ประสบการ์ณแต่งงานก่อนรับปริญญา [[DIARY]] | Kaosuaylunla Diary

ประสบการ์ณแต่งงานก่อนรับปริญญา [[DIARY]]

ช่วงนั้นจำได้ว่าหายจากการอัพบล็อกไปนาน บอกเลยว่าเพลียร่างมาก ณ จุดนั้น คิดแล้วน้ำตาจิไหล TT^TT เริ่มจากซ้อมรับปริญญา ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2013
(หน้าผมทำเองหมดนะฮะไม่จ้างช่าง ไม่มีตัง 55555)
ซึ้งเลยว่าแต่งหน้ารับปริญญาเองในงบที่จำกัดนี่คุ้มค่าจริงๆ
(สำหรับผู้หญิงจนๆอย่างช้านนน)
วันแรกแต่งไปไม่มีเฉดดิ้งฮะ คว้าของใกล้มือ(จากชาวบ้าน)มาแต่งหน้าเอง เสร็จทั้งหมดหน้าผมใน 30 นาที!!! ...แถมกรีดตาให้เพื่อนได้อีกแหมะนึงด้วยล่ะ กิกิ

ขาดไม่ได้บนหน้า:
อายไลน์เนอร์, คิ้ว, แก้ม, รองพื้น(หรือบีบี อย่าหนามาก มันร้อน มันเยิ้มนะฮะ)
บนหัว:
กิ๊บดำ (วันจริงต้องพึ่งสเปรย์ค่ะ ไม่มีนี่ชีวิตอยู่ยากเลยสำหรับผมกึ่งสั้นกึ่งยาวเยี่ยงนี้) มีก็ดีไม่มีก็ไม่เสียหาย ขนตาปลอม, มาสคาร่า, ลิปสติก, เฉดดิ้ง-ไฮไลท์, บรอนเซอร์ บลาๆๆๆๆ 

วันซ้อมจริงๆเป็นโอกาสสำหรับแต่งหน้าถ่ายรูปค่ะ มีอะไรเท่าไหร่ประโคมมันเข้าไป!!! แต่โดยส่วนตัว
"ขี้เกียจ" เอาแค่พอไปวัดแล้วหมาไม่หอน วอนเจ้าหน้าที่ห้องประชุมไม่ไล่กลับบ้านก็พอ

เซฟมันนี่ไปกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างยังจะสบายอุรา ลั้นล้ายิ่งกว่า อิอิ 
อะพอมาถึงวันจริง สิ่งที่ต้องระวังมีแค่ผมค่ะ เก็บผมให้เรียบร้อย หน้าน้อยๆ อย่าเยอะ ไปรับจริงถึงนู่นแน่ะ นครปฐม ซ้อม2วัน ตากล้องฉันไม่แคร์ มีสามีถ่ายให้ค่ะ ให้แค่กล้องมือถือนี่แหละ 5555+ รูปนี้อย่าให้เห็นรองเท้าเชียวนะ

สิ่งของวันรับปริญญาที่ขาดไม่ได้นอกจากเครื่องแบบจริงจังเลยคือ "รองเท้าแตะ" ส้งสูงน่ะใช้แค่งานเดียว ไม่อยากซื้อแพง แม่งก็กัดตีนสิคะคุณขา = = คนเราไม่ควรจะทรมานตัวเองเพื่อความสวยชั่วครั้งชั่วคราวนะคะ เท้าเนี่ยเป็นอวัยวะที่สำคัญสุดๆ เดินไม่ได้ขึ้นมานี่เรื่องใหญ่เลยนะคะ หน้าสวยแต่ไม่มีความสุข แล้วจะสวยไปทำไมไม่ทราบคะคู๊ณณณ!!!!! 

เทียบกับเพื่อนๆที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่งเพื่อมาแต่งหน้าทำผม จ้างช่างแต่งหน้าและช่างภาพครบครันเพื่อวันสำคัญที่สุดในชีวิต ยอมค่ะ ส่วนตัวเป็นคนตื่นเช้าขนาดนั้นไม่ไหว ตอนนี้มีน้อง (วันรับจริงประมาณ 4 เดือนแล้วค่ะ) ร่างกายไม่อำนวย ป่วยมาไม่คุ้มกัน ระดับความแฮปปี้เต็มร้อยนะ ไม่ได้ลดน้อยลงเพราะเมคอัพหรือช่างภาพ สำคัญตรงเพื่อนผูง ญาติพี่น้องคนสำคัญมากกว่า แค่มีคนแวะมาแสดงความดีใจก็มีความสุขสุดๆละ<3 ig="" k_twentyone="">

งานเช้านี่ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เพราะนางมีงานต้องไปต่อให้ทันเจ็ดโมงครึ่ง ยอมให้นาง 1 วัน และนี่คือผลลัพธ์!!! ฮืออออ ถามว่าสวยมั๊ยก็สวยนะ แต่เหนื่อย ง่วง หิว งอแงๆ หันไปเห็นกล้อง เอ้าโพส แช๊ะจ้า :) ตอนเข้าพิธีนี่ชุดไทยมีระบายช่วงเอวเลยพรางพุงให้ได้ แต่อึดอัดมั๊ย อึดอัดมากกก ต้องคอยปลดซิปทุกๆ4ชั่วโมง โชคดีมาก ที่น้องในท้องไม่งอแงเหมือนแม่(ฮาาา) น้องไม่ทำให้แม่ต้องวิ่งไปอ้วกกลางงานเลย ไม่มีอาการหน้ามืดปวดหัว แค่ปวดเนื้อเมื่อยตัวนิดๆหน่อยๆ งานเย็นนี่มีออกอาการหนักสุดคืออารมณ์ของคุณแม่ค่ะ ร้องไห้เฉยเลย ไม่ใช่เพราะซึ้งหรืออะไรนะ... หิวข้าว!!
รับแขกไม่ทันไม่มีเวลาไปกินอะไรใดๆทั้งสิ้น ปกติน้องในท้องจะส่งน้ำย่อยอ้วกออกมา ทว่างานแต่งนี่น้องเรียบร้อยมาก ไม่ส่งอะไรออกมาเลย แม่เลยร้องไห้ งอแง จะเอาของกินเองละ เหอะๆ หลังหมดงานบอกเลยว่าหน้าพังมาก เพราะแต่งหน้าติดๆกันหลายวัน จริงๆเป็นภูมิแพ้ ผิวแห้ง พอเจอเครื่องสำอางค์หลากหลายหน้าก็ยู่เลยจ้า จะถูแรงก็ไม่ได้ด้วยนะ เดี๋ยวหน้าเป็นรอย ผมนี่ก็ใช่ย่อย สเปรย์อัดนี่แข็งจนนอนไม่ได้เลยล่ะ สิ่งที่ช่วยกอบกู้ชีวิตได้คือเบบี้ออยล์ มาสก์บำรุงหน้า-ผม และมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว พักหน้ายาวๆ พักผมยาวๆ ดูแลด้วยตัวเองสักสองสามวันก็สามารถออกไปเดินนอกบ้านได้หมาไม่เห่าจ้ะ
อันนี้พอเสร็จงานได้พักแค่เสาร์อาทิตย์ก็กลับมาทำงานต่อเลย ร่างกายหนูอึดมาก แถมน่าแปลกพี่ๆที่ออฟฟิศทักว่าทำไมหน้าใสขึ้นกว่าตอนก่อนแต่ง ไว้จะลองมาแจกแจงให้ละเอียดกับวิธีฟื้นฟูผิวหน้า-เส้นผม หลังผ่านการประโคมเมคอัพและสเปรย์อัดแข็งกันในคราวหน้านะฮะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านน้า ^___^ *Cheers!!

0 comments:

โพสต์ความคิดเห็น

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?