การันตีความดีงามด้วยการเป็นแบรนด์ธรรมชาติอันดับหนึ่งจากสหรัฐฯ วันนี้เข้าไทยเรียบร้อยแล้ว หาซื้อได้ง่ายๆตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลยจ้า


เล่าให้ฟังก่อนว่าบ้านเราค่อนข้างพยายามที่จะ Go Green แล้วก็พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผิวบอบบางใช้ได้ เด็กๆใช้ได้ ตัวเราเองเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ลูกๆก็มีความเสี่ยงตรงนี้ด้วย (ลูกชายก็แพ้เหมือนกันแถมเป็น RSV จมูกจะไวกับกลิ่นเคมีมากๆ) ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในตลาดที่ราคาถูกมักจะฉุนจมูก แถมเวลาซักมือเราจะรู้สึกได้เลยว่าซักเสร็จผิวที่มือคัน ลอก น้ำยาล้างจานหรือล้างขวดนมก็เหมือนกัน เราเลยเลือกใช้แบรนด์ออร์แกนิกที่ราคาสูง เวลาใช้ก็ไม่กล้าใช้เยอะจะเอาไปเจือจางกับน้ำก่อนค่อยใช้ ทำให้รู้สึกว่าได้ประสิทธิภาพไม่ค่อยเต็มที่ ล้างคราบไม่ออกบ้าง มีความมันหลงเหลือบ้าง แต่ใช้ในปริมาณปกติก็หมดเร็ว ซื้อบ่อยๆไม่ไหว พอได้ข่าวว่าเซเว่นท์ เจนเนอเรชั่นเข้าไทยก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะแบรนด์นี้ราคาเมื่อเทียบกับปริมาณถือว่าถูกเลยสำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม Eco-Friendly เมื่อมีโอกาสได้ลองใช้วันนี้ก็อยากจะมาบันทึกไว้เป็นข้อมูลให้อ่านกัน

รีวิวผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำ จาก Seventh Generation
Laundry Detergent สูตร Fresh Citrus



ขวดมันใหญ่มากจ้าแม่จ๋า มาเป็นลิตรกันเลยทีเดียว เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เค้ารีไซเคิลได้ เวลาใช้เสร็จก็แยกขยะพลาสติกไปทิ้งนางก็จะถูกส่งไปเป็นพลาสติกรีไซเคิลกลับมาเป็นผลิตภัณฑ์นี้แหละให้เราใช้ต่อโดยไม่สร้างขยะเพิ่ม แบบถุงพลาสติกที่เอามาใส่ของรีฟิลของแบรนด์อื่นๆส่วนใหญ่ก็ย่อยสลายไม่ได้แถมรีไซเคิลยากอีกต่างหาก แต่กับแบรนด์ Seventh Generation คือหายห่วงจ้า

(ด้านหลังขวดมีบอกส่วนผสมโดยละเอียด)

วิธีใช้งาน (สามารถใช้ได้ทั้งซักมือและซักเครื่อง)

ซักปกติโดยผสมน้ำ ใช้ปริมาณ 1 ฝา ต่อผ้าจำนวนผ้า 15-20 ชิ้น ถ้าบริเวณไหนมีคราบหนักให้เทน้ำยาซักผ้าลงบนคราบแล้วขยี้ออกเบาๆก่อนแช่ไว้สักครู่แล้วซักตามปกติ

(ฝาตวงน้ำยาซักผ้าออกแบบมาเผื่อตวงเกินจะไม่หกลงพื้น แต่ตกไปอยู่ตามขอบฝาแทน)


(ปกติเวลาซักผ้าจะไม่กล้าให้ลูกมีส่วนร่วม แต่งานนี้หายห่วง แค่ระวังไม่ให้เข้าตาก็พอจ้า)


รีวิวประสบการณ์หลังใช้น้ำยาซักผ้า Seventh Generation

ลองทั้งซักมือและซักเครื่อง ประสิทธิภาพดีไม่แพ้ยี่ห้อที่ใช้สารเคมี แต่อันนี้ถ้าตรงไหนเป็นคราบต้องขยี้มือเพื่อความชัวร์ คราบจะหลุดออกหมดอย่างง่ายดาย ขนาดผ้าขาวก็ไม่เหลือคราบ ที่สำคัญคือมือไม่แหกจ้า เสื้อผ้าใส่แล้วเหงื่อออกก็ไม่คัน แถมกลิ่นหอมจากธรรมชาติ 100% ออกแนวส้มๆสดชื่นกำลังดี ไม่ฉุนจมูก


ทดสอบกับผ้าขาว ทาไว้แล้วขยี้เบาๆ ผ้าขาวเหมือนเดิมไม่เหลือคราบ


สรุปว่าผ่าน น่าซื้อใช้ต่อรัวๆ ใครที่อยากซื้อมาใช้กับเบบี๋เด็กอ่อน แบรนด์นี้เค้ามีสูตรฟรีแอนด์เคลียร์ด้วยนะ คือไม่ใส่สารย้อมสี (ที่อาจจะทำให้ผิวเด็กอ่อนแพ้ได้) ไม่ใส่กลิ่น ใช้ซักผ้าเด็กหรือคนที่ไม่ชอบกลิ่นน้ำยาซักผ้าก็ลองหาซื้อมาใช้ดูได้

รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างจาน Seventh Generation
Dish Washing กลิ่น Clementine Zest & Lemongrass



นี่ก็ขวดใหญ่มากสำหรับน้ำยาล้างจาน ใช้ส่วนผสมจากพืช 97% เชี่นเดียวกัน ขวดรีไซเคิลได้เหมือนกันและไหลตามน้ำไปก็ย่อยสลายได้ไม่กลายเป็นสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งน้ำ จริงๆอยากเอาหัวปั้มมาใส่เพราะแบบฝาเปิดแล้วบีบมันค่อนข้างใช้งานไม่ถนัด เวลาล้างๆไปแล้วต้องเติมน้ำยาเพิ่ม แถมขวดนางใหญ่มากๆ เวลามือลื่นๆหยิบทีก็หนักไง ลื่นหลุดมือได้เหมือนกัน คือถ้ามีหัวปั๊มมาเปลี่ยนใส่คือเพอร์เพคเลย ไอเลิฟมากๆ แต่ก็เข้าใจได้ว่าถ้าแบรนด์ผลิตแบบหัวปั๊มมันจะมีชิ้นส่วนพลาสติกที่รีไซเคิลยาก หามาใส่เองล้างเก็บเอาไว้ใช้ต่อเองก็ได้เหมือนกัน


วิธีใช้งาน

สามารถละลายใส่น้ำแล้วล้าง หรือจะหยดลงไปบนฟองน้ำ หรือหยดบนภาชนะโดยตรง (กรณีที่มีความมันมากๆ) ใช้ล้างทำความสะอาดเหมือนเวลาล้างจานปกติได้เลย 


ลองใช้แล้วใช้งานได้ดีพอๆกับสูตรมะนาวแรงๆที่ล้างคราบมันดีๆ แต่อันนี้เลิศกว่าตรงล้างดีแล้วมือไม่พัง ปกติเราไม่ชอบล้างจานเพราะจะโดนน้ำยาล้างจานกัดมือจนเยินไปหมด ตัวนี้ล้างจานกองพะเนินจนหมดเกลี้ยงมือก็ยังดีอยู่ แถมไม่ต้องใช้เยอะด้วย


สรุปโดยรวมนี่ว่าคุ้ม คือดีกับมือ ดีกับโลก แถมราคาไม่แรง คือร้อยกว่าบาทแต่ได้ปริมาณเกือบลิตรนี่ใช้ได้นานเป็นเดือนเหมือนกันนะ ไม่ต้องกังวลเวลาใช้ล้างจานชามข้าวของลูกด้วย (ปกติจะซื้อยี่ห้ออื่นมาไว้ล้างจานหรือของใช้เด็กแยก) สะดวกขึ้นมากๆ เรียกว่าขวดเดียวใช้ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว กลิ่นหอมๆของเค้าไม่ฉุนเลย มาจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% สบายใจได้ว่าไม่มีเคมีสังเคราะห์ตกค้างแน่นอน

ซีรีส์สีส้มที่เราได้ลองใช้มันไม่ได้ส้มจ๋าๆแบบน้ำส้มนะ มีความเป็นส้มโอ เกร๊ปฟรุ๊ตอะไรประมาณนั้นมากกว่า มันหอมละมุนเบาๆอธิบายไม่ค่อยถูก คือถ้าได้ใช้จะรู้สึกดีฟีลกู๊ดมากๆ ใครไปเดินห้างแล้วเจอก็ลองแวะหาแบรนด์นี้มาลองใช้กันดูนะคะ

ล่าสุดเราไปเดินเจอมีแบบถุงเติมวางขายแล้ว แถมเป็นถุงแบบรีไซเคิลได้ด้วย ราคาโปรโมชั่นดีงามมากๆ น้ำยาล้างจานเหลือถุงละ 49 บาท ส่วนน้ำยาซักผ้าเหลือ 99 บาท คือแนะนำมากๆเลย โอกาสที่เราจะได้ใช้ของดีๆเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งต่อโลกของเราให้กับคนรุ่นหลังมันสามารถทำได้ โดยเริ่มจากสิ่งง่ายๆอย่างการเปลี่ยนของใช้ในครัวเรือนนี่แหละ 

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังหาข้อมูลอยู่บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้า บ๊ายบายค่า


Disclaimer: I did not pay for the product but all experiences and review is 100% from my own experiences.


0 comments:

แสดงความคิดเห็น

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?