ไปดูหนังมาแล้วคันมาก อยากจะเม้ามอยถึงหลายๆประเด็นในหนังเรื่องนี้ ซึ่งคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการ "Spoiled" (ภาษาไทยในเนทเรียก สปอย หรือ สปอยล์)ไปได้ ดังนั้นหากใครอยากได้อรรถรสเต็มๆ ขอให้หยุดไว้ก่อน ไปดูหนังซะแล้วค่อยกลับมาอ่านจะได้เม้ามอยกันอย่างมีรสชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ
ระยะเวลาฉาย: 118 นาที
ดารานำ: Kate Winslet (เคท วินสเลท), Liam Hamsworth (เลียม แฮมสเวิร์ธ), Judy Davis (จูดี้ เดวิส)
ผู้กำกับ: Jocelyn Moorehouse (โจเซลิน มัวร์เฮ้าส์)
เขียนบทอ้างอิงจากหนังสือโดย: Rosalie Ham (โรซาลี่ แฮม)
หนังเรื่องนี้มี Set Up เป็นหมู่บ้านแบบบ้านน๊อกบ้านนอก ชื่อ Dungatar (ดันกาตาร์) ในประเทศออสเตรเลีย ให้ฟีลแบบโนนหินแห่ ในการ์ตูนหนูหิ่นบ้านเรา แต่เป็นบ้านเค้า ไม่งงเนอะ แล้วนางเอกเราก็ไฮ-แฟชั่นสุดๆ ทำเอาจ่า ฟาร์แร็ต (Sergeant Farrat) เห็นนางครั้งแรกแล้วต้องอุทานว่า "ดิออร์" เลยทีเดียว (คือฉากนี้ฮามาก เปิดตัวจ่าได้มีคลาสสุดๆ)
การเดินเรื่องจะมาจากมุมมองของนางเอกเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับว่าเมื่อตอน 10 ขวบเธอก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่าทำไมใครๆต้องหาว่าเธอเป็นฆาตกร ทำไมถึงโดนส่งตัวไปอยู่โรงเรียนประจำ ทำไมต้องห่างแม่ไป ทำไมไม่มีพ่อ คือปัญหาล้านแปดกำลังจะได้รับการสะสางในครั้งนี้ เมื่อเธอพร้อมแล้วทั้งความสามารถและจิตวิญญาณ!!
ระหว่างเดินเรื่องมีการคลายปมไปเรื่อยๆ ทำให้เราค่อยๆ "อ๋อ" กับภาพต่างๆที่แวบมาให้เห็น ว่ามันคือภาพอะไร เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น มีความเป็นหนัง "สืบสวน สอบสวน" อยู่ในระดับนึงกับการฟื้นความจำนางเอกว่าทำไมเธอถึงถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ท่ามกลางอีเว้นท์ต่างๆของหมู่บ้าน ที่ตัวละครแต่ละคน ถูก "เปลี่ยนโฉม" ด้วยสกิลของนางเอก จนกระทั่งทั้งหมู่บ้านมีแต่สาวๆที่แต่งตัวชิคๆ ผิดกับสภาพของบ้านเมืองที่มันโคตรจะบ้านน๊อกบ้านนอก เออ มุมนี้ก็ Absurd อยู่เหมือนกัน แต่มันก็แอบจิกกัดความ Wannabe ของยุคนี้ได้คมคายใช่ย่อยนะ
Liam Hamsworth หล่อมากกกก โอ้วแม่เจ้า พระคุณรุนช่อง ดวงตาคู่นั้น หุ่นนั่น โอ-เอ็ม-จี หนังนี้สนองนี้ดสาวๆได้เป็นอย่างดีค่ะ ยอมใจ อื้อหือ น้ำลายหก ติดตรงมาตกม้าตายโง่ๆนี่แหละ ในใจก็คิดนะ หนังแม่งเล่นตลกอะไรรึเปล่าวะเนี่ย พระเอกแม่งตายโง่ๆแบบนี้เลยเหรอ? สรุปว่าเออ อะไรก็เป็นไปได้ค่ะยูว นางเอกต้องสตรอง เธอต้องสู้ เพราะผัว (เรียกผัวเนอะ) จมข้าวฟ่างในไซโลตาย... (ไซโล - ที่เก็บข้าว)
แล้วสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ Judy Davis ที่เล่นเป็นแม่ของนางเอก สรุปว่าเป็นตัวละครที่ลึกลับที่สุดในเรื่อง แต่มีบทบาทเป็นคนแก่วิกลจริต ทั้งที่จริงๆแล้วนางเป็นคนฉลาด มั่นใจ และมีฝีมือในการตัดเย็บไม่แพ้สมัยสาวๆ (นางเป็นคนสอนนางเอกให้หัดเย็บเสื้อผ้า) คือนางไม่ใช่ตัวตลกในเรื่องแบบไม่มีคลาสนะ อันนี้คือความมีคลาสของตัวละครชวนหัวตัวนึงเลยทีเดียว แบบ วางบทได้ฉลาดและดีงามมาก
ส่วนคีย์ของเรื่องนี้จริงๆมันคือ "การใช้ชีวิต" อย่าง "มีสติ" และ "สตรอง" เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะผัวตาย โดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร มีพ่อเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีเพื่อนร่วมหมู่บ้านบัดซบ ไหนจะขี้ปากคนนินทากาเลเทน้ำ ฯลฯ แต่สิ่งนึงที่จะติดตัวเราไปคลอดคือ "ความสามารถ" หรือสกิลที่เพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง และ "สไตล์" จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใครๆต่างจดจำเราได้ เหมือน ทิลลี่ ดันเนจ ตัวเอกของเรื่อง ที่กลับมาเพื่อจากไปอย่างร้อนแรง และมีสไตล์กว่าทุกคนที่เราเคยเจอ!
The Dressmaker (2015)
ชื่อภาษาไทย: แค้นลั่น ปังเว่อร์ระยะเวลาฉาย: 118 นาที
ดารานำ: Kate Winslet (เคท วินสเลท), Liam Hamsworth (เลียม แฮมสเวิร์ธ), Judy Davis (จูดี้ เดวิส)
ผู้กำกับ: Jocelyn Moorehouse (โจเซลิน มัวร์เฮ้าส์)
เขียนบทอ้างอิงจากหนังสือโดย: Rosalie Ham (โรซาลี่ แฮม)
เรื่องย่อ:
“เคท วินสเลต” นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ จาก The Reader มารับบทบาทเป็น "ทิลลี่ ดันเนจ" ในภาพยนตร์ดราม่าที่โดดเด่นด้วยสไตล์แฟชั่นการตัดเย็บแบบ Houte Couture (โอ กูตูร์) ที่จะสะกดทุกสายตาของผู้ชม ในเรื่องราวของหญิงสาวช่างตัดเสื้ออันหรูหราและทันสมัยสไตล์ปารีเซียง ยุค 1950s ที่ได้กลับไปยังเมืองบ้านเกิดเล็กๆในประเทศออสเตรเลียของเธออีกครั้ง หลังต้องระหกระเหินออกจากบ้านจากการถูกชาวเมืองใส่ร้ายว่าเธอเป็นฆาตกรตั้งแต่อายุ 10 ขวบ การกลับมาครั้งนี้ด้วยความสามารถในการสร้างสไตล์ และแฟชั่นของเธอ ทุกคนที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์มานานหลายปีต้องเจอกับการเอาคืนที่แสบสันต์ แต่ทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยทีเดียวเกร็ดเกี่ยวกับหนัง:
ตัวหนังสร้างมาจากนวนิยาย "โกธิค" ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2000 แถมโด่งดังพอควรกับการขายได้มากกว่า 7 หมื่น 5 พัน ก็อปปี้ ได้รับการแปลในหลายภาษา หนังสือเองมีกิมมิคในการเล่าเรื่องผ่าน 4 บทซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทของเนื้อผ้า คือ gingham, shantung, felt และ brocade เป็นบทสุดท้าย ตัวผู้เขียนเองได้มีส่วนร่วมในการเขียนบทภาพยนตร์ในครั้งนี้ด้วย หนังถูกกำกับโดยผู้หญิงอีกต่างหาก เลยไม่แปลกใจเลยที่มันมีความเป็น feminist ค่อนข้างสูงเว่อร์ ดูแล้วสาวๆกรี๊ด แต่หนุ่มๆอาจจะต้องส่ายหน้าในความอาร์ตตัวแม่ของพวกเรา (ฮา)
รีวิวแบบสปอยล์แหลก:
ตัวละคร cast ในเรื่องนี้พีคตั้งแต่เคทเลยข่า ยอมขุ่นแม่จริงๆ ยิ่งแก่ยิ่งสวย แถมเป็นความสวยแบบอวบอัดคลาสสิกเว่อร์ ไม่ใช่ผอมแห้งแบบปัจจุบันนิยม หนังมีความอาร์ตสูง แต่ไม่ได้เข้าใจยาก อาร์ตในที่นี้คือทั้ง composition (การจัดองประกอบ)ของภาพ การจัดแสง แล้วก็คอสตูม มันเพลินหูเพลินตาไปหมด เริ่มเรื่องมาเราจะเจอ montage (ภาพตัดสลับ) ของภาพเคลื่อนไหวจากหลายๆเหตุการณ์ที่ไม่ปะติดปะต่อกันเอามาโปรยตอน title ก่อนเข้าเรื่อง เปิดตัวด้วยขุ่นแม่เคทยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าหมู่บ้าน ลิปสีแดงเป็นไอคอนที่ตรึงตาที่สุดในหนังเรื่องนี้ นี่อยากพุ่งไปเหมาะลิปแดงให้ครบทุกเฉดในบันดล (ฮา)หนังเรื่องนี้มี Set Up เป็นหมู่บ้านแบบบ้านน๊อกบ้านนอก ชื่อ Dungatar (ดันกาตาร์) ในประเทศออสเตรเลีย ให้ฟีลแบบโนนหินแห่ ในการ์ตูนหนูหิ่นบ้านเรา แต่เป็นบ้านเค้า ไม่งงเนอะ แล้วนางเอกเราก็ไฮ-แฟชั่นสุดๆ ทำเอาจ่า ฟาร์แร็ต (Sergeant Farrat) เห็นนางครั้งแรกแล้วต้องอุทานว่า "ดิออร์" เลยทีเดียว (คือฉากนี้ฮามาก เปิดตัวจ่าได้มีคลาสสุดๆ)
การเดินเรื่องจะมาจากมุมมองของนางเอกเป็นส่วนใหญ่ เหมือนกับว่าเมื่อตอน 10 ขวบเธอก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่าทำไมใครๆต้องหาว่าเธอเป็นฆาตกร ทำไมถึงโดนส่งตัวไปอยู่โรงเรียนประจำ ทำไมต้องห่างแม่ไป ทำไมไม่มีพ่อ คือปัญหาล้านแปดกำลังจะได้รับการสะสางในครั้งนี้ เมื่อเธอพร้อมแล้วทั้งความสามารถและจิตวิญญาณ!!
ระหว่างเดินเรื่องมีการคลายปมไปเรื่อยๆ ทำให้เราค่อยๆ "อ๋อ" กับภาพต่างๆที่แวบมาให้เห็น ว่ามันคือภาพอะไร เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น มีความเป็นหนัง "สืบสวน สอบสวน" อยู่ในระดับนึงกับการฟื้นความจำนางเอกว่าทำไมเธอถึงถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ท่ามกลางอีเว้นท์ต่างๆของหมู่บ้าน ที่ตัวละครแต่ละคน ถูก "เปลี่ยนโฉม" ด้วยสกิลของนางเอก จนกระทั่งทั้งหมู่บ้านมีแต่สาวๆที่แต่งตัวชิคๆ ผิดกับสภาพของบ้านเมืองที่มันโคตรจะบ้านน๊อกบ้านนอก เออ มุมนี้ก็ Absurd อยู่เหมือนกัน แต่มันก็แอบจิกกัดความ Wannabe ของยุคนี้ได้คมคายใช่ย่อยนะ
Liam Hamsworth หล่อมากกกก โอ้วแม่เจ้า พระคุณรุนช่อง ดวงตาคู่นั้น หุ่นนั่น โอ-เอ็ม-จี หนังนี้สนองนี้ดสาวๆได้เป็นอย่างดีค่ะ ยอมใจ อื้อหือ น้ำลายหก ติดตรงมาตกม้าตายโง่ๆนี่แหละ ในใจก็คิดนะ หนังแม่งเล่นตลกอะไรรึเปล่าวะเนี่ย พระเอกแม่งตายโง่ๆแบบนี้เลยเหรอ? สรุปว่าเออ อะไรก็เป็นไปได้ค่ะยูว นางเอกต้องสตรอง เธอต้องสู้ เพราะผัว (เรียกผัวเนอะ) จมข้าวฟ่างในไซโลตาย... (ไซโล - ที่เก็บข้าว)
แล้วสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ Judy Davis ที่เล่นเป็นแม่ของนางเอก สรุปว่าเป็นตัวละครที่ลึกลับที่สุดในเรื่อง แต่มีบทบาทเป็นคนแก่วิกลจริต ทั้งที่จริงๆแล้วนางเป็นคนฉลาด มั่นใจ และมีฝีมือในการตัดเย็บไม่แพ้สมัยสาวๆ (นางเป็นคนสอนนางเอกให้หัดเย็บเสื้อผ้า) คือนางไม่ใช่ตัวตลกในเรื่องแบบไม่มีคลาสนะ อันนี้คือความมีคลาสของตัวละครชวนหัวตัวนึงเลยทีเดียว แบบ วางบทได้ฉลาดและดีงามมาก
ส่วนคีย์ของเรื่องนี้จริงๆมันคือ "การใช้ชีวิต" อย่าง "มีสติ" และ "สตรอง" เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะผัวตาย โดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร มีพ่อเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีเพื่อนร่วมหมู่บ้านบัดซบ ไหนจะขี้ปากคนนินทากาเลเทน้ำ ฯลฯ แต่สิ่งนึงที่จะติดตัวเราไปคลอดคือ "ความสามารถ" หรือสกิลที่เพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง และ "สไตล์" จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใครๆต่างจดจำเราได้ เหมือน ทิลลี่ ดันเนจ ตัวเอกของเรื่อง ที่กลับมาเพื่อจากไปอย่างร้อนแรง และมีสไตล์กว่าทุกคนที่เราเคยเจอ!
คะแนนจากความชอบส่วนตัว 10/10
ตัดต่อดี เดินเรื่องเฉียบขาด มุกคม บทสนทนาเก๋ คอสตูมยุค 50s คือเริ่ด กวาดรางวัลจาก Australian Film Institute ประจำปี 2016 ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม, สมทบชาย-หญิงยอดเยี่ยม (บทแม่-จ่าฟาร์เร็ต) และ Best Costume Design คิดว่าใครเป็นแฟนของแฟชั่นเข้าไปดูเรื่องนี้จะไม่พลาดค่ะ
Disclaimer: I did not purchased ticket myself but all opinion is 100% my own.
