รีวิวละครเวที มนต์รักเพลงสวรรค์ The Sound of Music | Kaosuaylunla Diary

รีวิวละครเวที มนต์รักเพลงสวรรค์ The Sound of Music

รีวิวละครเวที The Sound of Music ในฉบับดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย ชื่อไทยคือ "มนต์รักเพลงสวรรค์" หลายๆคนได้ยินชื่อแล้วก็ย่นคิ้ว อะไรวะ จะสนุกเหรอ บอกเลยว่ามันฟินมากกก ใครที่ไม่เคยดูหนังพอหลงไปดูละครเวทีจะต้องอยากไปหาหยิบหนังมาดูกันแน่นอน สำหรับรีวิวนี้มาจากขุ่นแม่ที่ไม่เคยดู The Sound of Music เวอร์ชั่นต้นฉบับนะคะ หนังคลาสสิกที่เคยดูมีสองเรื่องคือ The God Father แล้วก็ Gone with the Wind ซึ่งเป็นหนังแบบยาวมากๆๆ ยาวโคตรๆ ไม่รู้คนสมัยนั้นจะขยันทำหนังยาวไปไหน ไม่ไหวจริงๆ พอได้ยินว่า The Sound of Music นี่ก็ขึ้นแท่นคลาสสิกตลอดการเหมือนกันนะ นี่ก็รู้เลยว่ามันต้องยาวอีกแหงๆ... หมดไฟจะไปหามาดู สมัยเรียนภาพยนตร์ขุ่นแม่โดนยัดเยียดให้ดูหนังคลาสสิกจนเอียนกันไปข้างแล้วอะค่ะ 55555


ข้อมูลละครเวทีเบื้องต้น
ชื่อภาษาอังกฤษ The Sound of Music
ชื่อภาษาไทย มนต์รักเพลงสวรรค์

วันเปิดทำการแสดง: 1-26 เมษายน 2558
บัตรราคา 4,500/ 4,000/ 3,500/ 2,500/ 2,000 และ 1,000 บาท

ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยโดย นรินทร์ ประสพภักดี

เกร็ดละครเวที
- จุดเริ่มต้นของเรื่องเป็นหนังสือชื่อ The Story of the Trapp Family Singers ตีพิมพ์เมื่อปี 1949
- เจ้าของลิขสิทธิ์คือ มาเรีย ออกัสต้า ฟอน ทรัปป์ นางเอกของเรื่อง
- หนังสือถูกขายลิขสิทธิ์ให้ผู้กำกับชาวเยอรมันก่อน
- ฮอลลีวูดซื้อลิขสิทธิ์ต่อมาอีกที ได้ทำเป็นละครเวทีมิวสิคัลบรอดเวย์ก่อน
- เปิดการแสดงครั้งแรกในปี 1959 
- คว้าโทนี่อวอร์ดมาได้ 6 รางวัล รวมถึงสาขาละครมิวสิคัลยอดเยี่ยม
- ตัวหนังฉายในปี 1965 คว้าออสการ์ไป 5 รางวัล
- จูลี่แอนดรูวส์ นักแสดงนำหญิงในเรื่อง คือคุณย่าในหนังเรื่อง Princess Diary ของดิสนีย์ด้วยนะ
- นี่เป็นครั้งแรกที่จะถูกถ่ายทอดออกมาในเวอร์ชั่นภาษาไทยอีกด้วย!

คะแนน เต็ม 10 ให้ 9.5 คะแนน

เนื้อเรื่อง 
ออกตัวก่อนว่าไม่เคยดูเวอร์ชั่นหนัง แต่ในส่วนที่เราดูมันมีความสนุกกลมกล่อม ไม่ยืดเยื้อ ชวนติดตาม แถมมีโมเม้นน่ารักๆชวนอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ไหนจะฉากซึ้งๆเรียกน้ำตาก็ทำออกมาได้ดีไม่เลี่ยน เรามีความสุขมากๆตอนดูละครเวทีเรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ถึงแม้ฟังครั้งแรกจะพาลทำให้นึกถึงละครมนต์รักลูกทุ่งของไทยเราก็ตามที อดไม่ได้จริงๆ(ฮา) เป็นการเล่าเรื่องจากมุมมองของนางเอก มาเรีย มีทั้งเรื่องรัก เรื่องดราม่า แถมด้วยประวัติศาสตร์ของออสเตรียช่วงที่ถูกเยอรมันเข้ารวมประเทศ คำว่า "สวยมักนก ตลกมักได้" ใช้ได้กับเรื่องนี้จริงๆ อยากรู้ว่าทำไมต้องลองไปชมกันค่ะ ให้คะแนนเต็มในส่วนเนื้อเรื่องไปเล้ย

ฉาก/แสง/เสียง
นี่ก็ว่าเคยดูลครเวทีมาบ้างนะ แบบ ละครเวทีของนักศึกษามหาวิทยาลัย หรือละครเวทีตามงานเทศกาล ไปจนถึงละครเวทีแบบสายโปรดักชั่นจ๋า อันนี้คือดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลยอะ มันงาม มันเนี้ยบ ที่สำคัญมันมีหลายฉาก แต่ขุ่นพระ! ดีเทลมาครบทั้งอาคารบ้านเรื้อน ฉากหลังที่เป็นผืนป่าหรือทุ่งหญ้าและหุบเขา มันมาเต็มมากกก ไหนจะแสงสีบ่งบอกเวลาช่วงเช้าสายบ่ายเย็นก็ทำได้เนี้ยบสุด ดูแล้วอินไปกับช่วงเวลาเหล่านั้นจริงๆ ระบบเสียงคือยิ่งกว่าดอลบี้เซอร์ราวด์(ฮาา) ตอนพูดไม่มีตรงไหนที่ไม่ชัด แต่ก็ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ เสียงดนตรีก็บรรเลงได้ดีงาม พอเหมาะพอเจาะ เพลิดเพลินจำเริญใจสุดๆ ในส่วนนี้ก็ให้คะแนนเต็มเช่นกันค่า

การแสดง
เรียกได้ว่าคัดมาแล้วแหละ ทุกคนเล่นดี โดยเฉพาะน้องเล็กคนสุดท้องน้องเกรเทิล ที่รอบแสดงได้ไปดูน้องมามิ ขุ่นพี่เห็นน้องเล่นละอยากลงไปฟัดมาก เด็กอะไรเนี่ย น่ารักได้อีกก กรี๊ดดด ลูกสาวววว(ฮาา) นางเอกรอบที่ไปคนเล่นคือ ฟาง-FFK ที่นางเล่นได้วันเดอร์แลนด์มากๆ คือดูแล้วก็หลงรักนางได้ไม่ยากประหนึ่งราชินีขาวในเรื่องอลิซประมาณนั้น คุณชาย ชาตโยดมก็แสดงได้กินขาด ส่งอารมณ์ถึงคนดูสุดๆ แต่ด้วยความที่บทพูดค่อนข้างเยอะ การแสดงของบางคนอาจจะมีแอบหลุดเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่ไม่น่าเกลียดเกินไปยังคงหาทางแก้เกมกลับมาได้เนียนๆแบบที่คนดูลืมได้และพร้อมให้อภัยค่ะ ตรงนี้เลยขอหักสักเล็กน้อยจริงๆ หักไป .5 คะแนนค่า

สรุปรวบยอด
ประสบการ์ณชมละครเวทีครั้งนี้ได้รับอภินันทนาการมากจาก KPN ได้ที่นั่งกลางๆโรง เป็นรอบวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 ที่นั่งแถว T ละครเริ่ม 19.30 ได้ออกจากโรงประมาณ 22.30 รวมๆควรเผื่อเวลาไว้สัก 3-4 ชั่วโมงถ้ามีนัดกับใครที่ไหนต่อ แต่แนะนำว่าอย่ามีดีที่สุดค่ะ ดูจบละกลับบ้านนอนเถอะ หารถยากสุดๆไปเลย TT^TT แต่ถามว่าคุ้มค่าแก่การตีตั๋วเข้าไปดูมั๊ย ขุ่นแม่กล้าเอาหัวการันตีได้เลยค่ะว่ามันคุ้มมาก! ใครที่ชอบละครเวทีไม่น่าพลาด แล้วพอเดินออกจากโรงละครมาก็จะร้องเพลงติดหูได้อย่างน้อยๆคนละเพลงสองเพลงแน่นอน... //ฮัมเพลง "โด่ คือกวาง แม่กวางย่างเยื้อง เร คือแสงเรื่อเรืองตะวัน..."

สนใจตีตั๋วเข้าชม คลิกดูรายละเอียดได้ที่เว็บ Thaiticket Major เลยจ้า


Disclaimer: This is my personal experience with The Sound of Music through 
Complimentary Ticket from KPN. 
You may have encounter different experiences 
depends on facts and time at the moment.

0 comments:

โพสต์ความคิดเห็น

อ่านจบแล้วอยากฝากคอมเม้นอะไรบ้าง?